รีวิว Nokia 215 4G 2nd Edition มือถือปุ่มกดที่มี AI และวิดีโอคอล

แม้สมาร์ทโฟนจะกลายเป็นอุปกรณ์หลักของคนส่วนใหญ่ แต่ "มือถือปุ่มกด" ก็ยังมีตลาดของตัวเอง โดยเฉพาะผู้สูงอายุ คนที่ต้องการเครื่องสำรอง หรือผู้ที่อยากลดเวลาการใช้งานโซเชียลมีเดีย
Nokia 215 4G 2nd Edition คือการต่อยอดจากมือถือปุ่มกดแบบเดิม ด้วยการเพิ่มฟีเจอร์ที่เข้ากับยุคสมัย ทั้งปุ่ม AI, กล้องหน้าสำหรับวิดีโอคอล และแอป Xpress Chat แต่ยังคงใช้งานง่ายตามสไตล์ Nokia แล้วหลังทดลองใช้งาน


จะเป็นอย่างไร Sanook Hitech พาไปดูกันเป็นอย่าไงร มาดูกัน
ดีไซน์ตัวเครื่อง

ภาพรวมของ Nokia 215 4G 2nd Edition ยังคงกลิ่นอายของ Nokia แบบดั้งเดิม ตัวเครื่องมีขนาดกะทัดรัด จับถนัดมือ ใช้วัสดุพลาสติกที่แข็งแรง พร้อมปุ่มกดขนาดใหญ่ที่กดง่ายและตอบสนองได้ดี เหมาะกับทั้งผู้สูงอายุและผู้ที่ต้องโทรหรือพิมพ์ข้อความบ่อย ๆ
จุดที่เปลี่ยนจากรุ่นก่อนคือหน้าจอ IPS ขนาด 2.8 นิ้ว ที่ใหญ่ขึ้น ทำให้การอ่านข้อความ เมนู และการสนทนาผ่านแอป Xpress Chat มองเห็นได้ง่ายกว่าเดิม

ด้านหน้ามีกล้อง Selfie สำหรับวิดีโอคอล ส่วนด้านหลังไม่มีโมดูลกล้องหลัก ทำให้ตัวเครื่องดูเรียบง่าย มีเพียงแฟลช LED ที่ใช้เป็นไฟฉายได้ ด้านข้างและด้านบนยังคงมีช่องหูฟัง 3.5 มม. และพอร์ต USB-C สำหรับชาร์จเครื่อง ซึ่งถือเป็นการอัปเกรดที่ใช้งานสะดวกกว่าเดิม
ฟีเจอร์
แม้จะเป็นมือถือปุ่มกด แต่ Nokia 215 4G 2nd Edition มีลูกเล่นมากกว่าที่คิด
- รองรับเครือข่าย 4G
- Xpress Chat ส่งข้อความ เสียง และวิดีโอคอลกับผู้ใช้สมาร์ทโฟนได้
- ปุ่มเรียก AI Assistant โดยเฉพาะ
- วิทยุ FM
- Bluetooth 5.0
- รองรับ MicroSD Card
- ไฟฉาย LED
- รองรับ Dual SIM

ฟีเจอร์ที่น่าสนใจที่สุดคือ AI Assistant ซึ่งสามารถสั่งงานด้วยเสียงเพื่อเปิดไฟฉาย ตั้งปลุก โทรออก หรือถามข้อมูลทั่วไปได้ ถือเป็นการนำ AI มาใส่ในมือถือปุ่มกดอย่างน่าสนใจ แม้ความสามารถจะยังไม่เทียบเท่า AI บนสมาร์ทโฟนก็ตาม
ส่วน Xpress Chat ถือเป็นอีกจุดเด่น เพราะช่วยให้ผู้ใช้มือถือปุ่มกดสามารถคุยกับคนที่ใช้สมาร์ทโฟนได้ ทั้งข้อความ เสียง และวิดีโอคอล โดยอีกฝ่ายเพียงติดตั้งแอป Xpress Chat บน Android หรือ iPhone

กล้องเป็นไง?
จุดที่หลายคนอาจสงสัยคือ "กล้อง"
Nokia 215 4G 2nd Edition ไม่มีกล้องหลัง เหมือนสมาร์ทโฟนทั่วไป เพราะถูกออกแบบให้เน้นการสื่อสารเป็นหลัก
แต่ตัวเครื่องมีกล้องหน้า VGA สำหรับวิดีโอคอลผ่าน Xpress Chat รวมถึงสามารถถ่ายภาพเซลฟีและบันทึกวิดีโอพื้นฐานได้ คุณภาพของภาพอยู่ในระดับใช้งานทั่วไป เหมาะกับการพูดคุยกับครอบครัวมากกว่าการถ่ายภาพเพื่อความสวยงาม

แบตเตอรี่
อีกจุดที่ Nokia ยังคงทำได้ดีคือเรื่องแบตเตอรี่
ตัวเครื่องมาพร้อมแบตเตอรี่แบบถอดเปลี่ยนได้ ความจุ 1,450mAh ซึ่งเมื่อเทียบกับฮาร์ดแวร์ที่ใช้พลังงานต่ำ ทำให้ใช้งานได้หลายวันต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง
จากการใช้งานทั่วไป ทั้งโทรศัพท์ ส่งข้อความ เปิดไฟฉาย และฟังวิทยุ สามารถใช้งานได้สบายโดยไม่ต้องชาร์จทุกวัน ถือเป็นข้อได้เปรียบเหนือสมาร์ทโฟนส่วนใหญ่ในปัจจุบัน

สรุปหลังลอง
Nokia 215 4G 2nd Edition ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อแข่งขันกับสมาร์ทโฟน แต่เป็นการทำมือถือปุ่มกดให้ทันยุคมากขึ้น ด้วยการเพิ่มหน้าจอใหญ่ กล้องหน้าสำหรับวิดีโอคอล AI Assistant และ Xpress Chat ขณะที่ยังคงความเรียบง่าย ใช้งานง่าย และแบตเตอรี่อึดตามแบบฉบับ Nokia
หากคุณกำลังมองหามือถือให้ผู้สูงอายุ เครื่องสำรองสำหรับการเดินทาง หรืออยากลดการใช้งานโซเชียลมีเดีย Nokia 215 4G 2nd Edition ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ แต่หากต้องการถ่ายภาพ เล่นแอป หรือใช้งานอินเทอร์เน็ตเต็มรูปแบบ สมาร์ทโฟนยังเป็นคำตอบที่เหมาะสมกว่า
ข้อดี
- หน้าจอใหญ่ อ่านง่าย
- ปุ่มกดใช้งานสะดวก
- แบตเตอรี่อึด
- รองรับวิดีโอคอลผ่าน Xpress Chat
- มี AI Assistant และปุ่มเรียกใช้งานโดยเฉพาะ
- ใช้พอร์ต USB-C
ข้อสังเกต
- ไม่มีกล้องหลัง
- AI ยังทำงานได้เฉพาะคำสั่งพื้นฐาน
- ไม่เหมาะกับผู้ที่ต้องการใช้งานแอปสมาร์ทโฟนทั่วไป
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี




