สัญญาณเตือนภัย “ข้อเข่าเสื่อม”...อย่าชะล่าใจ

สัญญาณเตือนภัย “ข้อเข่าเสื่อม”...อย่าชะล่าใจ

สัญญาณเตือนภัย “ข้อเข่าเสื่อม”...อย่าชะล่าใจ เกี่ยวกับ สุขภาพกาย

     จะลุกก็โอย จะนั่งก็โอย ไม่ใช่เรื่องที่เอามาพูดให้คนขำ แต่เป็นปัญหาโรคกระดูกและข้อที่ไม่ได้เกิดจากการบาดเจ็บ ซึ่งพบอยู่เป็นจำนวนมาก เกิดจากการเสื่อมสึกหรอตามข้อต่อต่างๆ ของร่างกายที่ผ่านการใช้งานมานาน โดยเฉพาะผู้ที่เคยมีอุบัติเหตุที่บริเวณข้อเข่า หรือในผู้สูงอายุที่มีการเดินเหินลำบาก มักจะมีปัญหาเกี่ยวกับ “ข้อเข่า” ซึ่งเป็นอวัยวะที่จะต้องรองรับน้ำหนักตัวอยู่ตลอดเวลา แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าข้อเข่าเริ่มเสื่อมแล้ว...มาดูกันที่

สัญญาณเตือนภัย ! ข้อเข่าเสื่อม
- อายุ 40 ปีขึ้นไป
- อ้วน หรือน้ำหนักตัวมากเกิน เพราะข้อเข่าจะต้องรองรับน้ำหนักตัวไว้มาก และหากต้องรองรับน้ำหนักเป็นเวลานาน ข้อเข่าก็ย่อมเสื่อมสภาพลงเร็ว
- ใช้งานข้อเข่าบ่อยๆ เช่น เดินตลอดเวลา นั่งยองๆ นั่งขัดสมาธิ หรือการนั่งพับเพียบเป็นเวลานานก็เป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดข้อเข่าเสื่อมขึ้นได้เร็ว
- ปวดที่ข้อเข่า มีอาการเจ็บแปล๊บที่ข้อเข่าเวลาเดิน หรือขึ้น ลงบันได เวลาใส่ถุงเท้า รองเท้า หรือขณะลุกนั่ง และเวลานอน ไม่สามารถเดินได้ปกติ ต้องเดินโยกตัว
- เข่ายึด ฝืด งอลำบาก มีเสียงดังก๊อบ แกร๊บ ที่เข่าขณะเคลื่อนไหว
- ขาโก่งงอผิดรูป
     หากคุณมีอาการเหล่านี้มากกว่า 3 ข้อขึ้นไป คุณอาจมีความเสี่ยงต่อโรคข้อเข่าเสื่อม หากปล่อยไว้นาน อาจเป็นหนักขั้นเดินไม่ได้ เพื่อชะลอความเสื่อมให้ช้าลง ควรได้รับการดูแลรักษาอย่างถูกวิธี ให้สามารถดำเนินคุณภาพชีวิตได้ตามปกติ



     การชะลอความเสื่อมของข้อเข่าสามารถทำได้โดยการออกกำลังกาย เน้นในเรื่องความยืดหยุ่นและการทรงตัวให้ออกกำลัง การบริหารกล้ามเนื้อต้นขาจะทำให้กล้ามเนื้อแข็งแรงและช่วยลดแรงที่กระทำต่อข้อเข่า ป้องกันข้อติด ช่วยให้การเคลื่อนไหวของข้อดีขึ้น เช่น โยคะ การรำมวยจีน ชี่กง ไท้เก็ก เพื่อลดความเสี่ยงที่เกิดจากการกระแทกและการบาดเจ็บกับข้อเข่าหรือกล้ามเนื้อต่างๆ หลีกเลี่ยงการออกกำลังที่มีแรงกระทำต่อข้อเข่ามากๆ อย่างการกระโดด หรือวิ่ง ที่สำคัญควรรับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยโปรตีนเพื่อเสริมกล้ามเนื้อบริเวณเข่าให้มีความแข็งแรง ช่วยพยุงน้ำหนักบริเวณข้อ และกินผักผลไม้ที่มีสีสันหลากหลายซึ่งมีใยอาหารรวมทั้งสารต้านอนุมูลอิสระต่างๆ

     นอกจากนี้ยังมีตัวช่วยในการป้องกัน ดูแลข้อเข่า และบำบัดโรคข้อเข่าเสื่อม เพราะเมื่ออายุมากขึ้นบวกกับมีปัจจัยที่เร่งการเสื่อมของข้อที่มากขึ้น ส่งผลให้โปรตีนชนิดหนึ่งที่เป็นองค์ประกอบของกระดูกอ่อนบริเวณข้อ ที่เรียกว่า “Collagen Type II” ... ซึ่งมีหน้าที่รองรับน้ำหนัก ลดแรงกระแทก รวมถึงให้ความแข็งแรงแก่ข้อต่อในขณะที่มีการเคลื่อนไหวนั้นมีปริมาณลดลง จากการศึกษาวิจัยพบว่า การรับประทานคอลลาเจนไทพ์ทู (UC-II) เสริม ขนาด 40 มิลลิกรัมต่อวัน มีประสิทธิภาพในการบรรเทาอาการของโรคข้อเข่าเสื่อมได้ดี สามารถลดอาการอักเสบ ลดอาการปวดของข้อเข่า เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานและเดินได้ดีขึ้น ทั้งยังเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยโรคข้อเข่าเสื่อมได้ นอกจากนี้ คอลลาเจนไทพ์ทู (UC-II) ยังได้ผลดีในผู้ที่ออกกำลังกายโดยเพิ่มประสิทธิภาพในการยืดองศาของเข่าได้ดีขึ้น และเพิ่มระยะเวลาการออกกำลังในการวิ่งบนลู่วิ่งได้นาน โดยมีความปลอดภัยสูงและไม่มีผลข้างเคียง นอกจากนี้ยังมีการศึกษาวิจัยทางคลินิกพบว่า คอลลาเจนไทพ์ทู (UC-II) ยังมีประสิทธิภาพลดอาการของโรคข้อเข่าเสื่อมได้ดีกว่ากลูโคซามีน และคอนดรอยติน ถึง 2 เท่า โดยมีความปลอดภัยสูงและไม่พบผลข้างเคียง รวมทั้งยังพบว่าคอลลาเจนไทพ์ทู (UC-II) ยังสามารถยับยั้งการทำลายเซลล์กระดูกอ่อนบริเวณผิวข้อ และลดสารที่ก่อให้เกิดการอักเสบได้ดี จึงช่วยลดการปวด อักเสบในผู้ที่เป็นโรคข้ออักเสบได้

    การดูแลข้อเข่าไม่ให้เสื่อม จะช่วยให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างคล่องแคล่ว และมีความสุข อย่าชะล่าใจในอาการเจ็บปวดต่างๆ ปรึกษาแพทย์แต่เนิ่นๆ รักษาง่ายหายไว เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีตลอดไป

อ้างอิง:
- Crowley D.C. & et al. Safety and efficacy of undenatured type II collagen in the treatment of osteoarthritis of the knee: a clinical trial. Int. J. Med. Sci.2009; 6(6):312.
- Schauss A.G. & et al. Effect of the Novel Low Molecular Weight Hydrolyzed Chicken Sternal Cartilage Extract, BioCell Collagen, on Improving Osteoarthritis-Related Symptoms: A Randomized, Double-Blind, Placebo-Controlled Trial. J. Agric. Food Chem. 2012, 60, 4096-4101.

ข้อมูลโดย: ผศ.ดร.เอกราช บำรุงพืชน์ ประธานฝ่ายวิชาการ ชมรมโภชนวิทยามหิดล




 

[Advertorial]

เรื่องล่าสุดของหมวด รู้ทันโรค

ดูหมวด รู้ทันโรค ทั้งหมด