เลือกประกันชีวิตให้ฟิตปึ้ก!

เลือกประกันชีวิตให้ฟิตปึ้ก!
S! Health

สนับสนุนเนื้อหา

          Sanook! เชื่อว่าหลายคนต้องเป็นเหมือนเราแน่ๆ กว่าจะเสียเงินก้อนทำอะไรสักทีก็ต้องคิดแล้วคิดอีก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของการซื้อประกันชีวิตและสุขภาพ กว่าจะยอมตกลงซื้อสักตัวก็ต้องศึกษาข้อมูล เปรียบเทียบผลประโยชน์ คุยไปอีก 18 ทอด กว่าจะได้ซื้อบางครั้งก็เกิดเรื่องแย่ๆ เสียก่อน วันนี้เราเลยสรุปเรื่องหลักๆ ที่สามารถเอาเป็นแนวทางในการตัดสินใจเลือกซื้อประกันสุขภาพสักตัวหนึ่งทั้งสำหรับคนที่รักตัวเอง และกำลังมองหาความคุ้มครองสุขภาพสำหรับคนที่มีงานประจำอย่างเรา และสำหรับชาวฟรีแลนซ์ที่ต้องการความคุ้มครองสุขภาพเช่นกัน



เป็นพนักงานประจำเพิ่มความมั่นใจเป็น 2 เท่า

          ถึงแม้ว่าจะเป็นองค์กรที่มีส่วนใหญ่ทางบริษัทจะมีสวัสดิการสำหรับพนักงานประจำอยู่แล้ว แต่บางครั้งอาจจะมีวงเงินของการประกันที่จำกัด เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้กับซาลารี่แมนอย่างเราการเลือกซื้อประกันเสริมส่วนตัวก็ถือเป็นตัวช่วยที่ดี Sanook! จึงอยากแนะนำให้เลือกแผนประกันสุขภาพที่มาช่วยเสริมให้สวัสดิการที่คุณมีอยู่แล้วนั้นดียิ่งขึ้น

          ซึ่งประกันสุขภาพที่เราแนะนำให้เลือกนั้นคือ ควรเลือกประกันสุขภาพแบบที่มีค่ารับผิดชอบส่วนแรกและมีค่าใช้จ่ายร่วมที่เราต้องจ่ายเองก่อน ซึ่งคุณสามารถนำเอาส่วนของสวัสดิการที่มีอยู่มาใช้ในค่าใช้จ่ายส่วนนี้ได้ แล้วในส่วนของค่าใช้จ่ายที่เหลือก็สามารถเคลมกับบริษัทประกันได้ ซึ่งประกันสุขภาพแบบนี้จะมีข้อดีคือเบี้ยประกันจะค่อนข้างต่ำ ทำให้ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายไปได้มากสำหรับผู้ที่มีสวัสดิการจากองค์กรอยู่แล้ว

          แล้วฟรีแลนซ์ที่รายได้ไม่มั่นคงล่ะ?

          ในปัจจุบันหลายๆ คนเลือกที่จะเป็นฟรีแลนซ์มีความอิสระสูง แต่บางครั้งรายได้ที่เข้ามาอาจจะไม่มั่นคงเท่ากับพนักงานประจำ เพื่อความมั่นใจประกันชีวิตและสุขภาพ ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ซึ่งแนะนำแนวทางในการเลือก 2 แบบคือ

          1. สำหรับผู้ที่ต้องการความคุ้มครองสูงและสามารถเหมาจ่ายได้
หากต้องการความคุ้มครองที่สูง การจ่ายผลประโยชน์ไม่ซับซ้อน เราแนะนำว่าให้เลือกประกันสุขภาพแบบที่มีการจ่ายผลประโยชน์เป็นแบบเหมารวม ไม่แยกลิมิตวงเงินค่าใช้จ่ายต่างๆ ซึ่งจะทำให้เราได้รับความคุ้มครองที่ครอบคลุม และได้วงเงินสูง ประกันแบบนี้จะให้ผลประโยชน์ที่ดีมาก โดยเฉพาะในกรณีที่ต้องเข้ารับการผ่าตัด เพราะการผ่าตัดมีค่าใช้จ่ายสูง ซึ่งประกันประเภทนี้ จะให้ความคุ้มครองเป็นแบบเหมาจ่ายรวมค่าผ่าตัด ค่าวินิจฉัยทางรังสีวิทยา และค่ารักษาพยาบาลอื่นๆ ให้อยู่ในวงเงินใหญ่ก้อนเดียวกัน จะแตกต่างจากประกันสุขภาพแบบทั่วไป ที่จะจำกัดค่าผ่าตัดแยกออกมาซึ่งจะได้ความคุ้มครองค่าผ่าตัดน้อยกว่า

          2. สำหรับผู้ที่ต้องการความคุ้มครองแบบคุ้มค่า ประหยัด
ถ้าหากเป็นฟรีแลนซ์ที่อยากได้ความคุ้มครองแบบคุ้มค่าหรืออยากเอามาช่วยเติมเต็มสวัสดิการที่มีอยู่แล้วให้ดียิ่งขึ้นไปอีก เราแนะนำให้เลือกประกันสุขภาพแบบแยกค่าใช้จ่าย ซึ่งประกันแบบนี้จะให้ความคุ้มครองที่ครอบคลุมไม่ว่าจะเป็นค่าห้อง ค่ายา ค่าผ่าตัด ค่ารักษาพยาบาลอื่นๆ โดยจะแยกวงเงินของแต่ละค่าใช้จ่ายออกจากกัน ซึ่งแบบประกันแบบนี้ มีข้อดีคือได้ความคุ้มครองครอบคลุม โดยที่เบี้ยประกันจะไม่สูงมาก

           หลักกว้างๆ ในการเลือกประกันชีวิตและสุขภาพแบบนี้ให้ทุกคนลองเอาไปใช้ดูกัน เพื่อย่นระยะเวลาในการตัดสินใจ หรือถ้าใครอยากเจอประกันชีวิตและสุขภาพที่คุ้มค่าตัวจริง ก็สามารถเลือกประกันสุขภาพจากแคมเปญ “รักใครให้ประกัน” จากเมืองไทยประกันชีวิตในหมวดรักตัวเอง ให้ความคุ้มครองตัวเองด้วยประกันสุขภาพ เพื่อให้ความคุ้มครองทั้งพนักงานประจำหรือ เหล่าฟรีแลนซ์ก็สามารถเพิ่มความมั่นใจเวลาเจ็บป่วยแล้วต้องการตัวช่วยค่ารักษาพยาบาลได้



[Advertorial]

ติดตามSanook! Health

ติดตาม เกร็ดความรู้ ข้อมูลน่ารู้ เรื่องสุขภาพ ได้ที่ https://www.sanook.com/health/ ทุกๆ เรื่องที่คุณอยากรู้ ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!