9 เทคนิคสระผม "ลดผมมัน" หนังหัวไม่เหม็น จากช่างทำผม

9 เทคนิคสระผม "ลดผมมัน" หนังหัวไม่เหม็น จากช่างทำผม

9 เทคนิคสระผม "ลดผมมัน" หนังหัวไม่เหม็น จากช่างทำผม
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ปัญหา "ผมมันเร็ว" สระเช้าพอดับบ่ายโคนผมก็เริ่มลีบแบนและมันเยิ้ม เป็นหนึ่งในปัญหาที่สร้างความหงุดหงิดและทำให้เสียความมั่นใจได้ง่าย ปัญหานี้อาจเกิดจากต่อมไขมันบนหนังศีรษะผลิตน้ำมันหรือซีบัมออกมามาก รวมถึงวิธีสระผม ดูแลเส้นผมที่ไม่เหมาะกับสภาพผม

ใครที่กำลังเจอปัญหาผมมันง่าย ลองเช็ก 9 ขั้นตอนดูแลหนังศีรษะ ลดความมัน ตั้งแต่การเลือกแชมพู การใช้ครีมนวดให้ถูกวิธี ไปจนถึงพฤติกรรมที่ควรปรับ เพื่อช่วยลดความมันส่วนเกินและดูแลหนังศีรษะให้สะอาด โดยไม่จำเป็นต้องสระผมซ้ำหลายรอบเสมอไป

9 ขั้นตอนดูแลหนังศีรษะ ลดความมัน คืนผมพริ้วสวย

1. ล้างผมด้วยน้ำสะอาดล่วงหน้าก่อนลงแชมพู

ก่อนจะชโลมแชมพู ควรเปิดน้ำราดและนวดผมเบาๆ ด้วยน้ำอุ่นหรือน้ำอุณหภูมิห้องอย่างน้อย 1-2 นาที เพื่อให้ความชุ่มชื้นซึมเข้าสู่เส้นผม และช่วยชะล้างฝุ่น คราบผลิตภัณฑ์ หรือสิ่งสกปรกบนชั้นนอกออกไปก่อน ทำให้ลงแชมพูแล้วเกิดฟองได้ดีและทำความสะอาดได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

2. สระผม 2 รอบเพื่อความสะอาดล้ำลึก

  • รอบแรก: สระเพื่อชะล้างคราบมัน น้ำมันส่วนเกิน และสเปรย์หรือเซรั่มที่แต่งทรงผมออก
  • รอบที่สอง: แชมพูจะเข้าไปทำความสะอาดหนังศีรษะและรูขุมขนได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ทำให้หนังศีรษะสะอาดเบาสบายยาวนานขึ้น

3. เลิกสระผมทุกวัน ปรับสมดุลต่อมไขมัน

การสระผมบ่อยเกินไป (เช่น สระทุกวันวันละหลายรอบ) จะไปล้างน้ำมันธรรมชาติ (Sebum) ออกจนหมด ส่งผลให้หนังศีรษะแห้งตึง ต่อมไขมันจึงต้องเร่งผลิตน้ำมันออกมาทดแทนมากกว่าเดิม ทำให้ผมมันไวยิ่งขึ้น ระยะเวลาที่เหมาะสมคือ สระวันเว้นวัน หรือทุกๆ 2-3 วัน

4. ชโลมครีมนวดเฉพาะ "ช่วงกลางถึงปลายผม"

ครีมนวดผมและทรีตเมนต์ถูกออกแบบมาเพื่อบำรุงเกล็ดผมที่แห้งกรอบ การนำครีมนวดไปสัมผัสกับหนังศีรษะโดยตรงจะทำให้รูขุมขนอุดตัน เกิดคราบสะสม และทำให้โคนผมมันเยิ้มทันทีหลังสระเสร็จ ควรเว้นจากโคนผมลงมาประมาณ 2-3 นิ้ว แล้วนวดเน้นเฉพาะปลายผมเท่านั้น

5. หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของซิลิโคนและน้ำมันเข้มข้น

ซิลิโคน (Silicone) เช่น Dimethicone หรือ Cyclomethicone แม้จะช่วยให้ผมลื่น แต่หากชะล้างไม่หมดจะเกิดการสะสมและเคลือบหนังศีรษะจนอุดตัน ควรเลือกแชมพูสูตร Silicone-Free และปราศจากน้ำมันหนักๆ (Heavy Oils)

6. เลือกใช้แชมพูสูตรใส และตรงกับสภาพหนังศีรษะ

  • หนังศีรษะมัน: ควรเลือกใช้แชมพูเนื้อใส (Clear Shampoo) หรือสูตร Clarifying / Micellar ที่ช่วยควบคุมความมันและชะล้างสิ่งตกค้าง
  • คำแนะนำ: หลีกเลี่ยงแชมพูเนื้อครีมสีขาวขุ่นเข้มข้น (Nourishing/Moisturizing Shampoo) เพราะมีปริมาณมอยส์เจอไรเซอร์สูงเกินไปสำหรับคนผมมัน

7. สครับหนังศีรษะ (Scalp Scrub) สัปดาห์ละ 1 ครั้ง

เช่นเดียวกับผิวหน้า หนังศีรษะต้องการการผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วและคราบผลิตภัณฑ์สะสมออก การสครับหนังศีรษะสัปดาห์ละ 1 ครั้ง จะช่วยเปิดรูขุมขน ลดการอุดตันของไขมัน และช่วยให้โคนผมยกตัวสวยขึ้น

8. ใช้หวีสระผม (Scalp Brush) ช่วยนวดและทำความสะอาด

การใช้นิ้วมือสระผมบางครั้งอาจเกาไม่ทั่วถึง หรือใช้เล็บจิกจนเกิดแผล การใช้ "หวีสระผมซิลิโคน" นวดวนเป็นวงกลมเบาๆ ขณะสระผม จะช่วยทำความสะอาดคราบมันลึกถึงโคนผม กระตุ้นการไหลเวียนของเลือด และไม่ทำร้ายหนังศีรษะ

9. เป่าโคนผมให้แห้งสนิททุกครั้งหลังสระ

การปล่อยให้หนังศีรษะเปียกชื้นหรือแห้งเองตามธรรมชาติ จะกลายเป็นแหล่งสะสมของเชื้อราและแบคทีเรีย ซึ่งกระตุ้นให้เกิดอาการคัน รังแค และความมันย้อนกลับมาเร็วขึ้น หลังสระผมควรรีบเป่าโคนผมด้วยลมเย็นหรือลมปานกลางให้แห้งสนิทเสมอ

เคล็ดลับจากประสบกาณ์ตรง

วิธีเช็กว่าหนังศีรษะมีกลิ่นหรือไม่ ใช้นิ้วมือถูเบาๆ บริเวณหนังศีรษะ แล้วนำมาดมเพื่อสังเกตกลิ่น หากมีกลิ่นอับอาจเกิดจากความมันสะสมและการทำความสะอาดไม่ทั่วถึง

เคล็ดลับสระผมลดกลิ่นเหม็น ควรล้างผมด้วยน้ำเปล่าอย่างน้อย 1 นาทีก่อนลงแชมพู จากนั้นนวดหนังศีรษะเบา ๆ โดยเน้นกลางกระหม่อม หลังใบหู และท้ายทอย พร้อมล้างแชมพูออกให้สะอาด

อ่านเพิ่มเติม

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล