9 เทคนิคสระผม "ลดผมมัน" หนังหัวไม่เหม็น จากช่างทำผม
.jpg?ip/crop/w1200h700/q80/jpg)
ปัญหา "ผมมันเร็ว" สระเช้าพอดับบ่ายโคนผมก็เริ่มลีบแบนและมันเยิ้ม เป็นหนึ่งในปัญหาที่สร้างความหงุดหงิดและทำให้เสียความมั่นใจได้ง่าย ปัญหานี้อาจเกิดจากต่อมไขมันบนหนังศีรษะผลิตน้ำมันหรือซีบัมออกมามาก รวมถึงวิธีสระผม ดูแลเส้นผมที่ไม่เหมาะกับสภาพผม
ใครที่กำลังเจอปัญหาผมมันง่าย ลองเช็ก 9 ขั้นตอนดูแลหนังศีรษะ ลดความมัน ตั้งแต่การเลือกแชมพู การใช้ครีมนวดให้ถูกวิธี ไปจนถึงพฤติกรรมที่ควรปรับ เพื่อช่วยลดความมันส่วนเกินและดูแลหนังศีรษะให้สะอาด โดยไม่จำเป็นต้องสระผมซ้ำหลายรอบเสมอไป
9 ขั้นตอนดูแลหนังศีรษะ ลดความมัน คืนผมพริ้วสวย
1. ล้างผมด้วยน้ำสะอาดล่วงหน้าก่อนลงแชมพู
ก่อนจะชโลมแชมพู ควรเปิดน้ำราดและนวดผมเบาๆ ด้วยน้ำอุ่นหรือน้ำอุณหภูมิห้องอย่างน้อย 1-2 นาที เพื่อให้ความชุ่มชื้นซึมเข้าสู่เส้นผม และช่วยชะล้างฝุ่น คราบผลิตภัณฑ์ หรือสิ่งสกปรกบนชั้นนอกออกไปก่อน ทำให้ลงแชมพูแล้วเกิดฟองได้ดีและทำความสะอาดได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
2. สระผม 2 รอบเพื่อความสะอาดล้ำลึก
- รอบแรก: สระเพื่อชะล้างคราบมัน น้ำมันส่วนเกิน และสเปรย์หรือเซรั่มที่แต่งทรงผมออก
- รอบที่สอง: แชมพูจะเข้าไปทำความสะอาดหนังศีรษะและรูขุมขนได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ทำให้หนังศีรษะสะอาดเบาสบายยาวนานขึ้น
.jpg?ip/resize/w728/q80/jpg)
3. เลิกสระผมทุกวัน ปรับสมดุลต่อมไขมัน
การสระผมบ่อยเกินไป (เช่น สระทุกวันวันละหลายรอบ) จะไปล้างน้ำมันธรรมชาติ (Sebum) ออกจนหมด ส่งผลให้หนังศีรษะแห้งตึง ต่อมไขมันจึงต้องเร่งผลิตน้ำมันออกมาทดแทนมากกว่าเดิม ทำให้ผมมันไวยิ่งขึ้น ระยะเวลาที่เหมาะสมคือ สระวันเว้นวัน หรือทุกๆ 2-3 วัน
4. ชโลมครีมนวดเฉพาะ "ช่วงกลางถึงปลายผม"
ครีมนวดผมและทรีตเมนต์ถูกออกแบบมาเพื่อบำรุงเกล็ดผมที่แห้งกรอบ การนำครีมนวดไปสัมผัสกับหนังศีรษะโดยตรงจะทำให้รูขุมขนอุดตัน เกิดคราบสะสม และทำให้โคนผมมันเยิ้มทันทีหลังสระเสร็จ ควรเว้นจากโคนผมลงมาประมาณ 2-3 นิ้ว แล้วนวดเน้นเฉพาะปลายผมเท่านั้น
5. หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของซิลิโคนและน้ำมันเข้มข้น
ซิลิโคน (Silicone) เช่น Dimethicone หรือ Cyclomethicone แม้จะช่วยให้ผมลื่น แต่หากชะล้างไม่หมดจะเกิดการสะสมและเคลือบหนังศีรษะจนอุดตัน ควรเลือกแชมพูสูตร Silicone-Free และปราศจากน้ำมันหนักๆ (Heavy Oils)
6. เลือกใช้แชมพูสูตรใส และตรงกับสภาพหนังศีรษะ
- หนังศีรษะมัน: ควรเลือกใช้แชมพูเนื้อใส (Clear Shampoo) หรือสูตร Clarifying / Micellar ที่ช่วยควบคุมความมันและชะล้างสิ่งตกค้าง
- คำแนะนำ: หลีกเลี่ยงแชมพูเนื้อครีมสีขาวขุ่นเข้มข้น (Nourishing/Moisturizing Shampoo) เพราะมีปริมาณมอยส์เจอไรเซอร์สูงเกินไปสำหรับคนผมมัน
.jpg?ip/resize/w728/q80/jpg)
7. สครับหนังศีรษะ (Scalp Scrub) สัปดาห์ละ 1 ครั้ง
เช่นเดียวกับผิวหน้า หนังศีรษะต้องการการผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วและคราบผลิตภัณฑ์สะสมออก การสครับหนังศีรษะสัปดาห์ละ 1 ครั้ง จะช่วยเปิดรูขุมขน ลดการอุดตันของไขมัน และช่วยให้โคนผมยกตัวสวยขึ้น
8. ใช้หวีสระผม (Scalp Brush) ช่วยนวดและทำความสะอาด
การใช้นิ้วมือสระผมบางครั้งอาจเกาไม่ทั่วถึง หรือใช้เล็บจิกจนเกิดแผล การใช้ "หวีสระผมซิลิโคน" นวดวนเป็นวงกลมเบาๆ ขณะสระผม จะช่วยทำความสะอาดคราบมันลึกถึงโคนผม กระตุ้นการไหลเวียนของเลือด และไม่ทำร้ายหนังศีรษะ
9. เป่าโคนผมให้แห้งสนิททุกครั้งหลังสระ
การปล่อยให้หนังศีรษะเปียกชื้นหรือแห้งเองตามธรรมชาติ จะกลายเป็นแหล่งสะสมของเชื้อราและแบคทีเรีย ซึ่งกระตุ้นให้เกิดอาการคัน รังแค และความมันย้อนกลับมาเร็วขึ้น หลังสระผมควรรีบเป่าโคนผมด้วยลมเย็นหรือลมปานกลางให้แห้งสนิทเสมอ
เคล็ดลับจากประสบกาณ์ตรง
วิธีเช็กว่าหนังศีรษะมีกลิ่นหรือไม่ ใช้นิ้วมือถูเบาๆ บริเวณหนังศีรษะ แล้วนำมาดมเพื่อสังเกตกลิ่น หากมีกลิ่นอับอาจเกิดจากความมันสะสมและการทำความสะอาดไม่ทั่วถึง
เคล็ดลับสระผมลดกลิ่นเหม็น ควรล้างผมด้วยน้ำเปล่าอย่างน้อย 1 นาทีก่อนลงแชมพู จากนั้นนวดหนังศีรษะเบา ๆ โดยเน้นกลางกระหม่อม หลังใบหู และท้ายทอย พร้อมล้างแชมพูออกให้สะอาด
.jpg?ip/resize/w728/q80/jpg)
อ่านเพิ่มเติม
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี