ปฐมพยาบาลเบื้องต้นเมื่อถูกยิงด้วยปืน: คู่มือช่วยเหลือผู้บาดเจ็บฉบับเร่งด่วน

ปฐมพยาบาลเบื้องต้นเมื่อถูกยิงด้วยปืน: คู่มือช่วยเหลือผู้บาดเจ็บฉบับเร่งด่วน

ปฐมพยาบาลเบื้องต้นเมื่อถูกยิงด้วยปืน: คู่มือช่วยเหลือผู้บาดเจ็บฉบับเร่งด่วน
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

สถานการณ์การถูกยิงเป็นเหตุการณ์ร้ายแรงที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น แต่หากตกอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องเผชิญหน้ากับเหตุการณ์เช่นนี้ การมีความรู้เรื่องการปฐมพยาบาลเบื้องต้นที่ถูกต้องและรวดเร็ว สามารถสร้างความแตกต่างระหว่างความเป็นกับความตายได้ Sanook จะให้ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับวิธีปฐมพยาบาลเมื่อถูกยิงด้วยปืน ทั้งบาดแผลแบบทะลุและไม่ทะลุ เพื่อช่วยเพิ่มโอกาสการรอดชีวิตของผู้บาดเจ็บ ก่อนที่ความช่วยเหลือทางการแพทย์จะมาถึง

สิ่งสำคัญที่สุด: ตั้งสติและประเมินสถานการณ์

ก่อนเข้าให้การช่วยเหลือใด ๆ สิ่งแรกที่คุณต้องทำคือ:

  1. ประเมินความปลอดภัยของตนเองและผู้อื่น: หากยังอยู่ในสถานการณ์อันตราย เช่น มีการยิงต่อเนื่อง หรืออยู่ในพื้นที่ที่ไม่ปลอดภัย (เช่น มีความเสี่ยงต่อการถูกยิงซ้ำ) อย่าเข้าไปในที่เกิดเหตุโดยเด็ดขาด ให้หาที่กำบังและรอเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญเข้าควบคุมสถานการณ์ก่อน ความปลอดภัยของคุณต้องมาก่อนเสมอ

  2. โทรขอความช่วยเหลือฉุกเฉินทันที: เมื่อปลอดภัยแล้ว ให้รีบโทรแจ้ง 1669 (ศูนย์นเรนทร) หรือเบอร์ฉุกเฉินในพื้นที่ของคุณทันที แจ้งตำแหน่งที่เกิดเหตุ ลักษณะการบาดเจ็บ และจำนวนผู้บาดเจ็บให้ละเอียดที่สุด

  3. รวบรวมอุปกรณ์ปฐมพยาบาลที่หาได้: แม้ไม่มีอุปกรณ์ครบชุด แต่สิ่งของง่าย ๆ เช่น ผ้าสะอาด ผ้าขนหนู เสื้อยืดที่สะอาด หรือพลาสเตอร์ปิดแผลขนาดใหญ่ ก็สามารถนำมาใช้ช่วยชีวิตได้

หลักการปฐมพยาบาลบาดแผลถูกยิง (ทั่วไป)

ไม่ว่าจะเป็นแผลชนิดใด หลักการพื้นฐานของการปฐมพยาบาลบาดแผลถูกยิงคือการหยุดเลือดและป้องกันการติดเชื้อให้ได้มากที่สุด:

  1. สวมถุงมือ: หากมี ให้สวมถุงมือยางเพื่อป้องกันการติดเชื้อทั้งกับตัวคุณและผู้บาดเจ็บ

  2. กดห้ามเลือดโดยตรง: ใช้ผ้าสะอาดหรือวัสดุดูดซับใด ๆ ที่หาได้ (เช่น ผ้าก๊อซ, เสื้อยืดสะอาด, ผ้าขนหนู) กดลงบนบาดแผลโดยตรงด้วยแรงที่คงที่และหนักแน่นที่สุดเท่าที่จะทำได้ นี่คือขั้นตอนที่สำคัญที่สุดในการช่วยชีวิตผู้บาดเจ็บ

    • อย่าขยับหรือยกผ้าขึ้นบ่อย ๆ เพื่อดูว่าเลือดหยุดหรือไม่ เพราะจะทำให้ลิ่มเลือดที่กำลังก่อตัวหลุดออกไป ทำให้เลือดไหลอีกครั้ง

    • หากผ้าที่กดเปียกชุ่มเลือด ให้วางผ้าสะอาดทับลงไปบนผ้าผืนเดิม แล้วกดต่อ อย่ายกผ้าผืนเดิมออก

    • ใช้มือกดค้างไว้ หากสามารถทำได้ หรือใช้ผ้าพันกดทับให้แน่นหากบาดแผลอยู่บริเวณแขนหรือขา และผู้บาดเจ็บยังคงมีสติอยู่

  3. ประเมินการหายใจและการตอบสนองของผู้บาดเจ็บ:

    • ตรวจสอบการหายใจ: ดูว่าหน้าอกขยับขึ้นลงหรือไม่ มีเสียงหายใจที่ผิดปกติหรือไม่

    • ตรวจสอบการตอบสนอง: ลองเรียกชื่อหรือเขย่าเบาๆ หากผู้บาดเจ็บไม่ตอบสนอง ให้จัดท่า Recovery Position หากไม่มีบาดแผลที่กระดูกสันหลัง หรือทำการ CPR หากไม่มีชีพจรและการหายใจ

  4. ป้องกันภาวะช็อก: ผู้บาดเจ็บอาจเกิดภาวะช็อกจากการเสียเลือดได้

    • นอนราบ: ให้ผู้บาดเจ็บนอนราบ ยกขาสูงขึ้นเล็กน้อย หากไม่มีการบาดเจ็บที่ศีรษะหรือกระดูกสันหลัง

    • ให้ความอบอุ่น: คลุมผ้าห่มหรือเสื้อคลุมให้ผู้บาดเจ็บ เพื่อช่วยรักษาอุณหภูมิร่างกาย

การปฐมพยาบาลเมื่อถูกยิง: แผลทะลุ vs. แผลไม่ทะลุ

บาดแผลจากการถูกยิงสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทหลัก ซึ่งมีข้อควรระวังและวิธีปฐมพยาบาลเพิ่มเติมที่แตกต่างกันเล็กน้อย:

1. บาดแผลไม่ทะลุ (Entry Wound Only หรือ Blind Wound): เป็นแผลที่กระสุนยังคงฝังอยู่ในร่างกาย ไม่มีทางออกของกระสุน

  • เน้นการห้ามเลือด: บาดแผลประเภทนี้อาจมีเลือดออกมากเช่นกัน ให้เน้นการกดห้ามเลือดโดยตรงที่บริเวณบาดแผลอย่างต่อเนื่องและแน่นหนาที่สุด

  • อย่าพยายามนำกระสุนออก: ห้ามพยายามนำกระสุนหรือวัตถุใด ๆ ออกจากบาดแผลโดยเด็ดขาด เพราะอาจทำให้เลือดออกมากขึ้น หรือสร้างความเสียหายต่ออวัยวะภายในเพิ่มขึ้น

  • ป้องกันการติดเชื้อ: ใช้ผ้าสะอาดหรือผ้าก๊อซปิดคลุมบาดแผลให้มิดชิดที่สุดเท่าที่จะทำได้

  • สังเกตอาการ: เฝ้าระวังอาการช็อกอย่างใกล้ชิด และให้กำลังใจผู้บาดเจ็บ

2. บาดแผลทะลุ (Through-and-Through Wound): เป็นแผลที่มีทั้งทางเข้าและทางออกของกระสุน ซึ่งหมายความว่ากระสุนได้ทะลุผ่านร่างกายออกไปแล้ว

  • หาแผลทางเข้าและทางออก: ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณพบทั้งสองบาดแผล ซึ่งอาจอยู่ห่างกันมาก ขึ้นอยู่กับวิถีกระสุน

  • กดห้ามเลือดทั้งสองแผลพร้อมกัน: หากเป็นไปได้ ให้ใช้ผ้าสะอาดกดห้ามเลือดที่บาดแผลทั้งทางเข้าและทางออกพร้อมกัน หากไม่สามารถทำได้ ให้เน้นไปที่บาดแผลที่เลือดออกมากกว่า หรือบาดแผลทางออก (Exit Wound) ซึ่งมักจะใหญ่กว่าและมีเลือดออกมากกว่า

  • กรณีบาดแผลที่หน้าอก/ท้อง (Sucking Chest Wound): หากมีบาดแผลทะลุที่หน้าอกและมีอากาศเข้าออก (อาจมีเสียงดูดอากาศ) แสดงว่าอาจมีการบาดเจ็บที่ปอด ซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิต

    • ปิดแผล: ใช้พลาสเตอร์ปิดแผลขนาดใหญ่ หรือพลาสติกห่ออาหารที่สะอาด หรือถุงพลาสติกสะอาดปิดทับบาดแผลให้สนิท 3 ด้าน (เหลือไว้ 1 ด้านไม่ปิด เพื่อให้อากาศออกได้แต่เข้าไม่ได้) เพื่อป้องกันไม่ให้อากาศเข้าไปในช่องปอดเพิ่ม

    • จัดท่า: ให้ผู้บาดเจ็บนอนตะแคงโดยให้ด้านที่มีแผลอยู่ด้านล่าง เพื่อช่วยให้ปอดอีกข้างทำงานได้ดีขึ้น

  • กรณีอวัยวะภายในทะลัก: หากมีอวัยวะภายในทะลักออกมาจากช่องท้อง ห้ามดันกลับเข้าไปโดยเด็ดขาด ให้ใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำเกลือ (ถ้ามี) หรือน้ำสะอาดคลุมอวัยวะนั้นไว้ แล้วใช้ผ้าพันแผลหลวม ๆ คลุมทับอีกชั้นเพื่อป้องกันการแห้งตัวและการติดเชื้อ

สิ่งสำคัญที่สุดที่ต้องจำไว้คือ การปฐมพยาบาลเป็นเพียงการช่วยเหลือเบื้องต้นเพื่อประคับประคองอาการเท่านั้น ผู้บาดเจ็บจากการถูกยิงทุกรายต้องได้รับการรักษาจากแพทย์โดยเร็วที่สุดและต่อเนื่อง ห้ามเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บโดยไม่จำเป็นหากไม่มั่นใจในความปลอดภัย และรอจนกว่าเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์จะมาถึงพร้อมอุปกรณ์ที่เหมาะสม

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล