แก้วิงเวียนจาก "บ้านหมุน" รับมืออาการคลื่นไส้ โคลงเคลง ให้กลับมาเป็นปกติ

อาการ "บ้านหมุน" หรือที่ทางการแพทย์เรียกว่า ภาวะเวียนศีรษะบ้านหมุน (Benign Paroxysmal Positional Vertigo - BPPV) เป็นอาการเวียนศีรษะชนิดหนึ่งที่พบได้บ่อย ทำให้รู้สึกเหมือนสภาพแวดล้อมรอบตัวหมุนติ้ว ทั้งที่ตัวเราอยู่กับที่ หรือรู้สึกโคลงเคลงเหมือนจะล้ม ร่วมกับอาการคลื่นไส้ อาเจียน และเสียการทรงตัว ซึ่งอาจรบกวนการใช้ชีวิตประจำวันอย่างมาก
สาเหตุหลักของอาการบ้านหมุน
อาการบ้านหมุนส่วนใหญ่เกิดจากความผิดปกติของ หินปูนในหูชั้นใน ซึ่งเป็นอวัยวะเล็กๆ ที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับการทรงตัว เมื่อหินปูนเหล่านี้หลุดออกจากตำแหน่งเดิมและเข้าไปเคลื่อนไหวอยู่ในท่อครึ่งวงกลมของหูชั้นใน จะส่งผลให้สมองได้รับข้อมูลการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ จึงเกิดอาการเวียนศีรษะขึ้นได้ สาเหตุอื่นๆ ที่อาจกระตุ้นให้เกิด BPPV ได้แก่:
- การเปลี่ยนแปลงท่าทางศีรษะอย่างรวดเร็ว: เช่น การเงยหน้า ก้มหน้า ก้มเก็บของ หรือการพลิกตัวขณะนอนหลับ
- การบาดเจ็บที่ศีรษะ: เช่น การกระแทก หรืออุบัติเหตุ
- อายุที่มากขึ้น: ผู้สูงอายุมีแนวโน้มที่จะเป็น BPPV มากกว่า
- โรคประจำตัวบางชนิด: เช่น ไมเกรน หรือโรคของหูชั้นในอื่นๆ
วิธีรับมือและบรรเทาอาการบ้านหมุนด้วยตนเองเบื้องต้น
เมื่อมีอาการบ้านหมุนเกิดขึ้น การปฏิบัติตัวอย่างถูกต้องจะช่วยบรรเทาอาการและป้องกันการบาดเจ็บได้:
- หยุดกิจกรรมทั้งหมด: หากกำลังเดินอยู่ ให้หยุดยืนหรือนั่งลงทันที ถ้าขับรถอยู่ให้จอดรถในที่ปลอดภัย
- นอนพัก: หาที่นอนราบและหลับตาลงเพื่อลดการกระตุ้นจากสิ่งแวดล้อม
- หลีกเลี่ยงการเคลื่อนไหวศีรษะอย่างรวดเร็ว: ค่อยๆ เคลื่อนไหวศีรษะและร่างกายช้าๆ
- โฟกัสที่จุดคงที่: มองไปยังจุดใดจุดหนึ่งที่นิ่ง เพื่อช่วยให้สมองปรับการรับรู้การทรงตัว
- ดื่มน้ำเปล่า: จิบน้ำเปล่าทีละน้อยเพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ โดยเฉพาะหากมีอาการคลื่นไส้อาเจียน
- หลีกเลี่ยงแสงจ้าและเสียงดัง: สภาวะเหล่านี้อาจกระตุ้นอาการให้แย่ลงได้
การรักษาและวิธีการทางการแพทย์
หากอาการเวียนศีรษะบ้านหมุนยังคงอยู่หรือเป็นบ่อยครั้ง ควรปรึกษาแพทย์เพื่อการวินิจฉัยและการรักษาที่เหมาะสม:
- การทำกายบริหาร Epley Maneuver: เป็นวิธีการที่แพทย์หรือนักกายภาพบำบัดจะจัดท่าทางศีรษะและร่างกายของผู้ป่วยเป็นลำดับ เพื่อให้หินปูนที่หลุดไปกลับเข้าสู่ตำแหน่งเดิมในหูชั้นใน วิธีนี้ได้ผลดีกับผู้ป่วย BPPV ส่วนใหญ่ และมักจะเห็นผลภายใน 1-2 ครั้ง
- การใช้ยา: แพทย์อาจพิจารณาให้ยาเพื่อบรรเทาอาการคลื่นไส้อาเจียน หรือยาที่ช่วยลดอาการเวียนศีรษะ แต่ยานี้ไม่ได้รักษาที่สาเหตุโดยตรง
- การผ่าตัด (ในกรณีที่หายาก): การผ่าตัดเป็นทางเลือกสุดท้ายสำหรับผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงและไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยวิธีอื่นๆ ซึ่งพบน้อยมาก
การป้องกันและการดูแลตนเองในระยะยาว
เพื่อลดโอกาสเกิดอาการบ้านหมุนซ้ำ ควรปฏิบัติดังนี้:
- เคลื่อนไหวศีรษะช้าๆ: โดยเฉพาะเมื่อเปลี่ยนท่าทางจากนอนเป็นนั่ง หรือจากนั่งเป็นยืน
- ระมัดระวังเมื่อเงยหน้าหรือก้มหน้า: หลีกเลี่ยงการเงยหน้ามองที่สูง หรือก้มเก็บของอย่างรวดเร็ว
- จัดสภาพแวดล้อมในบ้านให้ปลอดภัย: ติดตั้งราวจับในห้องน้ำ ใช้แสงสว่างที่เพียงพอในเวลากลางคืน เพื่อลดความเสี่ยงในการหกล้ม
- นอนหนุนหมอนสูงเล็กน้อย: อาจช่วยลดอาการในบางราย
- ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ: ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและการทรงตัว
- ปรึกษาแพทย์: หากมีอาการผิดปกติ หรือมีอาการบ้านหมุนเกิดขึ้นบ่อยครั้ง เพื่อหาสาเหตุและรับการรักษาที่ถูกต้อง
อาการบ้านหมุนเป็นภาวะที่สามารถรักษาให้หายได้ และมักจะไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต แต่ก็สร้างความรำคาญและรบกวนการใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมาก การทำความเข้าใจสาเหตุ การรู้วิธีปฏิบัติตัวเบื้องต้น และการปรึกษาแพทย์เมื่อจำเป็น จะช่วยให้ผู้ป่วยสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างเป็นปกติและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้
คำแนะนำ: หากคุณสงสัยว่าตนเองมีอาการเวียนศีรษะบ้านหมุน ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านหู คอ จมูก เพื่อการวินิจฉัยที่แม่นยำและการรักษาที่เหมาะสมที่สุด
อ่านเพิ่ม
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี



