วิตามินบีรวม กินทุกวันได้ไหม? ช่วยเรื่องอะไร เหมาะกับใครบ้าง

วิตามินบีรวม กินทุกวันได้ไหม? ช่วยเรื่องอะไร เหมาะกับใครบ้าง

วิตามินบีรวม กินทุกวันได้ไหม? ช่วยเรื่องอะไร เหมาะกับใครบ้าง
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

วิตามินบีรวม (Vitamin B Complex) คือกลุ่มวิตามินที่ร่างกายต้องการทุกวันเพื่อให้ระบบประสาท สมอง และการเผาผลาญทำงานเป็นปกติ ถึงแม้หลายคนจะได้จากอาหาร แต่ในบางช่วงวัยหรือบางอาชีพ การเสริมวิตามินบีรวมก็กลายเป็นสิ่งจำเป็น แล้วควรกินตอนไหน? มีผลข้างเคียงไหม? ควรกินทุกวันหรือเปล่า? มาหาคำตอบกัน

วิตามินบีรวม คืออะไร มีอะไรบ้าง?

วิตามินบีรวม (Vitamin B Complex) คือ กลุ่มวิตามินบี 8 ชนิด ได้แก่

  1. B1 (ไทอามีน) – ช่วยเปลี่ยนน้ำตาลเป็นพลังงาน

  2. B2 (ไรโบฟลาวิน) – บำรุงผิวและสายตา

  3. B3 (ไนอะซิน) – ช่วยระบบย่อยอาหารและสุขภาพสมอง

  4. B5 (แพนโทธีนิก แอซิด) – ซ่อมแซมเซลล์

  5. B6 (ไพริดอกซีน) – ผลิตเซโรโทนิน ปรับสมดุลอารมณ์

  6. B7 (ไบโอติน) – ดูแลผม ผิว เล็บ

  7. B9 (โฟเลต/โฟลิก แอซิด) – สร้างเม็ดเลือดแดง สำคัญต่อหญิงตั้งครรภ์

  8. B12 (โคบาลามิน) – บำรุงสมอง ป้องกันโรคโลหิตจาง

วิตามินบีรวม ช่วยเรื่องอะไร?

วิตามินบีรวมช่วยในหลายระบบของร่างกาย ได้แก่

  • เพิ่มพลังงานและการเผาผลาญ

  • บำรุงสมอง ความจำ และสมาธิ

  • ลดความเครียด ปรับอารมณ์ให้นิ่งขึ้น

  • บำรุงผิว ผม เล็บ

  • ป้องกันโรคโลหิตจาง บำรุงเม็ดเลือดแดง

  • สำคัญต่อหญิงตั้งครรภ์ ช่วยพัฒนาสมองทารก

  • เสริมภูมิคุ้มกัน และสุขภาพโดยรวม

วิตามินบีรวม เหมาะกับใคร?

  • คนที่เครียดง่าย พักผ่อนไม่พอ

  • ผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์บ่อย

  • ผู้สูงอายุที่ดูดซึมได้น้อย

  • ผู้ที่กินมังสวิรัติหรือวีแกน (เสี่ยงขาด B12)

  • หญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร

  • คนทำงานหนัก นักกีฬา หรือเรียนหนัก

วิตามินบีรวม กินตอนไหนดีที่สุด?

  • ควรกิน หลังอาหารเช้า หรือ ก่อนเที่ยง เพราะวิตามินบีเป็นวิตามินละลายน้ำ

  • ไม่ควรกินก่อนนอน เพราะอาจทำให้ร่างกายตื่นตัวเกินไป

  • หากต้องเสริมในรูปแบบเม็ด ให้ดื่มน้ำตามมาก ๆ เพื่อช่วยการดูดซึม

วิตามินบีรวม กินทุกวันได้ไหม?

กินได้ทุกวัน เพราะเป็นวิตามินที่ละลายน้ำ ร่างกายไม่สะสม หากเกินจะขับออกทางปัสสาวะ
แต่ไม่ควรกินเกินขนาดโดยไม่จำเป็น หรือซ้ำซ้อนกับวิตามินอื่น โดยเฉพาะ B6 หากเกิน 100 มก./วัน อาจเสี่ยง ชาปลายมือปลายเท้า ได้ในระยะยาว
แนะนำให้เลือกวิตามินบีรวมแบบ “ตามปริมาณที่แนะนำต่อวัน (RDI/DRI)” ก็เพียงพอ

ขาดวิตามินบีรวม มีอาการอย่างไร?

อาการของการขาดวิตามินบีแตกต่างกันไป แต่รวม ๆ ได้แก่

  • อ่อนเพลียเรื้อรัง

  • สมาธิสั้น ความจำถดถอย

  • ปากแห้ง มุมปากแตก

  • ผิวแห้ง ผมร่วง เล็บเปราะ

  • ชา มือ เท้า หรือกล้ามเนื้ออ่อนแรง

  • โลหิตจาง อารมณ์แปรปรวน

ทําไมกินวิตามินบีแล้วปัสสาวะเหลืองมาก

การที่ปัสสาวะมีสีเหลืองเข้มหลังรับประทานวิตามินบีรวม เป็นเรื่องปกติที่ไม่ต้องกังวล เพราะเกิดจากวิตามินบี 2 (ไรโบฟลาวิน) ซึ่งมีสีเหลืองตามธรรมชาติ และเมื่อร่างกายได้รับเกินความต้องการ จะขับออกทางปัสสาวะ ทำให้สีและกลิ่นของปัสสาวะเปลี่ยนไปชัดเจน แต่ไม่เป็นอันตราย เพราะวิตามินบีเป็นวิตามินละลายน้ำ ไม่สะสมในร่างกาย

กินวิตามินแล้วเวียนหัว คลื่นไส้

หากคุณกินวิตามินบีรวมแล้วรู้สึกคลื่นไส้ อาจเกิดจากการรับประทานขณะท้องว่าง ซึ่งวิตามินบางชนิดในกลุ่มบี เช่น B3 (ไนอะซิน) หรือ B6 อาจกระตุ้นกระเพาะอาหารจนทำให้ระคายเคืองได้

อีกทั้งหากปริมาณวิตามินเข้มข้นเกินความจำเป็น หรือร่างกายไวต่อสารบางตัว ก็อาจทำให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์ตามมาได้เช่นกัน

วิธีแก้ไขคือ ควรรับประทานหลังอาหารทันที ดื่มน้ำตามมาก ๆ และหากอาการยังไม่ดีขึ้น ควรหยุดใช้และปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุหรือพิจารณาเปลี่ยนยี่ห้อที่เหมาะสมกับร่างกายมากกว่าเดิม

สรุป วิตามินบีรวม จำเป็นแค่ไหน?

  • หากคุณกินอาหารครบหมู่ก็อาจไม่ต้องเสริม

  • แต่ถ้าคุณใช้ร่างกายเยอะ เครียด นอนดึก หรืออยู่ในกลุ่มเสี่ยง วิตามินบีรวมช่วยได้มาก

  • ควรเลือกสูตรที่เหมาะกับตัวเอง และไม่กินเกินขนาด

  • หมั่นสังเกตอาการขาด และปรึกษาแพทย์หากมีโรคประจำตัว

อ่านเพิ่มเติม

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล