รางจืด ปลอดภัยใช้เป็นยาแก้พิษ ล้างพิษ

รางจืด ปลอดภัยใช้เป็นยาแก้พิษ ล้างพิษ
นสพ.มติชน

สนับสนุนเนื้อหา

สมุนไพรเพื่อสุขภาพ โครงการสมุนไพรเพื่อการพึ่งตนเอง มูลนิธิสุขภาพไทย

รางจืด ปลอดภัยใช้เป็นยาแก้พิษ ล้างพิษ


ข้อมูลข่าวสารในโลก "ไลน์" แชร์กันให้ว่อน มีทั้ง "ชัวร์และมั่ว" และยังมีแบบแชร์เตือนภัยแต่ส่งอ่านแล้วเกิดอาการ "งงๆ" ทำให้คนสับสนก็มาก

ดังเมื่อสัก 2-3 สัปดาห์มานี้ มีคนแชร์จดหมายเวียนจากคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ถึงนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดทุกจังหวัด เรื่องไม่อนุญาตให้ใช้รางจืดเป็นอาหารหรือส่วนประกอบของอาหาร เนื่องจากมีผู้ประกอบการมีหนังสือหารือเกี่ยวกับการใช้ รางจืด (Thumbergia laurifolia Lindl.) เป็นส่วนประกอบในเครื่องดื่มในภาชนะบรรจุปิดสนิท

ทาง อย. ท่านก็ทำหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภค พิจารณาแล้วออกหนังสือแจ้งทุกจังหวัดว่า "รางจืดไม่มีประวัติการบริโภคเป็นอาหาร และจากข้อมูลงานวิจัยพบว่า การบริโภครางจืดต่อเนื่องเป็นเวลานาน อาจทำให้เกิดความผิดปกติต่อระบบเลือด และทำให้ตับและไตทำงานผิดปกติ... ทั้งนี้ ปัจจุบันยังต้องการข้อมูลสนับสนุนทางวิทยาศาสตร์เพิ่มเติมเพื่อยืนยันความปลอดภัยของรางจืดในผลิตภัณฑ์อาหาร ดังนั้น จึงเห็นควรไม่อนุญาตให้ใช้รางจืดเป็นอาหารหรือส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์อาหาร รวมทั้งเครื่องดื่มและผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร"

พอแพร่กระจายใน "ไลน์" ก็เกิดประเด็น "ตกใจ" และ "ไม่พอใจ" ผสมปนเปกัน

ขอเริ่มจากการไม่พอใจกันก่อน คือ บรรดาผู้ที่ส่งเสริมการใช้สมุนไพร และนักวิชาการที่เก็บข้อมูลในชุมชนพบว่า ชาวบ้านมีภูมิปัญญาในการกินรางจืดพร้อมอาหารมานานแล้ว เช่น ชาวภูไทจะนำดอกรางจืดมาใส่ในอาหารกิน และยังแนะนำว่าให้กินเพื่อช่วยดับพิษที่อาจเกิดจากพืชผักในอาหารหรือในสารปรุงอาหารอื่นๆ ที่ทำให้เกิดพิษ

ชาวบ้านในอีกหลายพื้นที่ก็นำรางจืดทั้งใบและดอกมา ผัด ทอด ยำ กินกันเอร็ดอร่อย พอทาง อย. แจ้งมาว่าไม่ให้ใช้รางจืดเป็นอาหารก็เกิดอาการ "ตกใจ"

มีนายแพทย์ที่สนับสนุนการใช้สมุนไพรเห็นข้อมูลในไลน์ ยังโทรศัพท์มาถามพรรคพวกที่ทำงานด้านสมุนไพร และคิดไปถึงจะงดจ่ายยารางจืดที่ปัจจุบันขึ้นทะเบียนในรายการบัญชียาหลักแห่งชาติกันเลย จึงต้องแจกแจงไขข้อสงสัยให้กระจ่าง

ประมาณนี้


1)คำว่า "อาหาร" ในความหมายชาวบ้านกับทาง อย. น่าจะไม่ตรงกัน ชาวบ้านเข้ากินเป็นอาหารก็มักกินกันตามฤดูกาล เช่น ตอนที่เก็บดอกได้ก็นำมากิน หรือไม่เช่นนั้นก็กินกันเป็นครั้งคราว ไม่ได้กินทุกมื้อทุกวัน แต่พอมีผู้ประกอบการคิดจะทำการตลาดขายสินค้าในสังคมอุตสาหกรรม ก็หวังยอดขายกินดื่มกันมากๆ บ่อยๆ และคงเพราะสรรพคุณ "โดนใจ" คนยุคที่เราต้องกินอาหารปนเปื้อนสารเคมีกำจัดศัตรูพืชอยู่เสมอๆ หากมีเครื่องดื่มรางจืดสำเร็จรูปแบบชาเขียวก็อาจทำโฆษณาว่า ช่วยลดพิษ ล้างพิษ เป็นการกระตุ้นยอดขายได้นั่นเอง

สิ่งที่ทาง อย. เป็นห่วงและไม่อนุญาตให้ใช้ในรูปแบบผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มสำเร็จรูปที่จะกินกันตามแรงโฆษณานั้น น่าจะมาจากการศึกษาทางเภสัชวิทยา ในมุมพิษวิทยาพบว่าใบรางจืดมีการทดสอบความเป็นพิษเฉียบพลัน โดยป้อนให้หนูทดลองครั้งเดียว ทั้งขนาดปกติและขนาดสูง ไม่พบความผิดปกติใดๆ และทดลองป้อนติดต่อกัน 28 วันในขนาด 500 ม.ก.ต่อน้ำหนักตัว 1 ก.ก. ก็ไม่พบอาการผิดปกติเช่นกัน

แต่อาจทำให้น้ำหนัก ตับ ไต สูงกว่ากลุ่มควบคุม และมีค่าชีวเคมีที่เกี่ยวกับไตสูงขึ้น และผลกระทบกับตับบ้าง

จึงมีข้อแนะนำให้ใช้อย่างระมัดระวัง และไม่ควรรับประทานติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน ในเอกสารทางการหลายแห่ง แนะนำให้ใช้ต่อเนื่องไม่เกิน 1 เดือน

การทดสอบพิษข้างต้นแสดงให้เห็นว่ารางจืดปลอดภัย กินขนาดมากๆ ก็ปลอดภัย แต่จะเริ่มเสี่ยงถ้ากินต่อเนื่องนาน ดังนั้น ถ้าผลิตเป็นอาหารและเครื่องดื่มในยุคส่งเสริมการขายกันเสรีเช่นนี้น่าจะเป็นผลเสียมากกว่าผลดีตามสรรพคุณแต่ดั้งเดิม

2)รางจืดในมิติของยาสมุนไพร สรรพคุณเด่นเป็นที่ประจักษ์ชัดตั้งแต่การใช้ในภูมิปัญญาดั้งเดิมและการศึกษาวิจัยร่วมสมัย ทั้งวิจัยในสัตว์ทดลองและตรวจเลือดในมนุษย์ เช่น มีการศึกษาการใช้สารสกัดแห้งใบรางจืด แล้วป้อนให้หนูทดลองที่ได้รับยาฆ่าแมลงกลุ่มออร์แกนโนฟอสเฟต พบว่าช่วยชีวิตหนูได้ถึง ร้อยละ 30 แต่กลุ่มหนูที่ไม่ได้รางจืดตายเรียบ และมีการศึกษาให้กินชาชงรางจืด ขนาด 4 กรัม วันละ 2 เวลา เช้า-เย็น กินต่อเนื่อง 21 วัน ทำให้สารยากำจัดศัตรูพืชที่อยู่ในเลือดกลับมาอยู่ในระดับปกติ

ดังนั้น หากเรายึดแนวทางการใช้รางจืดให้เป็นยา กินตามหลักเกณฑ์นี้มีความปลอดภัยแน่ คือ ถ้าเป็นยาชง รับประทานครั้งละ 2-3 กรัม ชงน้ำร้อนประมาณ 200 มิลลิลิตร วันละ 3 ครั้งก่อนอาหารหรือกินแบบบรรจุแคปซูล รับประทานครั้งละ 500 มิลลิกรัมถึง 1 กรัม วันละ 3 ครั้ง ก่อนอาหาร แต่ไม่ว่าจะกินยาในรูปแบบไหน ถ้าทำตามภูมิปัญญาดั้งเดิมแนะนำให้กินเพียง 5-7 วัน หรือกินต่อเนื่องสัก 2 สัปดาห์ไม่เกิน 1 เดือน เมื่อพิษที่สะสมในร่างกายเบาบางก็เลิกกิน

ทุกวันนี้เรากินอาหารที่ปนเปื้อนสารเคมีฆ่าแมลงมากมาย หากหน่วยงานรัฐยังจัดการปัญหานี้ไม่ได้ เราก็ต้องพึ่งตนเอง ควรต้มชารางจืดกินเป็นยาสมุนไพรเดือนละ 3 วัน 7 วัน รางจืดปลอดภัยใช้เป็นยาแก้พิษล้างพิษได้ดี



ขอบคุณข้อมูลจาก มติชนสุดสัปดาห์ ฉบับวันที่ 23-29 ตุลาคม 2558