ขนมหน้าโรงเรียน ภัยเงียบทำร้ายลูกคุณ

ขนมหน้าโรงเรียน ภัยเงียบทำร้ายลูกคุณ
สสส

สนับสนุนเนื้อหา

เรื่องของอาหารการกินนับว่าเป็นประเด็นสำคัญสำหรับทุกช่วงวัย ซึ่งในช่วงวัยเรียนหรือวัยเด็กจะเป็นรากฐานสำคัญที่จะกำหนดภาวะโภชนาการและนิสัยการกินของเด็กได้ ในเด็กวัยนี้มักมีพฤติกรรมการเลือกซื้ออาหารด้วยตนเองแล้ว เนื่องจากได้รับเงินจากพ่อแม่ผู้ปกครองและมีอำนาจในการเลือกซื้ออาหารต่างๆ ทั้งมื้อเที่ยง มื้อว่างบ่าย จนถึงมื้อเย็นในบางคน อาหาร ขนมและของว่างรอบพื้นที่โรงเรียนจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะส่งผลต่อการตัดสินใจซื้ออาหารของเด็กได้ เด็กๆ มักมีพฤติกรรมการเลือกซื้ออาหารโดยเน้นที่ “ราคาถูก อร่อยลิ้น กินสะดวก” จึงทำให้น้องๆ ที่เพิ่งเลิกเรียนมามีโอกาสได้พบเจออาหารเหล่านี้ และกินก่อนที่จะกลับบ้านอาหารที่มักวางขายรอบโรงเรียน พอจะจำแนกเป็นกลุ่มๆ ได้ดังนี้

1) เครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง เช่น น้ำอัดลม น้ำหวาน เครื่องดื่มชงเย็น (กาแฟเย็น ชาดำเย็น) ชานมไข่มุก เครื่องดื่มปั่น รวมถึงน้ำแข็งไส ปังเย็น อาหารเหล่านี้มีปริมาณน้ำตาลที่สูงมาก เฉลี่ย 7-12 ช้อนชาต่อแก้ว ในขณะที่กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุขได้แนะนำว่าคนไทยไม่ควรได้รับน้ำตาลเติมจากอาหารเกินวันละ 6 ช้อนชา การได้รับน้ำตาลจากเครื่องดื่มเหล่านี้ เป็นสาเหตุที่ทำให้เด็กอ้วนได้ง่ายขึ้น และยังทำให้เด็กรู้สึกอิ่มและไม่อยากรับประทานอาหารหลักอีก ส่งผลให้เด็กขาดสารอาหารที่จำเป็นได้

2) อาหารที่มีไขมันสูงหรือพลังงานสูง เช่น ลูกชิ้นทอด ขนมโตเกียวไส้ต่างๆ ขนมกรุบกรอบ ไก่ทอด ข้าวไข่เจียวแบบกล่อง เบเกอรี่ไส้ต่างๆ ไขมันที่เป็นส่วนผสมของอาหารเหล่านี้มักมีมากเกินไปและทำให้เด็กได้รับพลังงานเกินได้ ส่งผลให้เกิดภาวะอ้วนหรือน้ำหนักเกินได้มากกว่าอาหารหลัก นอกจากนี้ไขมันทรานส์ซึ่งเป็นไขมันชนิดที่ส่งผลเสียค่อนข้างมาก สามารถเกิดจากกระบวนการทอดเป็นระยะเวลานานได้ พบได้ในอาหารกลุ่มไก่ทอด กล้วยทอด ซึ่งยังเป็นสาเหตุที่ทำให้เด็กมีไขมันในเลือดสูงได้ แม้ว่าเด็กจะมีรูปร่างปกติหรืออ้วนก็ตาม

3) อาหารปิ้ง ย่าง เช่น หมูย่าง ไก่ย่าง ลูกชิ้นปิ้ง ควรคำนึงถึงความสะอาดในการผลิตอาหาร และสารก่อมะเร็งที่เกิดขึ้นได้ในระหว่างกระบวนการย่างหรือปิ้งอาหารเหล่านี้ ทำให้เด็กได้รับอันตรายในระยะยาวได้ นอกจากนี้ในบางร้านยังใช้อาหารที่ไม่เหมาะสม โดยมีการปนเปื้อนของสารบอแรกซ์หรือสารปนเปื้อนต่างๆ ที่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภคและค่อนข้างควบคุมได้ยาก จึงควรหลีกเลี่ยงอาหารกลุ่มนี้หากทำได้

    จากรายการอาหารข้างต้น จะเห็นได้ว่าอาหารเหล่านี้จะมีพลังงานสูงซึ่งทำให้เด็กอ้วนได้ง่ายแต่กลับมีสารอาหารต่างๆ ไม่ครบถ้วน โดยเฉพาะธาตุเหล็ก วิตามินบี วิตามินซีและใยอาหาร ซึ่งจำเป็นต่อสุขภาพและพัฒนาการของเด็ก หากผู้ปกครองขาดการสอนหรือแนะนำถึงข้อมูลเหล่านี้ จะส่งผลให้เกิดปัญหาต่อภาวะโภชนาการของเด็กได้

    คุณพ่อคุณแม่หรือผู้ปกครองสามารถเตรียมอาหารว่างให้เด็กพกพาไปโรงเรียนทดแทนการให้เงินเด็กไปซื้อขนมได้ โดยควรเป็นอาหารว่างที่สามารถพกพาได้สะดวกและเก็บรักษาได้ง่าย เช่น นมกล่อง ผลไม้ที่เก็บรักษาง่าย เช่น แอปเปิ้ล (กินทั้งลูกพร้อมเปลือกหรือหั่นก็ได้) กล้วยน้ำว้า กล้วยหอมลูกเล็ก นมกล่อง มูสลี่ใส่กล่องพร้อมนม แซนวิช (ทูน่า สลัดไก่ฉีกไข่ต้ม) ซึ่งอาหารว่างเหล่านี้จะให้พลังงานไม่มากเกินไป และยังให้สารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายของเด็กอีกด้วย นอกจากนี้ผู้ปกครองยังสามารถสอนเด็กให้เลือกอาหารว่างที่เหมาะสมด้วยตนเองได้ เพื่อเสริมสร้างสุขภาพของเด็ก เช่น

- แซนวิชสำเร็จรูป ให้เลือกไส้ที่มีโปรตีน เช่น ทูน่า ไข่ต้ม ไก่ แต่หลีกเลี่ยงไส้ที่เป็นแยมหวานๆ หรือเนยน้ำตาล

- ผลไม้สด เช่น ชมพู่ สับปะรด มันแกว ฝรั่ง ทดแทนผลไม้ดองหรือแช่อิ่ม

- น้ำผลไม้กล่องเล็ก ทดแทนการดื่มชานมไข่มุก น้ำปั่นหรือน้ำหวานต่างๆ

- ลูกชิ้นนึ่ง ทดแทนลูกชิ้นหรือไส้กรอกทอดหรือปิ้ง ย่าง

- ถั่วคั่วหรืออบ ทดแทนถั่วทอด (ถั่วให้วิตามินบี ไขมันชนิดที่ดี แต่ควรจำกัดปริมาณที่กินต่อครั้ง)

   นอกจากนี้ ผู้ปกครองเด็กควรสอนถึงผลเสียของการรับประทานอาหารที่มีคุณค่าทางสารอาหารน้อยและมีแต่พลังงาน ว่าสามารถทำให้เด็กอ้วนได้ง่าย และภาวะอ้วนนั้นจะส่งผลเสียต่อสุขภาพทางด้านต่างๆ เช่น ข้อเข่า หายใจติดขัด วิ่งช้ากว่าเพื่อน รวมถึงอธิบายถึงประโยชน์ที่จะได้รับ เมื่อรับประทานอาหารได้อย่างเหมาะสมทั้งร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง ส่วนสูงสมวัย เพื่อเป็นการสร้างแรงจูงใจให้กับเด็กๆ และได้รับความร่วมมือมากยิ่งขึ้น

บทความโดย พศิษฐ์ คณาศิริชัยนนท์

นักกำหนดอาหารวิชาชีพ วิทยากรให้ความรู้ด้านโภชนาการ เครือข่ายคนไทยไร้พุง

ทีมนักกำหนดอาหารวิชาชีพ ผู้ดูแลเพจ “เมื่อวานป้าทานอะไร”


บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการเผยแพร่ความรู้สู่ประชาชน

ในชุดโครงการ “รวมพลัง ขยับกาย สร้างสังคมไทย ไร้พุง”

เครือข่ายคนไทยไร้พุง ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย

สนับสนุนโดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

ติดตามSanook! Health

ติดตาม เกร็ดความรู้ ข้อมูลน่ารู้ เรื่องสุขภาพ ได้ที่ https://www.sanook.com/health/ ทุกๆ เรื่องที่คุณอยากรู้ ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!