วัยรุ่นไทย...วุ่นกับงานสืบสานหุ่นกระบอก

การแสดงหุ่นกระบอกซึ่งเป็นหนึ่งในมหรสพยอดนิยมสมัยรัชกาลที่ 5 ในงาน "ร้อยนิทรรศน์ยลรัตน โกสินทร์" ชุด "พระบารมีล้นเกล้า พระพุทธเจ้าหลวง"ณ ลานพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์

การแสดงหุ่นกระบอกซึ่งเป็นหนึ่งในมหรสพยอดนิยมสมัยรัชกาลที่ 5 ในงาน "ร้อยนิทรรศน์ยลรัตน โกสินทร์" ชุด "พระบารมีล้นเกล้า พระพุทธเจ้าหลวง" ณ ลานพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์ เมื่อเร็วๆ นี้ ที่สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์จัดขึ้นในโอกาสครบ 100 ปีวันสวรรคตนั้น ได้สร้างความประทับใจแก่ผู้ชมเป็นอย่างมาก และเป็นที่ชื่นชอบของลูกเล็กเด็กแดงทั้งหลาย ด้วยองค์ประกอบที่น่าสนใจทุกอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งความงดงามของตัวหุ่นและฉากที่ประณีตวิจิตร ทั้งยังเป็นมหรสพที่หาชมได้ยากในปัจจุบัน แต่ที่น่าปลื้มใจและน่าประทับใจยิ่งกว่าคือหลังฉากของโรงหุ่นนั้น มีผู้เชิดหุ่น 2 คนเป็นเยาวชนฝาแฝดวัยใส ผู้รักและมุ่งมั่นที่จะเรียนรู้และสืบสานมรดกทางศิลปวัฒนธรรมอันล้ำค่าของไทยแขนงนี้ให้ดำรงอยู่ต่อไป
สมปราชญ์ (ต้น) และ วรปรัชญ์ (ต่อ) ทองหล่อ วัย 17 ปี ชั้น ม. 6 โรงเรียนสาระวิทยา เป็นวัยรุ่นที่วุ่นอยู่กับการเชิดหุ่นกระบอกมาตั้งแต่ช่วงปิดเทอมชั้น ม.4 จากจุดเริ่มต้นที่ถูกอาจารย์แนะนำกึ่งบังคับให้เป็นตัวแทนของโรงเรียนทั้งหมด 10 คน เข้ารับการอบรมแบบครบวงจร ตั้งแต่การทำหุ่นไปจนถึงการเชิดหุ่นและฝึกซ้อม จาก คุณนิเวศ แววสมณะ ผู้ก่อตั้งคณะ "บ้านตุ๊กกะตุ่นหุ่นกระบอกไทย" และครูแอ๊ด - มณเฑียร ฟักเทศ เมื่อจบการอบรมทุกวันเสาร์ตลอด ๕ สัปดาห์ ก็เกิดความชอบ และสมัครใจขอฝึกเชิดหุ่นต่อไปอีกเป็นเดือน
"ชอบหุ่นกระบอกมาก เพราะสวยสง่า และเป็นการรวมงานศิลปะหลายแขนงไว้ด้วยกัน ทั้งงานปั้นส่วนหัวของหุ่น ปิดทอง เขียนลายหน้าหุ่น ปักลายผ้าสำหรับทำชุด ฯลฯ ต้องมีใจรักในหุ่นทุกอย่างจึงจะออกมาประณีตงดงาม ตอนแรกก็คิดว่าการเชิดหุ่นในท่าต่างๆ นั้นเป็นเรื่องง่าย แต่จริงๆ แล้วยาก และยังมีอะไรมากกว่าการตีท่าให้สอดรับกับบทร้องด้วย การเล่นยากก็เป็นอะไรที่ท้าทายซึ่งทำให้เราผูกพันและรักมาก ฝึกมา 2 ปีแล้ว แต่รู้สึกว่าเวลาผ่านไปแป๊บเดียวเอง" ฝาแฝดช่วยกันเล่า ด้วยความรักและต้องการร่วมสืบสานศิลปะการทำและเชิดหุ่นกระบอกอย่างจริงจัง จึงได้ก่อตั้งชมรมหุ่นกระบอกที่โรงเรียน ทั้งยังมีโอกาสนำสมาชิกของชมรมไปสาธิตวิธีการทำและการเชิดหุ่นกระบอกในงานศิลปหัตถกรรมของนักเรียนที่สระบุรีเมื่อปลายปีที่แล้ว โดยได้รับความสนใจอย่างมากจากเด็กๆ ที่มาร่วมงาน และได้รับเชิญไปแสดงที่โรงเรียนต่างๆ ด้วย
ครูแอ๊ด - มณเฑียร ฟักเทศ ศิษย์เอกของคุณครูชื้น สกุลแก้ว ศิลปินแห่งชาติ ผู้ฝึกสอน กล่าวว่า "ทั้งคู่มีพื้นฐานจากการเล่นดนตรีไทยทั้งซออู้และซอด้วงอยู่ก่อนแล้ว เรื่องจังหวะการเชิดจึงทำได้ดี ที่สำคัญคือเขาสนใจใฝ่รู้และมีความพยายาม ตั้งใจ อยากให้เด็กไทยสนใจศิลปะการแสดงดั้งเดิมของไทยให้มาก เพราะความจริงไม่ใช่เรื่องยากเลย แต่มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่สนใจ และควรหาเวที หาโอกาสให้เขาได้เล่นได้แสดงด้วย อย่างหุ่นกระบอกนี่คนชอบดูกันเยอะ แต่ไม่ค่อยมีคนเล่น"
คุณนิเวศ แววสมณะ เล่าว่า "เห็นแววของเขาตั้งแต่จบการอบรมแล้ว เขามีฝีมือและพัฒนาได้เร็วแม้จะมีเวลาไม่มากนัก ดีใจที่เขาอยากฝึกต่อแล้วตามมาเรียนที่บ้านอีก เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ความตั้งใจจริงของทั้งคู่ ชอบทำหุ่นแล้วก็เอามาให้วิจารณ์ ขยันฝึกซ้อม ช่างซักถาม และคอยขอคำปรึกษาตลอด เป็นคนเสมอต้นเสมอปลาย มีระเบียบวินัยดี เลยชวนให้มาร่วมงานด้วยหลายครั้ง"
"ครั้งแรกได้แสดงในงานหุ่นกระบอกนานาชาติเมื่อปีที่แล้วที่ศูนย์วัฒนธรรมฯ ทั้งประหม่าและตื่นเต้นมาก กลัวว่าจะทำได้ไม่ดีเพราะเป็นมือใหม่หัดเชิด สำหรับงานร้อยนิทรรศน์ยลรัตนโกสินทร์ครั้งนี้ ทำให้เราประทับใจมากที่สุด ชอบบรรยากาศย้อนยุคและมีการแสดงมหรสพแบบนี้ มีคนดูเยอะ ที่นั่งเต็มทุกวัน และเราเองก็ได้เชิดหุ่นต่างกันไป เพราะเปลี่ยนเรื่องแสดงทั้ง 5 วัน บางวันต้นเป็นเจ้าเงาะ ต่อเป็นรจนา หรือไม่ก็เป็นบี้กับบา นางกำนัลของนางเมรี ครั้งนี้รู้สึกมั่นใจยิ่งขึ้นเพราะครูช่วยกำกับดูแลเราอยู่ข้างหลัง ไม่ว่าจะเป็นตัวไหนก็มีความสุขกับการเชิดหุ่นกระบอกทุกวัน" ต่อ-ต้น เล่าถึงประสบการณ์ประทับใจ
ฝาแฝดไทยหัวใจอนุรักษ์กล่าวทิ้งท้ายว่า "อยากให้มีคนมาเรียนหุ่นกระบอกกันเยอะๆ คณะอื่นไม่มีเด็กๆ แบบนี้ เสียดายที่แต่ละปีมีคนมาเข้ารับการอบรมน้อย อยากให้คนรุ่นใหม่ช่วยกันอนุรักษ์และสืบทอดต่อไป ไม่อยากให้สูญหาย"
นอกจากการแสดงเกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรมแล้ว "ร้อยนิทรรศน์ยลรัตนโกสินทร์" ในแต่ละเดือนจะมีกิจกรรมพิเศษที่น่าสนใจแตกต่างกันออกไป ในเดือนพฤศจิกายนนี้ นำเสนอในชุด "ลูกทุ่ง ลูกกรุง สุนทราภรณ์" โดยภายห้องนิทรรศการหมุนเวียน อาคารนิทรรศน์รัตนโกสินทร์ ถนนราชดำเนินกลาง จัดระหว่างวันที่ 16 - 21 พฤศจิกายนนี้ และเปิดให้ผู้ชมฟังบทเพลงดังในอดีตจากนักร้องในดวงใจตลอดกาลหลากหลายท่าน ที่บริเวณลานพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์ ระหว่างวันที่ 18 - 20 พฤศจิกายน ผู้สนใจสามารถเข้าชมได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย สอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. 09 0950 9727 และ 08 0913 3600 หรือ www.rattanakosin-heritage.com
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี






