โลกแห่งความฝัน(Dreamland)

โลกแห่งความฝัน(Dreamland)

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เราจมอยู่กับความฝันที่ไม่มีวันเป็นจริงมาเกือบ 10 ปี เคยหวังว่าสักวันจะตื่นจากความฝันมาพบกับความเป็นจริงได้สักที แต่ทุกครั้งก็กลัวที่จะต้องตื่น เพราะเกรงจะเจอกับความจริงที่ปวดร้าวยิ่งกว่า แต่แล้วก็มีอะไรบางอย่างมาปลุกให้เราตื่นจากภวังค์ความฝัน แม้ระยะแรกนี้จะยังอยู่ในอาการหลับๆตื่นๆ แต่นั่นก็เป็นสัญญาณที่ดี ที่ทำให้เรารู้ว่า เรามีโอกาสที่จะตื่นขึ้นมา ไม่กลายเป็นเจ้าหญิงนิทราไปชั่วชีวิต ขอบคุณคนที่ปลุกเราให้ตื่น ซึ่งคนๆนั้นก็เป็นคนเดียวกับคนที่ทำให้เราหลับอยู่ในฝันนั่นเอง แปลกไหมที่คนๆเดียวทำให้เราทั้งหลับและปลุกเราให้ตื่นได้ จะแปลกอะไรละจริงไหม ไม่เคยได้ยินหรือว่า พิษบางอย่างก็ต้องแก้ด้วยพิษ หนามยอกก็ต้องเอาหนามบ่ง เมื่อเค้าทำให้เราหลับ เค้าก็เลยต้องทำให้เราตื่น ส่วนจะเป็นความตั้งใจหรือไม่ คนที่จะตอบคำถามนี้ได้ดีที่สุดก็คงเป็นเค้าคนเดียวเท่านั้น

เคยมีเพื่อนที่แสนดีคนหนึ่งมาเข้าฝัน และถามเราว่าเมื่อไหร่จะตื่นเสียที เราก็บอกไปว่าเราไม่อยากตื่นเรามีความสุขที่จะฝัน แม้ในฝันจะปนเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาในบางเวลา แต่เราก็พอใจที่จะเป็น เราเลือกแล้วที่จะเป็น เพื่อนที่แสนดีก็ให้ข้อคิดว่า เพราะเราคาดหวังอยู่ใช่ไหมว่า ฝันนี้จะมีวันที่เป็นจริง เราจึงหลอกตัวเองไปวันๆ ถ้าวันหนึ่งเราเลิกโกหกตัวเอง เลิกหวังได้เมื่อไหร่ เราก็จะตื่นขึ้นมาได้เอง แต่เราก็บอกกลับไปว่าเราไม่ได้หวังอะไร ด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาไร้น้ำหนัก

แล้วเราก็เริ่มคิดตามคำบอกของเพื่อนที่แสนดีว่า มันอาจจะจริง ที่เราคาดหวัง เราจึงฝันอยู่ร่ำไป แต่ในวันนี้เค้าคนนั้นก็ทำให้เรารู้ว่า ตราบใดที่มีรัก (ก็ไม่แน่เสมอไปว่า)ยังมีหวัง เพราะบางสิ่งบางอย่างมันไม่มีทางให้หวัง ไม่มีทางให้เดิน ไม่มีแสงสว่างส่องนำทางไปยังรักของเค้า ประตูที่ปิดล็อค ขอแค่มีกุญแจก็ไขเข้าไปได้ แต่ประตูที่ปิดตายจากข้างใน ไม่มีกุญแจชนิดไหนไขเข้าไปได้ แล้วจะให้ทำยังไงละ พังประตูกันเลยดีไหม พังแล้วได้อะไร มีแต่จะเสียหายและบอบช้ำก็เท่านั้น ในเมื่อเค้าปิดตายไม่ให้เข้า แล้วยังจะดิ้นรนอีกเพื่ออะไรละ ประตูจะเปิดก็ต่อเมื่อเจ้าของห้องต้องการที่จะเปิดให้ใครเข้าไป ซึ่งใครที่ว่ามันไม่ใช่เรา เค้าเลือกที่จะให้ใครเข้าไปก็ได้ แต่เค้าไม่เลือกเรา แล้วเรายังจะเสนอหน้าพังประตูอีกนี่นะ บ้าสิ้นดี ปัญญาอ่อนที่สุด

ก่อนนี้เราเคยหลงชื่นชมกับคำว่า คนสำคัญ และ คนพิเศษ แต่แล้วยังไงละ คนสำคัญก็แค่เพื่อนธรรมดา คนพิเศษก็แค่คนธรรมดา แล้วจะแบกรับคำสองคำนี้ไว้ทำไม ก็ไม่ต่างจากการที่เราใส่หัวโขนอยู่ตลอมวาง หนักก็ทนเพราะคิดว่าดี และหลงไปกับภาพลวงตา นานวันก็ระเริงว่าหัวโขนที่ใส่มันคือตัวตนของเรา ความร้ายกาจที่สุดในชีวิต ไม่ใช่ถูกคนอื่นลวงหลอก แต่เป็นการหลงงมงายหลอกตัวเองไปวันๆ จะสำคัญแค่ไหน จะพิเศษอย่างไร เราสามารถรับรู้และสัมผัสได้จากการกระทำ ไม่ใช่คำพูดแค่ลมปากเป่า ที่ล่องลอยไปตามสายลม เลือนหายไปตามกาลเวลา

คิดทบทวนให้ดีก่อนเอ่ยคำพูดใดๆออกไป เพราะบางคำอาจเป็นเหมือนดาบสองคม ด้านหนึ่งที่เราคิดอาจเป็นเพราะเราอยากให้คนฟังรู้สึกดี แต่อีกด้านหนึ่งอาจจะกำลังทำร้ายเค้าอยู่เพราะคำพูดที่ไม่ตรงกับการกระทำของเรา นิยามของคำบางคำ ของคนแต่ละคนมีความหมายและน้ำหนักแตกต่างกันไป ถ้าสื่อออกมาด้วยความเข้าใจที่ไม่ตรงกัน อาจทำร้ายอีกฝ่ายหนึ่งได้โดยไม่รู้ตัว เค้าไม่ผิดที่จะคิดหรือพูดอะไรออกมา จะมาจากใจหรือแค่อยากให้เรารู้สึกดีก็ตามแต่ ถ้ามันมาจากเจตนาที่ดี เราก็ไม่มีสิทธิ์ไปโกรธหรือโทษใคร แต่เราควรมาเตือนสติตัวเองว่า อย่าได้คิด อย่าได้ฝัน อย่าได้หวังอะไรที่มันเกินตัว เมื่อคนพิเศษก็คือคนๆหนึ่ง คนสำคัญก็คือคนๆหนึ่ง จะคนไหนๆก็แค่คนๆหนึ่งที่มีชีวิตและลมหายใจเพื่อใช้หนี้กรรมจนถึงวินาทีสุดท้ายของชีวิต จะเอาคำจำกัดความขยายต่อท้ายให้ได้อะไร เมื่อความหมายหลักก็ไม่เปลี่ยนไป อย่ายึดติดกับสิ่งที่เป็นเพียงแค่นามธรรม

โลกสร้างผู้ชายมาเพื่อคู่กับผู้หญิง นิยามนี้ใครกันเป็นคนบอกไว้ และถ้ามันเป็นกฎเกณฑ์ทางธรรมชาติ ก็รู้อยู่แล้วว่ากฎเกณฑ์ทุกอย่างมีไว้ เพื่อให้มนุษย์เราแหกกฎ เป็นกบฏทางความคิด เมื่อความรักไม่มีกฎเกณฑ์ ไม่แบ่งแยกชาย ไม่แบ่งแยกหญิง ชายจึงรักชายได้ หญิงจึงรักหญิงได้ ไม่ใช่ความผิดปกติทางพันธุกรรม หรือความผิดปกติทางจิตแต่อย่างใด กลุ่มคนเหล่านี้ก็เป็นเหมือนๆคนทั่วไป เพียงแต่เค้าเปิดใจกว้างไม่ปิดกั้นความคิดของตัวเองก็แค่นั้น อย่าโทษตัวเองถ้าคนที่เรารักเค้าจะไปรักใครที่ไม่ใช่เรา และแม้คนที่เค้ารักจะไม่ใช่เพศที่เค้าควรรักก็ตาม แต่อย่างที่บอกใครกันนิยามไว้ว่าผู้ชายต้องเกิดมาเพื่อผู้หญิงเสมอไป เมื่อนิยามความรักที่หลายๆคนให้ไว้ ไม่ว่าจะเป็น รักคือการให้ รักคือการเสียสละ รักคือเธอและฉัน รักคือกันและกัน แต่ไม่มีนิยามไหนบอกไว้ว่า รักคือผู้ชายและผู้หญิง ความรักจึงเปิดกว้างให้ใครก็ได้ร่วมกันสร้างมันขึ้นมา ส่วนจะเป็นรูปแบบไหน ทิศทางใด ก็ขึ้นอยู่กับจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ของแต่ละคน

บทส่งท้ายความรัก เมื่อโลกนี้ยังมีกลางวันและกลางคืน ยามเช้าเราก็ต้องตื่นมาพบกับความเป็นจริง ยามดึกเราก็ต้องพัก หลับฝันจินตนาการถึงความสุขบ้าง แยกความจริงออกจากความฝัน ชีวิตก็ดำเนินต่อไปได้ไม่ยาก อย่าจมอยู่กับอดีต อย่าฝังจำกับความผิดหวัง ใช้เวลาอยู่กับตัวเองให้มาก รักตัวเองในระดับที่พอดีจนไม่เห็นแก่ตัว เหลือเผื่อแผ่ความรักให้กับคนอื่นๆอีกหลายๆคน อย่าไปยึดติดกับคนเพียงคนเดียว เมื่อชีวิตยังต้องมีพรุ่งนี้เสมอ อดีตคือสิ่งที่เราแก้ไขไม่ได้ แต่ปัจจุบันจะส่งผลถึงอนาคต ทำวันนี้ให้ดี เพื่อวันพรุ่งนี้ที่ดีกว่า ถ้าวันนี้มีความสุข พรุ่งนี้ก็จะมีความสุขมากกว่า ถ้าวันนี้เต็มไปด้วยรอยน้ำตา แล้วพรุ่งนี้เรายังจะเหลือคุณค่าอะไรให้กับตัวเอง

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล