เวรของกรรม
ไปเลย มึงจะไปไหนมึงก็ไปเลย ไปแล้วไม่ต้องกลับมาอีกนะ
เออ..กูไปแน่ แล้วจะไม่กลับมาด้วย ไม่อยากให้กูกลับมา กูก็จะไม่กลับ
เป็นบ้าไปแล้วรึไงมึงน่ะ
มึงนั่นแหละบ้า ไอ้ผัวเฮงซวย
..โครม...เพล้ง...โครม....
.....................................................................................
เอาอีกแล้ว คู่นี้อีกแล้ว ไม่ใช่ใครที่ไหนหรอกค่ะ เพื่อนข้างห้องดิฉันเอง คู่นี้เป็นแบบนี้ประจำ ไอ้ผัวน่ะชื่อ ทรงพล ส่วนเมียน่ะชื่อ อนงค์ บ่อยอยู่เหมือนกันที่ยัยอนงค์มาปรึกษาเรื่องผัวของตัวเองกับดิฉัน ซึ่งดิฉันก็ให้คำปรึกษาไปแบบไม่ค่อยจะทำให้เธอสบายใจนัก จะให้ทำไงได้ล่ะ ก็ดิฉันเป็นสาวโสดนี่น่า ยังไม่เคยมีประสบการณ์กับเค้าเลย แต่ทุกครั้งที่พวกเค้าทะเลาะกัน เค้าก็จะคืนดีกันได้ภายใน 1-2 วันนะ และไม่เคยเห็นรุนแรงกันเท่าครั้งนี้เลย หรือว่านี่จะเป็นการตัดสินใจของยัยอนงค์แล้ว ก็ดีเหมือนกัน ถ้าทนอยู่ต่อไปก็คงไม่มีความสุขไปจนตายแน่
ก็จะให้มีความสุขได้ยังไงล่ะคะ เพราะผัวหล่อนน่ะ ออกจากบ้านที 4-5 วันถึงจะกลับ เข้าบ้านมาไม่ถึง 2 ชั่วโมงก็ออกไปอีกละ พอเมียถามก็อ้างเรื่องงาน เซ้าซี้มากๆก็ลงไม้ลงมือ ดิฉันเห็นแล้วก็อดสงสารยัยอนงค์ไม่ได้ ไม่รู้จะทนไปทำไม แต่ครั้งนี้คงจะตัดสินใจแล้วจริงๆ
มึงจะไป ก็ไปคนเดียวไม่ต้องเอาลูกกูไปนะ เสียงไอ้ผัวเฮงซวยของเพื่อนดิฉันดังออกมาอีกแล้ว ซึ่งตอนนี้มันก็ดึกมากแล้วด้วย ไม่รู้จักเกรงใจหรือว่าอายคนอื่นบ้างเลยหรือยังไงนะ
ไม่ได้ ลูกกู กูจะเอาไปด้วย ขืนปล่อยให้ลูกอยู่กับมึง ลูกกูก็ได้อดตายสิ ยัยอนงค์ตอบโต้บ้าง ซึ่งทุกๆครั้งหล่อนมักจะเป็นฝ่ายเงียบแต่ครั้งนี้ ไม่ใช่แฮะ...
ผัวเมียคู่นี้ เมื่อก่อนก็ถือว่าเป็นครอบครัวที่สมบูรณ์แบบครอบครัวหนึ่ง มี พ่อ แม่และลูก ซึ่งกำลังน่ารัก เมียเป็นแม่บ้านอยู่บ้าน ส่วนผัวร่วมลงทุนหุ้นกับน้องชาย 2 คน ของเมีย เปิดบริษัทรับออกแบบบ้านและอาคารต่างๆ ตอนแรกๆก็ไปได้ดีอยู่หรอก ได้กำไรมาก็แบ่งเท่าๆกัน ต่อมาไม่นานความโลภก็เข้าครอบงำนายทรงพลจากความซื่อสัตย์ก็กลายเป็นการคดโกงซึ่งทุกเรื่องพวกน้องเมียรู้ดีแต่ไม่อยากมีปัญหาเพราะเห็นแก่พี่สาวจึงนิ่งเงียบไว้
นายทรงพลโกงน้องเมียตัวเองมา 34 งานจนมีเงินดาวน์รถยนต์เป็นของตัวเอง คราวนี้ล่ะ มันไม่ง้อใครแล้ว เพราะเมื่อก่อนต้องอาศัยรถของน้องเมีย แต่ตอนนี้เมื่อมีรถเป็นของตัวเองแล้วพวกน้องเมียก็ไม่สำคัญอีกต่อไป มันจึงคอยแต่จะหาเรื่องพวกน้องเมียอยู่ตลอดเวลา เป็นแบบนี้มาหลายเดือน จนสุดท้ายก็ต้องแตกหักกันไป ถึงขั้นตัดพี่เขย น้องเมีย กันเลยทีเดียว ส่วนยัยอนงค์ ก็ทำอะไรไม่ได้ ด้วยความที่รักผัว ก็ต้องทนอยู่กับผัวตัวเองมาตลอด คุณผู้อ่านคงจะสงสัยว่าทำไมดิฉันถึงรู้เรื่องของพวกเขาละเอียดขนาดนี้ใช่ไหมคะ ก็เพราะเวลาพวกเขามีปัญหากันนายทรงพลมันเคยพูดเสียงเบาๆที่ไหนล่ะคะ คนแถวนี้ก็ได้ยินกันทุกครั้งนั่นแหละค่ะ
แต่ก็อย่างที่เขาว่าแหละนะว่า บาปกรรมมันมีจริง และตามทันได้เร็วทันใจดีจริงๆ เพราะหลังจากที่นายทรงพลแยกมาทำเองแค่ไม่กี่งานก็เจ๊งไม่เป็นท่า จะไม่ให้เจ๊งได้อย่างไรล่ะคะ ก็พี่แกเล่นปล่อยให้ลูกน้องบริหารงานกันเอง การเงินก็รั่วไหลจนขาดทุน
ติดต่อกันหลายงาน เพราะตัวเองมัวไปขลุกอยู่แต่ในบ่อน เป็นอย่างนี้แล้วงานมันจะมีกำไรได้อย่างไร จริงไหมคะ ที่ดิฉันรู้ ก็เพราะน้องชายดิฉันเคยทำงานอยู่กับเขาค่ะ แต่ระยะหลังๆดูจะไม่เข้าท่าแล้ว ดิฉันจึงให้น้องชายลาออกแล้วไปสมัครทำงานที่อื่นแทน ซึ่งตอนนี้ก็ได้งานใหม่แล้ว และดูมั่นคงกว่าที่เดิมด้วยค่ะ
เรื่องเวรเรื่องกรรมยังไม่จบแค่นี้นะคะ เพราะเมื่อหลายวันก่อนยัยอนงค์มาคุยให้ดิฉันฟังทั้งน้ำตาว่า ตอนนี้พวกเจ้าหนี้โทร.มาทวงหนี้กันจ้าละหวั่น แต่ไอ้ผัวของเธอน่ะไม่ยอมรับโทรศัพท์ใครเลย แล้วมาโยนให้เมียเป็นคนจัดการให้ แล้วยัยอนงค์จะจัดการได้อย่างไรล่ะคะ ก็หล่อนไม่เคยทำงานและไม่รู้ระบบการทำงานเลย อีกอย่างหล่อนไม่ได้รับเงินเดือนจากผัวหล่อนมาหลายเดือนแล้ว เพราะได้เงินมาแต่ละครั้ง ผัวหล่อนก็เอาไปเสียในบ่อนหมด แค่มีข้าวกิน มีสตางค์ให้ลูกไปโรงเรียน ก็ดีเท่าไหร่แล้ว ดิฉันฟังแล้ว ก็สงสารแล้วก็เห็นใจเพื่อนค่ะ แต่ก็ไม่รู้จะช่วยยังไง เพราะดิฉันก็ไม่ได้ร่ำรวยมาแต่หนไหนนี่คะ ได้แต่ปลอบใจไปเท่านั้นเองค่ะ......................
ตอนนี้เสียงข้างห้องดิฉันเงียบไปแล้ว ดิฉันจึงค่อยๆลุกจากเตียงไปแง้มม่านหน้าต่างดู ไม่เห็นรถของผัวหล่อน คงจะขับออกไปตอนที่ดิฉันงีบหลับไปเมื่อครู่นี้ จึงไม่ได้ยินเสียงรถ ดิฉันจึงเดินไปเปิดประตูห้องแล้วออกไปเคาะห้องเพื่อนดิฉัน
ก๊อก ก๊อก ก๊อก..(เงียบ) ก๊อก ก๊อก ก๊อก..(เงียบ) เมื่อไม่มีสิ่งมีชีวิตใดขานรับ ดิฉันจึงเอื้อมมือไปหมุนลูกบิดประตูและถือวิสาสะเปิดเข้าไป แต่ข้างในห้องไม่ได้เปิดไฟ ทำให้ดิฉันมองอะไรไม่ชัดเจน ดิฉันจึงเอื้อมมือไปเปิดสวิชต์ไฟตามความเคยชิน พอไฟสว่าง ตายแล้ว...ภาพที่ดิฉันเห็นคือ ข้าวของที่เคยจัดวางอย่างเป็นระเบียบตอนนี้ไม่มีเค้าเดิมเลยค่ะ ทีวี ตู้เย็น ล้มระเนระนาดไปหมด ส่วนลูกชายของเพื่อนดิฉันกำลังหลับปุ๋ยอยู่บนเตียง โดยที่ไม่รู้ปัญหาของพ่อแม่เลย แต่ดิฉันยังไม่เห็นตัวเพื่อนดิฉันเลยค่ะ ดิฉัน
จึงร้องเรียกเบาๆ แต่ก็ไม่ได้ยินเสียงตอบรับ จึงเดินไปที่หน้าห้องน้ำเพราะคิดว่าหล่อนต้องอยู่ในนั้นแน่ คิดในใจว่าถ้าเคาะหล่อนก็คงไม่ขานรับอยู่ดี จึงหมุนลูกบิดประตู แล้วเปิดเข้าไป ...........
..........กรี๊ดๆๆๆๆๆ.............................
ดิฉันลืมตาขึ้นมา และพยายามสั่งงานให้สมองเรียบเรียงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ ใช่แล้วค่ะ ทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องจริง ดิฉันยังอยู่ในห้องของเพื่อนดิฉันอยู่ แต่ตอนนี้มีผู้คนเต็มไปหมด และไม่รู้ว่าใครเป็นคนอุ้มดิฉันมานอนที่โซฟาตัวนี้ น้องโอมลูกชายของยัยอนงค์ซึ่งตอนนี้ตื่นแล้วและนั่งร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่ใกล้ๆกับที่ดิฉันนอนอยู่ โดยมีเพื่อนบ้านคอยปลอบอยู่ไม่ห่าง ทุกคนคงจะเห็นเหมือนอย่างที่ดิฉันเห็นแล้ว นึกถึงแค่นี้ดิฉันก็ปล่อยโฮออกมาโดยที่ไม่อายใครเนของห้องแถวแห่งนี้และคนอื่นๆเดินเข้ามาปลอบดิฉันและซักถามถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น ดิฉันจึงค่อยๆลุกขึ้นนั่งและเล่าให้ทุกคนฟังถึงเหตุการณ์ที่ตัวเองได้ยินเมื่อคืนนี้ ซึ่งก็มีคนอีกหลายๆคนที่ได้ยินเหมือนดิฉันเช่นกัน...
ตำรวจมาแล้ว ตำรวจมาแล้ว เสียงใครคนหนึ่งตะโกนบอกคนที่อยู่ในห้องที่เกิดเหตุ ทุกคนจึงหลีกทางให้ตำรวจ4-5นายเข้าไปข้างในได้สะดวก
ดิฉันได้ยินเสียงตำรวจคุยกันถึงสภาพศพของยัยอนงค์ที่เห็นแล้วน่าเวทนามาก เพราะร่างกายของหล่อนถูกแทงด้วยของมีคม มีบาดแผลเต็มตัวไปหมด และหลังจากที่ตำรวจสอบปากคำคนในห้องแถวนี้จนหมดทุกคน รวมทั้งตัวดิฉันด้วย จึงสรุปได้ว่า หล่อนถูกฆาตกรรมและคนที่น่าสงสัยมากที่สุดก็คือสามีของผู้ตายเองและตำรวจจะติดตามตัวมาให้ได้เร็วที่สุด
.....................................................................................
นี่ก็ผ่านไป 2 อาทิตย์แล้วที่ตำรวจยังตามตัวนายทรงพลไม่เจอ ตอนนี้ห้องของยัยอนงค์มีคนมาอยู่แทนแล้ว และคงไม่มีใครเล่าเรื่องของหล่อนให้ผู้เช่ารายใหม่ฟังหรอกนะ เพราะไม่อย่างนั้นคงไม่มีใครอยู่ได้แน่ๆ ส่วนลูกชายของหล่อนก็ไปอยู่กับยาย(แม่ของยัยอนงค์)ที่บ้านนอกแล้ว คิดย้อนไปเหตุการณ์คืนวันนั้น ดิฉันยังโทษตัวเองอยู่ไม่หาย เพราะถ้าเกิดดิฉันไม่เผลอหลับไป ยัยอนงค์ก็อาจจะยังมีชีวิตอยู่ถึงทุกวันนี้ก็ได้ แต่ป้าเพ็ญบอกว่ามันเป็นเรื่องของเวรกรรมใครก็กำหนดไม่ได้ ดิฉันจึงเริ่มทำใจได้บ้างแล้วค่ะ..
พี่นิด พี่นิดเปิดประตูเร็ว เสียงร้องเรียกของน้องชายดิฉันเอง คงจะเลิกงานแล้วสินะ จ้า แป๊บนึงดิฉันวางมีดซึ่งกำลังหั่นหมูลงแล้วเดินไปล้างมือ เร็วๆ สิ เร็วๆ เอ้า..เข้ามา เรียกอยู่ได้จะเร่งทำไมนักหนานะพี่กำลังทำกับข้าวอยู่ พี่นิด พี่รู้เรื่องนายทรงพลหรือยัง?เรื่องอะไรเหรอ? หรือว่าตำรวจจับตัวได้แล้ว ใช่ แต่มันไม่ใช่แค่นั้นน่ะสิ เพราะตำรวจไปเจอมันที่ด่านตรวจที่อำเภอแม่สาย เชียงรายโน่นแน่ะ ตำรวจที่โน่นไม่รู้หรอกว่ามันหนีคดีมา ก็จะปล่อยไปแล้ว แต่มันดันมีพิรุธนี่สิ ตำรวจเลยขอค้น แต่มันไม่ยอมให้ค้นแถมชักปืนมายิงใส่ตำรวจอีก ก็เลยโดนวิสามัญซะเลย สุดท้ายตำรวจเจอยาบ้าในรถมันตั้ง 100,000 เม็ดแน่ะ
ได้ยินแค่นั้น ดิฉันก็ได้แต่พูดว่าเฮ้อ..เวรของกรรม
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี



