ทำไมเมืองไทยทิ้ง "ทิชชู" ลงชักโครกไม่ได้เหมือนเมืองนอก? ที่ทิ้งลงได้สบายๆ

ทำไมเมืองไทยทิ้ง "ทิชชู" ลงชักโครกไม่ได้เหมือนเมืองนอก? ที่ทิ้งลงได้สบายๆ

ทำไมเมืองไทยทิ้ง "ทิชชู" ลงชักโครกไม่ได้เหมือนเมืองนอก? ที่ทิ้งลงได้สบายๆ
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เรื่องเล็กๆ น้อยๆ อย่าง "ห้องน้ำ" มักเป็นจุดเริ่มต้นของวัฒนธรรมที่แตกต่าง (Culture Shock) เสมอ ระหว่างการเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศ หรือเวลาที่ชาวต่างชาติเดินทางมาเยือนประเทศไทย หนึ่งในคำถามยอดฮิตคาใจคือ: ทำไมเมืองไทยถึงห้ามทิ้งกระดาษชำระลงในชักโครก เหมือนกับหลายๆ ประเทศที่ทิ้งลงไปได้แบบสบายๆ โดยไม่ต้องกลัวท่อตัน?

วันนี้เราจะพาทุกคนมาไขคำตอบเบื้องหลังเรื่องนี้กันค่ะ!

1. ความแตกต่างของ "เนื้อกระดาษ" และสารเคลือบ

สาเหตุหลักไม่ได้อยู่ที่ระบบท่ออย่างเดียว แต่อยู่ที่ตัวผลิตภัณฑ์กระดาษชำระด้วย:

  • ในประเทศไทย: กระดาษชำระส่วนใหญ่ถูกออกแบบมาให้มีความนุ่ม เหนียว และซึมซับได้ดีเยี่ยม เพื่อตอบสนองการใช้งาน กระดาษเหล่านี้มักจะมีกระบวนการใส่สารเคมีที่เรียกว่า Sizing Agent ซึ่งเป็นสารเพิ่มความคงทนต่อน้ำ ทำให้เส้นใยกระดาษมีความเหนียวและ ละลายน้ำได้ช้ามาก เมื่อทิ้งลงไปจึงจับตัวกันเป็นก้อนอุดตันท่อได้ง่าย รวมถึงส่งผลกระทบต่อระบบบำบัดน้ำเสียด้วย

  • ในต่างประเทศ: ประเทศที่นิยมทิ้งกระดาษชำระลงชักโครก (เช่น ญี่ปุ่น หรือประเทศในแถบตะวันตก) จะมีการจำแนกประเภทกระดาษชำระอย่างชัดเจน (Toilet Paper) โดยกระดาษประเภทนี้มักจะ ไม่มีสาร Sizing Agent หรือผลิตจากเยื่อกระดาษสั้นที่ย่อยสลายได้รวดเร็วทันทีที่สัมผัสน้ำ ทำให้ไม่เกิดปัญหาการอุดตัน

2. วิวัฒนาการที่กำลังเปลี่ยนไป

แม้ว่าในอดีตประเทศไทยจะไม่เหมาะกับการทิ้งกระดาษชำระลงชักโครกเป็นส่วนใหญ่ แต่ในปัจจุบัน ประเทศไทยเริ่มมีกระดาษชำระประเภทที่ระบุไว้ชัดเจนว่า "สามารถทิ้งลงชักโครกได้" (Flushable) วางจำหน่ายตามท้องตลาดแล้วเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม กระดาษประเภทนี้อาจจะยังไม่ได้แพร่หลายทั่วไปตามห้องน้ำสาธารณะ และด้วยความที่กระดาษชำระทั่วไปในไทยส่วนใหญ่ยังเป็นแบบละลายน้ำยาก การมี "ถังขยะ" ไว้สำหรับทิ้งกระดาษใช้แล้วจึงยังคงเป็นมาตรฐานที่พบเห็นได้ชินตาในบ้านเราค่ะ

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล