ไขความลับ "ปีโป้" ขนมในตำนาน ทำไมแต่ละถุงมีสีไม่เท่ากัน และเหตุใดจึงแกะยาก?

ไขความลับ "ปีโป้" ขนมในตำนาน ทำไมแต่ละถุงมีสีไม่เท่ากัน และเหตุใดจึงแกะยาก?

ไขความลับ "ปีโป้" ขนมในตำนาน ทำไมแต่ละถุงมีสีไม่เท่ากัน และเหตุใดจึงแกะยาก?
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

วาระแห่งชาติ! ไขความลับ "ปีโป้" ขนมในตำนาน ทำไมแต่ละถุงมีสีไม่เท่ากัน และเหตุใดจึงแกะยากแกะเย็น?

หากพูดถึงขนมขบเคี้ยวประเภทเยลลี่รูปถ้วยที่อยู่คู่กับคนไทยมาอย่างยาวนานตั้งแต่รุ่นเด็กยันผู้ใหญ่ คงไม่มีใครไม่นึกถึง "ปีโป้" ขนมสุดโปรดที่กระโดดขึ้นมาเป็นไวรัลในโลกออนไลน์อยู่บ่อยครั้ง

แต่ในความคุ้นเคยที่เรากินกันมาตั้งแต่เล็กจนโต รู้หรือไม่ว่าเยลลี่แบรนด์นี้มีเกร็ดประวัติศาสตร์ ความลับด้านวิศวกรรม และเรื่องจริงที่หลายคนอาจคาดไม่ถึงซ่อนอยู่

ใครคือผู้ผลิตปีโป้? เจ้าของเดียวกับยูโร่เค้ก-ปักกิ่ง

ปีโป้ ผลิตและจัดจำหน่ายโดย บริษัท ยูโรเปี้ยนฟู้ด จำกัด (มหาชน) ของตระกูลเวชากร นำโดยคุณสมชาย เวชากร ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2527 ซึ่งบริษัทนี้ไม่ได้ผลิตแค่ปีโป้เท่านั้น แต่ยังเป็นเจ้าของขนมชื่อดังแบรนด์ "Euro" ที่เราคุ้นเคยกันดี เช่น ยูโร่เค้ก, ช็อกโกพาย, เอลเซ่ (Ellse), ขนมเวเฟอร์ตราปักกิ่ง, กัสเซ็น, ครีโก้, โอโจ้ รวมถึงมาร์ชเมลโลตราไมล์ดี้ อีกด้วย

"ปักกิ่ง" คือพี่ใหญ่ ปีโป้ไม่ใช่สินค้าตัวแรกของบริษัท

ขัดกับที่หลายคนคิด ขนมชิ้นแรกที่แจ้งเกิดให้บริษัทจนโด่งดังไม่ใช่ปีโป้ แต่เป็นเวเฟอร์อบกรอบเคลือบครีมตรา "ปักกิ่ง" ที่ฮิตระเบิดเมืองด้วยเพลงโฆษณาติดหู "ปักกิ่งเวเฟอร์อบกรอบชอบจริงๆ..." หลังจากปักกิ่งประสบความสำเร็จ ทางบริษัทจึงได้ไอเดียในการผลิตขนมเยลลี่สำเร็จรูปออกมาในชื่อ "ปีโป้" เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคนั้นที่หากอยากกินเยลลี่ต้องซื้อผงวุ้นมาต้มและแช่เย็นเองให้ยุ่งยาก

"ปีโป้" แปลว่าอะไร? พจนานุกรมมีคำตอบ

แม้ว่าทางเว็บไซต์ของยูโรเปี้ยนฟู้ดส์จะไม่ได้ระบุที่มาของชื่อไว้อย่างเป็นทางการ แต่เมื่อเปิดพจนานุกรมแปล ไทย-ไทย ของ อ.เปลื้อง ณ นคร จะพบความหมายของคำว่า "ปีโป้" ว่าหมายถึง "เพิ่มเติม" หรือ "ชดเชย" ซึ่งสอดคล้องกับคอนเซปต์ของตัวขนมที่เข้ามาเพิ่มเติมความสะดวกสบายและชดเชยขั้นตอนที่ยุ่งยากในการทำเยลลี่ในอดีตนั่นเอง

 

ไขปัญหาวาระแห่งชาติ: ทำไมปีโป้ "แกะยาก" เหลือเกิน?

เชื่อว่าทุกคนต้องเคยประสบปัญหาเล็บฉีก ปากกัด จนต้องพึ่งมีดพึ่งกรรไกรในการแกะฝาปีโป้ เรื่องนี้มีคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์การบรรจุภัณฑ์ว่า พลาสติกฝาและถ้วยปีโป้ถูกยึดติดกันด้วยเทคนิค Heat Sealing (การใช้ความร้อนหลอมพลาสติกให้ติดกัน) โดยระดับความแน่นจะขึ้นอยู่กับอุณหภูมิ

ซึ่งโรงงานส่วนใหญ่นิยมใช้ความร้อนสูงมากเพื่อให้มั่นใจว่าสินค้าจะปิดสนิท ป้องกันมด แมลง และอากาศเข้า จนทำให้พลาสติกทั้งสองชิ้นหลอมรวมกันแน่นเกือบจะเป็นเนื้อเดียว จึงทำให้เราแกะออกด้วยมือเปล่าได้ยากนั่นเอง

ถอดรหัส: มีสีไหน รสชาติอะไรบ้าง?

ในหนึ่งซองของปีโป้จะถูกแต่งกลิ่นและสีสันที่แตกต่างกันไป โดยแต่ละสีมีรสชาติเฉพาะตัวดังนี้:

  • สีเขียว: รสแอปเปิ้ลเขียว
  • สีแดง: รสสตรอว์เบอร์รี
  • สีขาว: รสลิ้นจี่
  • สีม่วง: รสองุ่น
  • สีส้ม: รสส้ม

นอกจากนี้ ในอดีตยังเคยมี "สีเหลือง" รสสับปะรด วางจำหน่ายอยู่ด้วย แต่เนื่องจากได้ห่างหายจากท้องตลาดไปนาน จนทำให้ชาวเน็ตยุคใหม่พากันตั้งแฮชแท็กทวงคืนสีเหลืองกันยกใหญ่

ทำไมแต่ละถุงถึงมีจำนวนสีไม่เท่ากัน?

เคยสังเกตไหมว่า บางถุงเปิดมามีสีเขียวเป็นสิบอัน แต่มีสีม่วงแค่ 2 อัน หรือบางถุงสีขาวเยอะจนน่าตกใจ? ปัญหานี้ได้รับการยืนยันแล้วว่าเกิดจาก กระบวนการผลิตในขั้นตอนการบรรจุภัณฑ์ที่ใช้เครื่องจักรในการคละสีแบบอัตโนมัติ ทำให้สัดส่วนของสีที่ตกลงไปในแต่ละถุงเป็นไปตามการสุ่มของระบบเครื่องจักร ไม่ได้มีการเจตนาใส่สีใดสีหนึ่งให้น้อยกว่าปกติแต่อย่างใด

สรุปข้อมูลเชิงลึกเยลลี่ปีโป้
ผู้ผลิต: บริษัท ยูโรเปี้ยนฟู้ด จำกัด (มหาชน) (ก่อตั้ง พ.ศ. 2527)
เทคโนโลยีบรรจุภัณฑ์: Heat Sealing (หลอมพลาสติกด้วยความร้อนสูงเพื่อความปลอดภัย)
รสชาติหลักในปัจจุบัน: แอปเปิ้ลเขียว, สตรอว์เบอร์รี, ลิ้นจี่, องุ่น, ส้ม
สาเหตุการคละสีไม่เท่ากัน: เกิดจากการทำงานของเครื่องจักรระบบสุ่มในการบรรจุห่อ

เรื่องราวของ "ปีโป้" จึงไม่ใช่แค่เรื่องของขนมขบเคี้ยวราคาประหยัด แต่เป็นตัวอย่างของแบรนด์สินค้าที่ประสบความสำเร็จในการทำการตลาดและการสร้างภาพจำ จนทำให้ผู้บริโภคชาวไทยเรียกเยลลี่รูปถ้วยทุกชนิดติดปากว่าปีโป้ไปโดยปริยาย

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล