ผ้าไม่แห้ง แถมเหม็นอับ? รวม 10 วิธีตากผ้าในร่มที่หลายคนใช้ได้ผล
Sanook//s.isanook.com/sr/0/images/logo-new-sanook.png60060
//s.isanook.com/ca/0/ud/286/1432251/dryingclothes.jpgผ้าไม่แห้ง แถมเหม็นอับ? รวม 10 วิธีตากผ้าในร่มที่หลายคนใช้ได้ผล

ผ้าไม่แห้ง แถมเหม็นอับ? รวม 10 วิธีตากผ้าในร่มที่หลายคนใช้ได้ผล

แชร์เรื่องนี้

การตากผ้าในห้องให้แห้งเร็วและไม่มีกลิ่นอับ ทำได้ด้วยการจัดตำแหน่งราวตากให้ลมถ่ายเท เว้นระยะห่างระหว่างเสื้อผ้า และลดความชื้นภายในห้อง ซึ่งเป็นเทคนิคที่แม่บ้านส่วนใหญ่นิยมใช้ในช่วงฤดูฝนหรือวันที่ไม่มีแดด

หากคุณกำลังเจอปัญหาผ้าแห้งช้า มีกลิ่นอับ หรือต้องตากผ้าในบ้านเป็นประจำ เราได้รวบรวมเทคนิคตากผ้าจากญี่ปุ่นที่ทำตามได้ง่าย ช่วยให้ผ้าแห้งไวขึ้นและลดกลิ่นอับได้อย่างมีประสิทธิภาพ

10 วิธีตากผ้าให้แห้งเร็ว ลดปัญหาผ้าไม่แห้งและกลิ่นอับช่วงหน้าฝน

การลดความชื้นและเพิ่มการไหลเวียนของอากาศ คือหัวใจสำคัญของการตากผ้าในร่ม หากทำได้อย่างเหมาะสม ก็ช่วยลดกลิ่นอับและทำให้ผ้าแห้งได้เร็วขึ้น แม้ในวันที่ฝนตกหรือไม่มีแสงแดด

1. เลือกน้ำยาซักผ้าและน้ำยาปรับผ้านุ่มสูตรตากในร่ม

ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ซักผ้าหลายสูตรที่ออกแบบมาสำหรับการตากในร่มโดยเฉพาะ ซึ่งช่วยลดการสะสมของแบคทีเรียและลดกลิ่นอับที่เกิดจากความชื้นได้

หากทราบล่วงหน้าว่าจะต้องตากผ้าในห้องหรือในพื้นที่ที่อากาศถ่ายเทไม่ดี การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ประเภทนี้จะช่วยให้เสื้อผ้ามีกลิ่นสะอาดสดชื่นได้นานขึ้น

2. เว้นระยะการตากผ้าให้เหมาะสม

ควรแขวนเสื้อผ้าให้มีช่องว่างระหว่างกัน เพื่อให้อากาศไหลเวียนได้ทั่วถึง โดยเฉพาะผ้าเนื้อหนา เช่น กางเกงยีนส์ หรือผ้าขนหนู

หากเป็นผ้าชิ้นใหญ่ สามารถพาดบนราว 2 จุด เพื่อเพิ่มพื้นที่รับลมและช่วยให้แห้งเร็วขึ้น

3. ใช้โหมด Dry ของเครื่องปรับอากาศหรือเครื่องดูดความชื้น

สำหรับห้องที่อากาศปิดหรือไม่มีหน้าต่าง การเปิดโหมด Dry ของเครื่องปรับอากาศ หรือใช้เครื่องดูดความชื้น จะช่วยลดความชื้นในอากาศได้อย่างรวดเร็ว

เมื่อความชื้นในห้องลดลง เสื้อผ้าจะค่อยๆ แห้งเร็วขึ้น พร้อมช่วยลดความเสี่ยงของเชื้อราและกลิ่นอับที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการตาก

4. บิดและสะบัดผ้าก่อนนำไปตาก

หลังปั่นหมาดแล้ว ควรสะบัดผ้าและบิดน้ำส่วนเกินออกอีกเล็กน้อย เพื่อช่วยลดความชื้นที่ตกค้าง

วิธีนี้ยังช่วยลดรอยยับ ทำให้ผ้าแห้งเร็วและรีดง่ายขึ้น

5. ซักผ้าในช่วงเช้า

การซักและตากผ้าตั้งแต่ช่วงเช้าช่วยให้ผ้ามีเวลารับแสงและลมได้นานกว่าการซักช่วงเย็นหรือกลางคืน

แม้แดดจะไม่แรง แต่การตากผ้าตลอดทั้งวันก็ช่วยให้ผ้าแห้งเร็วและลดกลิ่นอับได้ดีกว่า

6. เปิดประตูหรือหน้าต่างเมื่อจำเป็นต้องตากในบ้าน

การเปิดช่องระบายอากาศช่วยลดความชื้นสะสมภายในห้อง และทำให้อากาศหมุนเวียนได้ดีขึ้น

หากห้องอับหรือปิดทึบเกินไป เสื้อผ้าอาจใช้เวลาแห้งนานและเสี่ยงเกิดกลิ่นเหม็นอับ

7. ดูแลเครื่องซักผ้าและระบบปั่นหมาด

เครื่องซักผ้าที่มีเศษผ้าหรือสิ่งสกปรกอุดตัน อาจทำให้ระบบปั่นหมาดทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ

จึงควรทำความสะอาดเครื่องซักผ้าและช่องระบายน้ำเป็นประจำ เพื่อให้สามารถรีดน้ำออกจากผ้าได้ดีที่สุด

8. ใช้ไม้แขวนเสื้อแทนการพาดราว

การแขวนเสื้อผ้าด้วยไม้แขวนช่วยให้ผ้าคลี่ตัว ไม่ซ้อนทับกันมากเกินไป ทำให้อากาศผ่านได้สะดวก

นอกจากนี้ยังช่วยให้เคลื่อนย้ายราวตากผ้าได้ง่าย หากต้องรีบเก็บผ้าหนีฝน

9. เลือกจุดตากที่อากาศถ่ายเท

ควรตากผ้าในบริเวณที่มีลมผ่านหรือมีแสงส่องถึง แม้จะเป็นแสงแดดอ่อนก็ยังช่วยเร่งการระเหยของน้ำได้

สำหรับคอนโดหรือห้องพัก ควรเลือกบริเวณใกล้หน้าต่างหรือระเบียงที่มีการระบายอากาศดี

10. ตากผ้าทันทีหลังซักเสร็จ

ไม่ควรปล่อยผ้าแช่อยู่ในเครื่องซักผ้าหรือถังซักเป็นเวลานาน เพราะความชื้นจะทำให้แบคทีเรียเติบโตและเกิดกลิ่นอับได้ง่าย

เมื่อซักเสร็จแล้ว ควรนำผ้าไปตากทันทีเพื่อรักษาความสะอาดและลดปัญหากลิ่นไม่พึงประสงค์

สรุปวิธีตากผ้าให้แห้งเร็วในช่วงหน้าฝน

แม้จะไม่มีแดด การตากผ้าในร่มก็สามารถทำให้ผ้าแห้งและไม่มีกลิ่นอับได้ เพียงเลือกผลิตภัณฑ์ซักผ้าให้เหมาะสม ปั่นหมาดให้เพียงพอ เว้นระยะการแขวนผ้า และเพิ่มการระบายอากาศด้วยพัดลมหรือเครื่องลดความชื้น

การปรับเปลี่ยนวิธีตากผ้าเพียงเล็กน้อย จะช่วยลดปัญหาผ้าเหม็นอับ ทำให้เสื้อผ้าสะอาด แห้งเร็ว และพร้อมสวมใส่ได้อย่างมั่นใจแม้ในช่วงหน้าฝน

อ่านเพิ่มเติม