ที่แท้มีเหตุผล! ช่องหยอดเหรียญ "แนวตั้ง" กับ "แนวนอน" ต่างกันยังไง

ที่แท้มีเหตุผล! ช่องหยอดเหรียญ "แนวตั้ง" กับ "แนวนอน" ต่างกันยังไง

ที่แท้มีเหตุผล! ช่องหยอดเหรียญ "แนวตั้ง" กับ "แนวนอน" ต่างกันยังไง
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ช่องหยอดเหรียญ "แนวตั้ง" กับ "แนวนอน" ต่างกันยังไง? รู้แล้วถึงบางอ้อ ที่แท้ออกแบบมาไม่เหมือนกัน!

ถ้าพูดถึงประเทศญี่ปุ่น หลายคนคงนึกถึง "ตู้หยอดเหรียญอัตโนมัติ" ที่ตั้งเรียงรายอยู่แทบทุกหัวมุมถนน ไม่ว่าจะเป็นตู้ขายเครื่องดื่ม ตู้ขายอาหาร ตู้ขายบุหรี่ หรือแม้แต่ตู้จำหน่ายตั๋วต่างๆ เรียกได้ว่าหลายสิ่งหลายอย่างสามารถซื้อได้จากตู้เหล่านี้

แต่เคยสังเกตกันหรือไม่ว่า ช่องสำหรับหยอดเหรียญของตู้เหล่านี้ไม่ได้มีรูปแบบเดียว เพราะบางตู้เป็น ช่องหยอดเหรียญแนวตั้ง ขณะที่บางตู้กลับเป็น ช่องหยอดเหรียญแนวนอน

แล้วทำไมต้องออกแบบต่างกัน? เป็นแค่เรื่องของดีไซน์ หรือมีเหตุผลทางวิศวกรรมซ่อนอยู่? วันนี้เราจะพาไปหาคำตอบกัน

ความลับอยู่ที่ "ความเร็ว" และ "พื้นที่ภายในตู้"

ภายในตู้หยอดเหรียญทุกเครื่อง จะมีอุปกรณ์สำคัญที่เรียกว่า เครื่องคัดแยกเหรียญ (Coin Sorter) ซึ่งมีหน้าที่ตรวจสอบว่าเหรียญที่ผู้ใช้หยอดเข้ามานั้นเป็นเหรียญจริงหรือไม่ รวมถึงแยกประเภทของเหรียญ ก่อนจะส่งข้อมูลให้ตู้ปล่อยสินค้าหรือออกตั๋ว

ดังนั้น รูปแบบของช่องหยอดเหรียญจึงไม่ได้ถูกออกแบบขึ้นมาแบบสุ่มๆ แต่ขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งานของตู้แต่ละประเภท

ทำไมตู้ขายตั๋วถึงนิยมใช้ช่องหยอดเหรียญ "แนวตั้ง"

ตู้จำหน่ายตั๋ว เช่น ตั๋วรถไฟ หรือตั๋วโดยสาร มักมีผู้ใช้งานจำนวนมาก โดยเฉพาะในช่วงเวลาเร่งด่วน หากตู้ทำงานช้า ก็อาจทำให้เกิดการต่อแถวยาวได้

ด้วยเหตุนี้ ตู้ประเภทดังกล่าวจึงนิยมใช้ ช่องหยอดเหรียญแนวตั้ง เพราะเมื่อหยอดเหรียญลงไป เหรียญจะตกลงสู่เครื่องคัดแยกได้อย่างรวดเร็วตามแรงโน้มถ่วง ช่วยลดระยะเวลาในการตรวจสอบเหรียญ ทำให้ผู้ใช้ได้รับตั๋วเร็วขึ้น และช่วยลดเวลาการรอคิวได้

แม้ระบบจัดเก็บเหรียญของตู้แบบนี้จะมีขนาดใหญ่กว่าและกินพื้นที่ภายในตู้มากขึ้น แต่ก็แลกมากับความเร็วในการให้บริการที่สูงกว่าเช่นกัน

แล้วทำไมตู้ขายน้ำถึงใช้ช่องหยอดเหรียญ "แนวนอน"

ในทางกลับกัน ตู้จำหน่ายเครื่องดื่มหรือบุหรี่ ส่วนใหญ่มักไม่มีผู้ใช้งานต่อคิวเป็นจำนวนมาก จึงไม่จำเป็นต้องเน้นความเร็วในการทำงานมากนัก

ผู้ผลิตจึงเลือกใช้ ช่องหยอดเหรียญแนวนอน เพราะช่วยให้ชุดเครื่องคัดแยกเหรียญและช่องเก็บเหรียญมีขนาดกะทัดรัดมากขึ้น ส่งผลให้เหลือพื้นที่สำหรับจัดเก็บสินค้าได้มากขึ้น อีกทั้งยังช่วยให้ตัวตู้มีขนาดเล็กลงและประหยัดพื้นที่ในการติดตั้งอีกด้วย

สรุปแล้ว ช่องหยอดเหรียญทั้ง 2 แบบ ต่างก็มีข้อดีของตัวเอง

  • ช่องหยอดเหรียญแนวตั้ง : เน้นความรวดเร็ว เหมาะกับตู้ที่มีผู้ใช้งานจำนวนมาก เช่น ตู้ขายตั๋ว
  • ช่องหยอดเหรียญแนวนอน : เน้นประหยัดพื้นที่ เหมาะกับตู้ขายสินค้า เช่น เครื่องดื่มหรือบุหรี่

จะเห็นได้ว่า ช่องหยอดเหรียญทั้งสองแบบไม่ได้มีไว้เพื่อความสวยงามเท่านั้น แต่ถูกออกแบบให้เหมาะสมกับวัตถุประสงค์การใช้งานที่แตกต่างกัน

ครั้งหน้าหากมีโอกาสใช้ตู้หยอดเหรียญ ลองสังเกตดูสักนิดว่าช่องหยอดเหรียญของตู้นั้นเป็นแบบแนวตั้งหรือแนวนอน แล้วคุณอาจจะมองเห็นรายละเอียดเล็กๆ ที่สะท้อนแนวคิดการออกแบบอันชาญฉลาดซ่อนอยู่ก็เป็นได้

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล