“3 ผู้พิทักษ์รักษ์ทะเล” ศูนย์อนุรักษ์และศึกษาเกี่ยวกับสัตว์ทะเลและมหาสมุทรจากจุฬาฯ

เราเชื่อกันว่าสิ่งมีชีวิตแรกถือกำเนิดในทะเลเมื่อกว่า 4 พันล้านปีมาแล้ว แต่ทุกวันนี้มหาสมุทรที่เปรียบเสมือนมารดาแห่งสรรพสิ่ง กำลังถูกทำลายลงด้วยน้ำมือของสิ่งมีชีวิตอย่างมนุษย์เราเอง ทะเลสำลักกองขยะปริมาณมากจากความมักง่าย และไม่รักษาสิ่งแวดล้อมเพราะขยะบนบกได้ไปลอยรวมกองกันที่มหาสมุทรแปซิฟิกเหนือจนกลายเป็นแพขยะขนาดใหญ่ประมาณ 7 แสน – 15 ล้านตารางกิโลเมตร ตามรายงานของสำนักงานสมุทรศาสตร์และบรรยากาศแห่งชาติของสหรัฐฯ (US National Oceanic and Atmospheric Administration) หรือ NOAA

ผลการวิจัยจากหลายแห่ง อาทิ โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Environment Program) องค์กรอนุรักษ์ท้องทะเล (Ocean Conservancy)มูลนิธิเอลเลน แมคอาเธอร์ (Ellen MacArthur Foundation) ระบุตรงกันว่า หากไม่มีมาตรการเร่งด่วนเพื่อกำจัดขยะ โดยเฉพาะขยะพลาสติก โดยยังคงปล่อยให้ทิ้งในมหาสมุทรต่อไป เหล่านักวิจัยและสำรวจทางทะเลคาดว่าในอีกสามสิบปีต่อจากนี้ จำนวนของขยะพลาสติกในมหาสมุทรจะมากกว่าปลาเสียอีก

รศ.ดร.สุชนา ชวนิชย์ อาจารย์ภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ เปิดเผยว่า การจัดการขยะบนบกที่ไม่เหมาะสม โดยเฉพาะพลาสติกประเภทใช้แบบครั้งเดียวแล้วทิ้ง เมื่อตกลงไปในทะเล ก็ไม่สามารถย่อยสลายได้ แต่แตกตัวกลายเป็นไมโครพลาสติก และนาโนพลาสติกปนเปื้อนอยู่ในสัตว์ทะเล ส่งผลกระทบต่อเนื่องมาถึงมนุษย์ที่บริโภคสัตว์ทะเล
“จากการวิจัยพบว่าขณะมีชิ้นส่วนของไมโครพลาสติกสะสมอยู่ในร่างกายมนุษย์มากกว่าหมื่นชิ้น ถึงแม้จะต้องรอผลการวิจัยอีกประมาณ 5 – 10 ปี ถึงจะทราบแน่ชัดว่าไมโครพลาสติกดังกล่าวส่งผล กระทบต่อสุขภาพของมนุษย์มากน้อยเพียงใด แต่การลด ละ เลิก การใช้ขยะพลาสติกแบบครั้งเดียวทิ้งนั้นควรจะเริ่มลงมือทำได้เลยตั้งแต่ตอนนี้ก่อนที่จะสายเกินไป”

รศ.สพ.ญ.ดร.นันทริกา ชันซื่อ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่า การแก้ปัญหาเรื่องขยะกับอาหารสัตว์ตามธรรมชาติ เช่น แมงกะพรุนกับถุงพลาสติก แม้แต่มาเรียมลูกพะยูนที่เป็นสัตว์กินพืชก็ยังเสียชีวิต อันเป็นผลมาจากการกินใบหญ้าทะเลที่มีเศษพลาสติกที่ไปติดอยู่ สัตวแพทย์พบว่าเศษพลาสติกเล็กๆ หลายชิ้นขวางลำไส้จนอุดตันและมีอาการอักเสบ
“สัตว์เหล่านี้ไม่สามารถพูดหรือเรียกร้องสิทธิ์ใดๆ หรือแม้แต่เมื่อเจ็บป่วยยังไม่สามารถมาหาหมอได้ ดังนั้นเราทุกคนต้องเป็นตำรวจหรือผู้พิทักษ์ให้กับสัตว์เหล่านี้ หากพบเห็นสิ่งที่คิดว่าจะเป็นอันตรายต่อสัตว์ให้ช่วยกันแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้รีบเข้ามาจัดการ” นอกจากนี้ยังมีภัยจากการพัฒนาทางเศรษฐกิจ เช่น การทำประมงที่ทำลายระบบนิเวศทางทะเล และการท่องเที่ยวที่ขาดสำนึกและขาดความรับผิดชอบต่อสภาพแวดล้อม

รศ.ดร.อัจฉราภรณ์ เปี่ยมสมบูรณ์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยทรัพยากรทางน้ำ จุฬาฯ เล่าว่าโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ทำให้การขนส่งทางน้ำหนาแน่นเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะเกาะสีชัง ซึ่งเป็นที่แวะจอดของเรือขนส่งสินค้ามาตั้งแต่อดีต ประกอบกับจำนวนนักท่องเที่ยวนิยมเดินทางมาพักผ่อนที่เกาะสีชังมากขึ้น จึงเป็นเรื่องที่ต้องเฝ้าระวังไม่ให้กิจกรรมเหล่านี้กระทบกับสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติที่นี่
ระบบนิเวศทางทะเลนั้นเป็นห่วงโซ่อาหารขนาดใหญ่ที่สุดในโลก เป็นแหล่งอาหารที่สำคัญของมนุษย์และสัตว์มากมาย มีความซับซ้อนและอ่อนไหวมากที่สุด หากไม่ระวังรักษาสิ่งแวดล้อมบนบกและยังทำลายทรัพยากรทางทะเล ย่อมส่งผลกระทบต่อชุมชน ประเทศและโลกของเรา แต่ที่สำคัญคือสุขภาวะของพวกเรา ในฐานะผู้พึ่งพาท้องทะเลและผู้บริโภคสัตว์ทะเล
“ทะเลเป็นทั้งบ้านของพืชและสัตว์ที่เป็นห่วงโซ่อาหารขั้นแรกๆ ทำให้มีความสำคัญทั้งในแง่เป็นแหล่งอาหารซึ่งเป็นแหล่งรายได้ของชุมชน การจะเป็นพื้นที่เศรษฐกิจและแหล่งท่องเที่ยวที่ดี ก็ต้องทำควบคู่ไปกับการรักษาสิ่งแวดล้อมที่ดีด้วย ซึ่งอาศัยหลักวิชาการความรู้ที่ถูกต้อง รวมไปถึงการบูรณาการความรู้จากหลากหลายศาสตร์ทั้งในฝั่งของวิทยาศาสตร์ทางทะเลเองหรือด้านอื่นๆ เช่น การบริหารจัดขยะ การสร้างความร่วมมือกับชุมชนในการ หวงแหนทรัพยากรธรรมชาติทั้งชายฝั่งและทะเล ส่งเสริมการทำประมงและท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์เป็นต้น”
3 ผู้พิทักษ์รักษ์ทะเลเป็นต้นแบบในการปฏิบัติภารกิจสำคัญของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่เร่งทำความเข้าใจสถานการณ์ เห็นความจำเป็นในการแก้ปัญหาเพื่อปกป้องท้องทะเล โดยเผยแพร่องค์ความรู้แก่สังคมให้ร่วมกันรับผิดชอบ ตระหนักถึงความสำคัญในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและท้องทะเลตั้งแต่บัดนี้... ก่อนที่จะสายเกินไป
ทำไมถึงต้อง “รักษ์ทะเล”
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมีศูนย์อนุรักษ์และศึกษาเกี่ยวกับสัตว์ทะเลและมหาสมุทร มีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ไม่เพียงแต่ค้นคว้าวิจัย สร้างองค์ความรู้และเผยแพร่สู่สังคม แต่ลงมือปฏิบัติเพื่อปลูกจิตสำนึกในการปกป้องผืนทะเล และสัตว์น้ำอย่างจริงจัง นักวิชาการหลายท่านจากหลากหลายสาขาวิชาในจุฬาฯ อุทิศเวลาให้กับการศึกษาและสำรวจท้องทะเลตลอดระยะเวลาหลายสิบปี โดยหวังจะนำองค์ความรู้เหล่านี้ไปใช้แก้ไขวิกฤตแห่งท้องทะเลจากฝีมือมนุษย์
วิทยาศาสตร์ทางทะเล กับการพัฒนาแสมสารโมเดล
เกาะแสมสาร ได้รับเลือกให้เป็นพื้นที่ต้นแบบชุมชนผู้นำการจัดการขยะทะเล โดย รศ.ดร.สุชนา ผู้ริเริ่มโครงการเล่าว่า “ก่อนหน้านี้ที่นี่เคยเป็นสถานีทดลองเพาะขยายพันธุ์ปะการังด้วยวิธีการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ ซึ่งได้ผลสำเร็จเป็นที่แรกในประเทศไทย ทำให้ชาวบ้านที่นี่สนใจและอยากมีส่วนร่วมการอนุรักษ์ทางทะเลอยู่แล้ว แต่ด้วยความที่พื้นที่อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ จึงเริ่มเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว ทำให้ต้องเร่งสร้างจิตสำนึกร่วมกันระหว่างคนในชุมชนกับนักท่องเที่ยวให้ลดและแยกขยะ เพื่อป้องกันไม่ให้ขยะลงสู่ทะเล”
ด้วยเหตุนี้จึงเกิดจากบูรณาการความรู้จาก โครงการ Chula Zero Waste ที่เน้นการจัดการขยะภายในรั้วจุฬาฯ ขยายผลไปยังชุมชนแสมสาร โดยถ่ายทอดความรู้เรื่องการลดและแยกขยะให้กับชุมชนกลายเป็นนวัตกรรมทางสังคมผ่านการศึกษาวิจัย การมีส่วนร่วม การสร้างจิตสำนึก และการสร้างชุมชนเข็มแข็ง โดยได้รับการสนับสนุนจากองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศญี่ปุ่น (The Japan International Cooperation Agency หรือ JICA) สนับสนุนเครื่องมือในการสำรวจปริมาณขยะทะเลบนเกาะแสมสาร จากนั้นนำผลสำรวจดังกล่าวจัดทำเป็นข้อเสนอแนะเสนอหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องเพื่อเฝ้าระวัง ติดตาม และป้องกันปัญหามลพิษจากขยะทะเลโดยเฉพาะขยะพลาสติก ในขณะเดียวกันทางศูนย์ฯ ยังได้นำหลักการ 3Rs Reduce, Reuse, Recycle มาให้ความรู้กับชาวบ้านชุมชนบ้านแสมสารและมุ่งเน้นมาตรการลดหรือป้องกันไม่ให้เกิดขยะบนบกไปสะสมในท้องทะเล
ศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำ กับภารกิจกู้ชีวิตสัตว์ทะเล
นอกเหนือไปจากการเป็นศูนย์สำหรับเรียนรู้ของนิสิตจุฬาฯ และที่ฝึกงานของมหาวิทยาลัยอื่นๆ แล้ว รศ.สพ.ญ.ดร.นันทริกา เล่าว่า “ศูนย์นี้ยังช่วยเหลือสังคมด้วยการให้ความร่วมมือในการดำเนินงานวิจัยกับหน่วยงานต่างๆ รวมไปถึงตรวจและวินิจฉัยโรคและรักษาโรคสัตว์น้ำทุกชนิดทั้งในและนอกสถานที่ ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการแบ่งทีมสัตวแพทย์กันลงพื้นที่เพื่อรักษาสัตว์ทะเลอย่างมากมาย”
ศูนย์นี้ได้ร่วมงานวิจัยด้านนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆ กับคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ เพื่อช่วยอนุรักษ์สัตว์ทะเลให้ดำรงอยู่ต่อไป
“ทางศูนย์ฯ คิดค้นหาวัสดุและออกแบบขาเต่าเทียมที่ชื่อว่า sea wing เพื่อช่วยเต่าทะเลที่พิการขาขาดจากเครื่องมือประมงให้กลับมาว่ายน้ำได้อย่างอิสระเหมือนธรรมชาติมากที่สุด รวมไปถึงการออกแบบ เสื้อชูชีพโลมา สำหรับโลมาที่เจ็บป่วยจนไม่สามารถว่ายขึ้นมาหายใจเหนือผิวน้ำได้ และในขณะนี้กำลังทดลองแรงต้านกระแสน้ำในทะเลของ นวัตปะการัง ที่เป็นการปลูกปะการังแบบใหม่ที่ไม่พียงสวยงามเหมือนปะการังจริง แต่มีพื้นผิวที่เหมาะสมให้ปะการังจริงสามารถมาเกาะเพื่ออาศัยและเจริญเติบโตได้อีกด้วย ซึ่งหากนำมาปลูกในท้องทะเลทั่วไปได้ ก็จะเพิ่มแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ๆ ขึ้นมา ช่วยลดการรบกวนแนวปะการังตามธรรมชาติอีกด้วย”
สถานีวิจัยวิทยาศาสตร์ทางทะเลและศูนย์ฝึกนิสิตเกาะสีชัง กับการสร้างอาชีพ
เพื่อให้องค์ความรู้ด้านการอนุรักษ์ท้องทะเลสมบูรณ์ครบถ้วนในทุกมิติ งานวิจัยเชิงสำรวจก็มีความจำเป็นไม่ยิ่งหย่อนไปกว่างานนวัตกรรม รศ.ดร.อัจฉราภรณ์ กล่าวว่า “สถานีวิจัยมีการออกเรือสำรวจเพื่อเก็บตัวอย่างน้ำ ดิน รวมถึงรวบรวมพันธุ์สัตว์น้ำที่พบบริเวณหมู่เกาะสีชังเพื่อเป็นฐานความรู้ให้กับนักวิจัยรุ่นใหม่ได้นำไปต่อยอด รวมไปถึงการวิจัยเรื่องผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการขนส่งถ่านหินและมันสำปะหลัง เพื่อหวังให้เกาะสีชังเป็นแบบอย่างในการก้าวไปด้วยกันระหว่างการพัฒนาเศรษฐกิจ การท่องเที่ยววิถีชุมชน”
และเพื่อสร้างการเรียนรู้อย่างเป็นระบบและครบวงจร สถานีวิจัยยังเป็นสถานที่ฝึกนิสิตให้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ควบคู่ไปกับการบริการชุมชน “เราเผยแพร่ความรู้ที่มีอยู่ให้กับบุคคลทั่วไป มีพิพิธภัณฑ์ชลทัศนสถาน และส่วนแสดงหรือสาธิตการเพาะเลี้ยงสัตว์เศรษฐกิจ เช่น หอยเป๋าฮื้อไทย ปู ปลากะพง ฯลฯ ให้ประชาชนทั่วไปได้นำวิธีการไปใช้เลี้ยงชีพจริง”
ที่สำคัญคือการช่วยระบบนิเวศทางทะเลจะให้คงความอุดมสมบูรณ์อย่างยั่งยืน “ยกตัวอย่าง ปูม้า สมัยก่อน ชาวประมงมักจะปล่อยแม่ปูที่มีไข่ที่อยู่นอกกระดองทิ้งไป ทำให้ลูกปูม้าตามธรรมชาติลดจำนวนลงอย่างน่าเสียดาย ทางสถานีฯ จึงได้ทดลองเพาะเลี้ยงและอนุบาลลูกปูจากแม่ปูที่มีไข่นอกกระดองให้เติบโตเพียงพอก่อนปล่อยลงสู่ทะเล ซึ่งสามารถเพิ่มอัตราการรอดของลูกปูม้าได้นับล้านๆ ตัวตั้งแต่เริ่มโครงการมา” รศ.ดร.อัจฉราภรณ์ กล่าว
นอกจากชุมชนชนเกาะสีชังแล้ว ทางสถานีฯ ยังได้เผยแพร่องค์ความรู้นี้ให้กับพื้นที่ใกล้เคียง เช่น จังหวัดระยอง ซึ่งโมเดลการอนุรักษ์ปูม้านี้ เป็นหนึ่งในตัวอย่างการทำประมงที่สร้างรายได้ แต่ก็สามารถรักษาสมดุลของระบบนิเวศอย่างยั่งยืนอีกด้วย
เรื่อง : อภิชัย ไทยเกื้อ
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี




.jpg?ip/crop/w350h197/q80/jpg)