
เพราะว่าในหนึ่งปีที่ผ่านมามีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นมากมาย และสำหรับยุคดิจิทัลที่เข้าถึงวัยรุ่นได้ง่ายนั้นคงจะเป็นโซเชียลมีเดียนั่นเอง ที่ไม่ว่าจะมีกระแสอะไร ก็สามารถกระจายข่าวได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งช่องทางนั้นก็คือ แฮชแท็ก นั่นเอง เรามาย้อนดูกันเลยดีกว่าว่า ในปี 2018 ที่ผ่านมานี้ จะมี แฮชแท็กยอดฮิต อะไรกันบ้าง เรามาย้อนดูกันไปพร้อมๆ กันเลย

เป็นดราม่าระดับชาติกันเลยสำหรับวงการศึกษาบ้านเรา เพราะมีการปรับเปลี่ยนระบบสอบเข้ามหาวิทยาลัยใหม่จากแอดมิดชั่น เป็น TCAS หรือย่อมาจาก Thai University Central Admission System ซึ่งที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย หรือ ทปอ. นำมาปรับใช้ปีนี้เป็นปีแรก โดยปัญหาที่เกิดขึ้นคือการกั๊กที่ และเด็กที่มีคะแนนสูงก็ติดหลายคณะ ทำให้ดันคะแนนเกณฑ์ให้สูงขึ้นไปอีก และการรับจำนวนที่จำกัด ทำให้เด็กคะแนนรองลงมากลายเป็นสอบไม่ติดไปเลย ซึ่งช่วงปลายปีทาง ทปอ. ได้สัญญาแล้วว่าระบบในปีนี้จะดีขึ้นตอบโจทย์มากขึ้น ไม่มีดราม่าแน่นอน

ไม่ใช่เป็นแค่วาระแห่งชาติ เพราะนี่คือวาระแห่งโลก สำหรับเรื่องถ้ำหลวงที่ เด็ก ๆ และโค้ชฟุตบอลรวม 13 ชีวิตหายตัวไปในถ้ำ จึงได้มีการออกตามหาและบุกถ้ำกันอย่างเต็มกำลัง ไม่ว่าจะเป็นประเทศไทยหรือจากทางต่างชาติที่เข้ามายื่นมือให้ความช่วยเหลือและสุดท้ายเรื่องราวก็จบลงด้วยดี สามารถช่วยทั้ง 13 ชีวิตให้ออกมาได้อย่างปลอดภัย

โด่งดังไปทั่วโลกเลยจริงๆ กับการโคฟเวอร์ศิลปินเกาหลี BLACKPINK ด้วยเพลง DDU-DU DDU-DU โดยเด็กๆ ชั้นประถมที่งานออกมาเหมือนต้นฉบับแบบสำเนาถูกต้องเลยทีเดียว จนกระแสดี มีผู้เข้าชมและเข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก ซึ่งยอดเข้าชมในตอนนี้ก็ปาเข้าไปมากกว่า 28 ล้านครั้งแล้วด้วย

ใสๆ น่ารักเกินไปก็ดราม่าได้ สำหรับน้อง ไข่มุก BNK48 ที่ได้ไปออกรายการ ดาวินชี เกมถอดรหัส ซึ่งต้องตอบคำถามจากจากภาพปริศนา ซึ่งภาพเจ้าปัญหานั้นก็คอภาพ ภาพกบ ภาพสิ่งของที่มีความใส และภาพไม้ ซึ่งรวมกันเป็นคำว่า กบไสไม้ แต่น้องกลับตอบว่า อ๊บไสไม้ ซึ่งหลังจากรายการได้ออกอากาศไปก็เกิดกระแสดรามา หาว่าน้องแอ๊บแบ๊วรึเปล่า ทำไม่ไม่ใช้คำว่ากบ จนเพื่อนๆ ในวงและคนรู้จักน้องต้องออกมาตอบปัญหานี้ว่า น้องเรียกกบว่าอ๊บจริงๆ เป็นนิสัยตั้งแต่เด็กแล้ว ดังนั้นเลยติดเป็นนิสัยและตอบแบบนั้นไป

เรื่องนี้มาจากละครไทย ซึ่งเป็นกระแสฟีเวอร์อย่างเรื่อง บุพเพสันนิวาส ที่ดูกันทั่วบ้านทั่วเมืองเลยจริงๆ โดยละครไม่เพียงแต่จะมีความสนุกเนื้อหาน่าติดตามเพียงอย่างเดียว แต่ยังสอดแทรกเรื่องราวความเป็นมาและความรู้ของประวัติศาสตร์ชาติไทยได้เป็นอย่างดี จนทำให้เกิดกระแส #ออเจ้า ฟีเวอร์โด่งดังไปทั้งท้องทุ่งพระนครเลยทีเดียว

#เรื่องมันช่างน่าอาย ถือว่าเป็นกระแสสนุกๆ ที่สร้างความฮาและความขำขันให้กับโซเชียลเป็นอย่างมาก เพราะทุกคนก็ต่างเอาเรื่องราวน่าอายหรือเรื่องของบุคคลรอบตัวมาเล่ามาเผาผ่านทางโลกโซเชียล พร้อมติดแฮชแท็ก #เรื่องมันช่างน่าอาย ซึ่งใครที่ติดตามแฮชแท็กนี้บอกเลยว่าต้องขำอารมณ์ดีเหมือนกับดูหนังตลกๆ อยู่เรื่องนึงเลยทีเดียว

เป็นแฮชแท็กที่สร้างความฮาขำขันไม่แพ้กับแท็ก #เรื่องมันช่างน่าอาย เพราะนี่จะเป็นเรื่องเล่าจากชีวิตเด็กมหาวิทยาลัย ที่นำเรื่องราวขำขันที่เกิดขึ้นหรือเคยเกิดขึ้นในสมัยเรียนมาเล่าต่อ กันอย่างสนุกสนานจนกลายเป็นแฮชแท็กที่ได้รับความนิยมไม่แพ้เรื่องอื่นเลยก็ว่าได้

เรียกว่าเป็นดรามาข้ามประเทศกันเลยจริงๆ หลังจากประเทศไทยและกัมพูชา มีข้อพิพาทกันหลังไทยไปยื่นกับยูเนสโกเพื่อที่จะให้โขนไทยเป็นมรดกโลก และดูเหมือนว่าทางยูเนสโกเองก็จะเห็นดีเห็นงามด้วย พี่กัมพูชาก็ออกมาตอบโต้ผ่านแฮชแท็ก #itiscambodiaculture เสียเลยว่าเนี่ย ประเทศไทยขโมยวัฒนธรรมอของประเทศตัวเองไปหมด โขนเป็นของกัมพูชา ไม่ใช่ของประเทศไทย เรียกว่าดรามาไฟลุกกันทีเดียว สุดท้าย องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ได้ประกาศให้ทั้งโขนไทยและโขนกัมพูชาเป็น มรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ (Intangible cultural heritage)

ในปีนี้เสื้อลายฮาวายถือว่าเป็นเทรนด์ที่มาแรงแซงทางโค้งสำหรับวงการแฟชั่นหน้าร้อนกันจริงๆ ที่ทุกคนหันมาใส่เสื้อฮาวายลายสับปะรดกันอย่างพร้อมเพรียงโดยไม่ได้นัดหมายกันเอาไว้ ที่ไม่ว่าจะมองไปทางไหน ก็เจอแต่เสื้อลายนี้เต็มไปหมด จนเป็นที่มาของ #ฉันเกิดในสมัยเสื้อฮาวายลายสับปะรด เจ้ากรรมนี่แหละ

คงไม่มีใครที่จะเป็นที่พุดถึงและร้อนแรงไปกว่า รายการเรียลลิตี้ของ แพร วทานิกา ดีไซเนอร์เจ้าของแบรนด์ VATANIKA ที่มาแรงแซงทางโค้ง ยอดเข้าชมแบบถล่มทลาย แถมยังเกิดประโยคแซบ เรื่องราวฮาๆ ให้เอามาล้อเลียน และทำตามกันอย่างมากมายเต็มโลกโซเชียลอีกด้วย บอกเลยว่าใครไม่รู้จัก แพร วทานิกา ในปีนี้ถือว่าเชยมาก