ม.อ.ค้นพบสัตว์น้ำใหม่ Birdotanais songkhlaensis

ม.อ.ค้นพบสัตว์น้ำใหม่ Birdotanais songkhlaensis

ม.อ.ค้นพบสัตว์น้ำใหม่ Birdotanais songkhlaensis
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

Birdotanais songkhlaensis สัตว์พื้นใต้น้ำสกุลใหม่พบในทะเลสาบสงขลา

ศาสตราจารย์ ดร.เสาวภา อังสุภานิช ภาควิชาวาริชศาสตร์ คณะทรัพยากรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เปิดเผยว่า ในปัจจุบันระบบนิเวศในทะเลสาบสงขลาได้เสื่อมโทรมจากการกระทำของมนุษย์ทั้งโดยการตั้งใจและไม่ตั้งใจ อย่างไรก็ตาม จากการติดตามวิจัยและเก็บตัวอย่างสัตว์พื้นใต้น้ำซึ่งเป็นสัตว์ขนาดเล็ก ที่เป็นตัวเชื่อมโยงห่วงโซ่อาหารของสัตว์น้ำที่เป็นสัตว์เศรษฐกิจ เช่น กุ้ง หอย ปู ปลา พบว่า ยังมีสัตว์พื้นใต้น้ำชนิดใหม่ถูกพบในทะเลสาบสงขลาเพิ่มขึ้น โดยล่าสุดได้พบสัตว์สกุล (genus) ใหม่ ซึ่งได้รับการตั้งชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Birdotanais songkhlaensis ซึ่งเป็นสัตว์ขนาดเล็ก ลำตัวยาวประมาณ 2 มิลลิเมตร อาศัยอยู่ในตะกอนดินโคลนเหนียวในทะเลสาบสงขลาตอนล่างใกล้ปากทะเลสาบ ในความลึก 70 เซนติเมตร ซึ่งในช่วงเวลาที่พบน้ำมีความเค็มประมาณ 30 ส่วนในพัน

Birdotanais songkhlaensis เป็นสัตว์ใน Phylum Arthropoda , Subphylum Crustacea , Order Tanaidacea , Family Nototanaidae ได้ตั้งชื่อวิทยาศาสตร์ในระดับสกุลที่มาจากชื่อผู้เชี่ยวชาญในสาขานี้ คือ Dr.Graham Bird ซึ่งได้ให้ข้อเสนอแนะที่มีประโยชน์ในการจำแนกชนิด ส่วนชื่อในระดับสปีซีส์ ตั้งตามสถานที่ที่พบ คือ ทะเลสาบสงขลา และได้รับการตีพิมพ์แล้วในวารสาร The Raffles Bulletin of Zoology 60 หน้า 421 - 432

คุณค่าของสัตว์พื้นใต้น้ำที่มีอยู่ในทะเลสาบสงขลา นอกจากจะเป็นอาหารของสัตว์น้ำอื่นๆ ที่เป็นอาหารของมนุษย์แล้ว ยังมีประโยชน์อย่างไรต่อระบบนิเวศ โดยช่วยกำจัดตะกอนอินทรีย์ ในตะกอนดินพื้นท้องทะเลสาบ เนื่องจากสัตว์พื้นใต้น้ำส่วนใหญ่เป็นชนิดที่กินตะกอนอินทรีย์เป็นอาหาร เป็นการลดความเน่าเสียในตะกอนดินพื้นทะเลสาบ ช่วยในการแลกเปลี่ยนมวลน้ำใต้ผิวดิน เป็นการเติมอากาศหรือออกซิเจนในตะกอนดินโดยทางอ้อม เนื่องจากส่วนใหญ่เป็นสัตว์ที่ขุดรูเป็นท่ออยู่ในดิน ทำให้น้ำและอากาศไหลสู่ท่อ เกิดการย่อยสลายสารอินทรีย์โดยจุลินทรีย์แบบใช้ออกซิเจน จึงบรรเทาการเกิดก๊าซไข่เน่าซึ่งเป็นพิษต่อสัตว์น้ำ และ ช่วยลดสารแขวนลอยในน้ำ โดยสัตว์พื้นน้ำที่กรองอาหารจากมวลน้ำ ทำให้น้ำใสและแดดส่องไปได้ลึก

"การยืนยันว่าได้มีการพบสัตว์ชนิดใหม่ที่ไม่เคยมีใครบันทึกการค้นพบมาก่อน จะต้องอาศัยความรู้ทางวิชาการและประสบการณ์ในการทำวิจัย ต้องมีความรู้เกี่ยวกับสิ่งที่เรากำลังศึกษา คือสัตว์พื้นใต้น้ำ เมื่อสงสัยว่าจะเป็นสัตว์ชนิดใหม่ เราต้องนำมาดูด้วยกล้องจุลทรรศน์ในภาพรวม เพื่อแยกกลุ่ม ดูหัว ตัว หนวด ปล้องอก ปล้องท้อง ก้าม ขา ปาก และจะต้องติดต่อประสานงานกับนักวิชาการต่างชาติที่เชี่ยวชาญเรื่องนี้ เพื่อปรึกษาหารือว่าเคยมีผู้พบจากแหล่งอื่นหรือไม่ และจะต้องได้รับการนำลงตีพิมพ์ในวารสารวิชาการระดับนานาชาติที่เป็นที่เชื่อถือ" ศาสตราจารย์ ดร.เสาวภา กล่าว

ศาสตราจารย์ ดร.เสาวภา อังสุภานิช ยังกล่าวด้วยว่า เมื่อ 80 ปีมาแล้ว เคยมีนักวิชาการต่างชาติได้พบสัตว์พื้นใต้น้ำชนิดใหม่ชนิดหนึ่งในทะเลสาบสงขลา และปัจจุบันสัตว์ชนิดนั้นก็ยังมีอยู่ แต่ไม่ได้หมายความว่าสภาวะแวดล้อมในทะเลสาบสงขลาจะดีขึ้น เพราะ สัตว์กลุ่มนี้ส่วนใหญ่ทนทานต่อการเปลี่ยนแปลง สามารถปรับตัวได้เร็ว แต่จากการทำวิจัยมาหลายสิบปี โดยทำการเก็บตัวอย่างสัตว์ตั้งแต่ขอบทะเลสาบ และพบว่าใกล้ฝั่งที่กำลังเป็นที่สะสมของขยะและการเน่าเสีย จะมีสัตว์ใต้พื้นน้ำเหลือน้อย แต่จะมีมากขึ้นเมื่อห่างฝั่งออกไป ทะเลสาบสงขลามีข้อดีคือจะมีทั้งน้ำจืด น้ำเค็ม และน้ำกร่อย แล้วแต่พื้นที่และฤดูกาล ทำให้มีการหมุนเวียนชนิดของสัตว์ที่อยู่อาศัยในทะเลสาบ การขาดการดูแลสมบัติตามธรรมชาติและ การพยายามอนุรักษ์ทั้งๆ ที่ไม่มีความเข้าใจธรรมชาติอย่างลึกซึ้งอาจจะทำให้เกิดผลเสียมากกว่าผลดี ดังนั้นควรถึงเวลาชาวบ้านและผู้ประกอบอุตสาหกรรมรอบทะเลสาบ ต้องเสียสละเพื่อทะเลสาบได้แล้ว

จากความรู้และประสบการณ์การวิจัยสัตว์พื้นใต้น้ำในทะเลสาบสงขลา ศาสตราจารย์ ดร.เสาวภา อังสุภานิช ได้รับการสนับสนุนจาก สานักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ให้จัดทำหนังสือความรู้ ตามโครงการวิจัย เรื่อง การเชื่อมโยงระหว่างการศึกษาพรรณสัตว์พื้นใต้น้ำในทะเลสาบสงขลาและการถ่ายทอดความรู้สู่ชุมชนท้องถิ่น เพื่อสะท้อนให้เห็นภาพสถานการณ์ และความเป็นอยู่ของพืชและสัตว์ ในทะเลสาบสงขลา และทำอย่างไรไม่ให้สิ่งมีชีวิตเหล่านั้นสูญหายไปจากทะเลสาบ โดยเนื้อหาเรียบเรียงเป็นภาษาทางวิชาการที่เข้าใจง่าย มีการใช้ศัพท์ทางวิทยาศาสตร์และภาษาอังกฤษบ้างตามความจำเป็น

หนังสือดังกล่าวมี 3 เล่ม ประกอบด้วย "ระบบนิเวศทะเลสาบสงขลา" เป็นหนังสือที่ให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับระบบนิเวศในทะเลสาบสงขลา โดยให้ความสำคัญกับพรรณสัตว์พื้นใต้น้ำเป็นพิเศษ เชื่อมโยงไปสู่กิจกรรมของมนุษย์ที่มีผลต่อการดำรงชีพของสัตว์ต่างๆ แนวทางเศรษฐกิจพอเพียงหล่อเลี้ยงทะเลสาบได้อย่างไร เพื่อเป็นสื่อการสอนที่มีประโยชน์สำหรับโรงเรียนรอบทะเลสาบและพื้นที่อื่นที่สนใจ ส่วนอีก 2 เล่ม คือ "พรรณสัตว์พื้นใต้น้ำกลุ่มหนอนปล้อง:โพลิขีด ในทะเลสาบสงขลา" และ "พรรณสัตว์พื้นใต้น้ำกลุ่มครัสตาเซียน:ออสตราคอต แอมฟิพอด ไอโซพอด ทาไนดาเซียน ในทะเลสาบสงขลา" เป็นหนังสือคู่มือที่อธิบายเทคนิคการวิจัยเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่ายขึ้น ตลอดจนการแพร่กระจายของสัตว์เหล่านั้นในแหล่งที่อยู่ประเภทต่างๆ จึงเป็นประโยชน์ต่อนักศึกษา นักวิจัยรุ่นใหม่ ที่ต้องการเพิ่มประสบการณ์การวิจัย และประชาชนที่สนใจทั่วไป ทั้งนี้ หนังสือดังกล่าวสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ จะได้นำไปตีพิมพ์เผยแพร่ต่อไป

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก : http://www.psu.ac.th/node/4611

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล