ทำไมไม่ควรจอดรถชิดกับแท่งปูนกั้นล้อ พฤติกรรมที่คนมีรถมักมองข้าม

ทำไมไม่ควรจอดรถชิดกับแท่งปูนกั้นล้อ พฤติกรรมที่คนมีรถมักมองข้าม

ทำไมไม่ควรจอดรถชิดกับแท่งปูนกั้นล้อ พฤติกรรมที่คนมีรถมักมองข้าม
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เผย 3 ผลเสียของการจอดรถ "ชนหมอนกั้นล้อ" สนิทเกินไป พฤติกรรมที่คนมีรถมักมองข้าม เสี่ยงช่วงล่างทรุด-กันชนฉีก

เวลาที่เราถอยรถเข้าซองตามห้างสรรพสินค้าหรืออาคารจอดรถเกือบทุกแห่ง สิ่งที่เรามักจะเจอกันเป็นประจำก็คือ "หมอนกั้นล้อ" หรือ Wheel Stopper แท่งปูนยาว ๆ ที่วางไว้ตรงท้ายช่องจราจร เพื่อเป็นหลักหมุดบอกให้ผู้ขับขี่รู้ว่าต้องหยุดรถตรงจุดนี้ ทว่าผู้ขับขี่หลายคนมักติดนิสัยชอบปล่อยให้ล้อรถไหลไปกระแทก หรือจอดเบียดแช่จนล้อสนิทติดกับหมอนกั้น เพราะคิดว่าปลอดภัยที่สุด ในความเป็นจริงแล้ว พฤติกรรมการจอดลักษณะนี้อาจนำความเสียหายมาสู่รถคู่ใจของคุณโดยไม่รู้ตัว วันนี้เราจะพาไปเจาะลึก 3 เหตุผลสำคัญกันว่า ทำไมเราถึงไม่ควรปล่อยให้ล้อแตะหรือกระแทกกับหมอนกั้นล้อ

1. เสี่ยงใต้กันชนครูด-สเกิร์ตหน้าเผยอ

ความสูงของหมอนกั้นล้อในแต่ละสถานที่นั้นไม่ได้มีมาตรฐานเท่ากันเสมอไป บางแห่งเป็นแท่งยางเตี้ย ๆ แต่บางแห่งกลับเป็นแท่งปูนหนาและสูงมาก หากคุณขับรถที่มีใต้ท้องต่ำ รถแต่งซิ่ง หรือรถยนต์ทั่วไปที่ติดตั้งชุดแต่งสเกิร์ตเพิ่ม แล้วติดนิสัยต้องถอยหรือเดินหน้าจนล้อแตะหมอนกั้นล้อทุกครั้ง แผ่นกันชนล่างหรือสเกิร์ตของคุณจะพุ่งไปเกยและบดขยี้กับแท่งปูนก่อนที่ล้อจะแตะถึงด้วยซ้ำ ซึ่งอาจทำให้เกิดรอยขูดขีดรุนแรง หรือร้ายแรงถึงขั้นดึงให้กันชนบิดเบี้ยวและหลุดเผยอออกมาได้เลยค่ะ

2. ท้ายรถยาวเกินไป อาจเสยกำแพงก่อนล้อแตะ

สำหรับผู้ที่ขับขี่รถยนต์ขนาดใหญ่ เช่น รถกระบะยกสูง รถตู้ หรือรถ SUV คันโตที่มีช่วงท้ายรถ (Overhang) ยื่นยาวกว่ารถเก๋งทั่วไป การรอให้ล้อกระทบหมอนกั้นล้อเพียงอย่างเดียวถือเป็นเรื่องที่อันตรายมาก เพราะโครงสร้างตัวถังด้านท้ายรถของคุณอาจจะถอยไปกระแทกเข้ากับกำแพง เสาอาคาร หรือรถที่จอดอยู่ด้านหลังก่อนที่ตัวล้อจะไหลไปถึงหมอนกั้นปูน ดังนั้น ทุกครั้งที่ถอยจอดจึงจำเป็นต้องสังเกตกล้องมองหลังและฟังเสียงสัญญาณเซ็นเซอร์เตือนระยะควบคู่ไปด้วยเสมอเพื่อความปลอดภัย

3. ระบบช่วงล่างพังไว บูช-ปีกนกเสื่อมสภาพ

ทุกครั้งที่คุณถอยรถกระแทกกับแท่งปูนอย่างรุนแรงซ้ำ ๆ หรือจอดรถแช่ในลักษณะที่หน้ายางเบียดคาอยู่กับหมอนกั้น แรงกดและแรงสะท้อนเหล่านั้นจะถูกส่งต่อไปยังชิ้นส่วนระบบช่วงล่างของรถยนต์โดยตรง โดยเฉพาะพวก บูชยาง, ลูกหมาก และปีกนก ที่ต้องรับแรงบิดและแรงเค้นสะสมมากกว่าปกติ ซึ่งจะส่งผลให้ชิ้นส่วนเหล่านี้เสื่อมสภาพและฉีกขาดเร็วกว่ากำหนด ทำให้ประสิทธิภาพในการควบคุมรถลดลง สัมผัสถึงความกระด้าง และอาจมีเสียงดังน่ารำคาญใจตามมาเวลาที่ขับผ่านทางขรุขระ

สรุปเทคนิคการจอดรถที่ถูกต้อง ระยะจอดรถที่เซฟและปลอดภัยที่สุด คือการถอยรถให้ "เหลือช่องว่างระหว่างหน้ายางกับหมอนกั้นล้อประมาณ 5 - 10 เซนติเมตร" (พอให้ล้อพ้นแต่ไม่ชนสนิท) วิธีนี้จะช่วยถนอมระบบช่วงล่าง ปกป้องชุดแต่งรอบคัน และป้องกันเหตุการณ์ท้ายรถชนสิ่งกีดขวางได้อย่างดีที่สุด

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล