
Volkswagen อาจปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ ลดงานสูงสุด 100,000 ตำแหน่ง ปิดโรงงานเยอรมนี 4 แห่ง
Volkswagen Group หนึ่งในกลุ่มบริษัทรถยนต์รายใหญ่ที่สุดของโลก กำลังเผชิญช่วงเวลาท้าทายครั้งสำคัญ หลังมีรายงานว่าบริษัทกำลังพิจารณาแผนปรับโครงสร้างขนาดใหญ่ ที่อาจกระทบพนักงานทั่วโลกสูงสุดถึง 100,000 ตำแหน่ง รวมถึงความเป็นไปได้ในการปิดโรงงานในเยอรมนีหลายแห่ง
แผนดังกล่าวยังไม่ได้รับการอนุมัติอย่างเป็นทางการ แต่หากเกิดขึ้นจริง อาจถือเป็นหนึ่งในความเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ที่สุดของ Volkswagen ในรอบหลายทศวรรษ และสะท้อนแรงกดดันที่ผู้ผลิตรถยนต์ยุโรปกำลังเจอ ทั้งจากต้นทุนสูง ความต้องการรถในยุโรปที่ชะลอตัว การแข่งขันจากแบรนด์จีน และภาษีนำเข้าจากสหรัฐฯ

Volkswagen อาจลดพนักงานทั่วโลกสูงสุด 100,000 ตำแหน่ง
รายงานจากต่างประเทศระบุว่า Volkswagen Group กำลังพิจารณาแผนลดพนักงานครั้งใหญ่ ซึ่งอาจแตะระดับสูงสุดถึง 100,000 ตำแหน่งทั่วโลก หรือราว 1 ใน 6 ของจำนวนพนักงานทั้งหมดของบริษัท
ตัวเลขนี้มากกว่าข้อตกลงเดิมที่ Volkswagen เคยวางแผนลดพนักงานในเยอรมนีราว 50,000 ตำแหน่งภายในปี 2030 ทำให้แผนใหม่ถูกจับตามองอย่างมาก เพราะอาจสะท้อนว่าบริษัทต้องการเร่งลดต้นทุนให้เร็วและแรงกว่าเดิม
โรงงานในเยอรมนี 4 แห่งอาจถูกปิด
นอกจากการลดพนักงานแล้ว รายงานยังระบุว่า Volkswagen อาจพิจารณาปิดโรงงานในเยอรมนีสูงสุด 4 แห่ง ได้แก่ โรงงานในเมือง Hanover, Zwickau, Emden และโรงงานของ Audi ในเมือง Neckarsulm
โรงงานเหล่านี้ล้วนมีความสำคัญต่อเครือข่ายการผลิตในเยอรมนี โดยเฉพาะ Zwickau และ Emden ที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์ไฟฟ้าในช่วงที่ผ่านมา หากมีการปิดหรือปรับบทบาทจริง จะสะท้อนว่าตลาด EV ในยุโรปอาจไม่ได้เติบโตเร็วพอให้โรงงานเดิมทำงานเต็มกำลังได้ตามที่คาดไว้

อาจแยกธุรกิจแบรนด์ Volkswagen
อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ Volkswagen Group อาจพิจารณาเปลี่ยนโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ ไม่ใช่แค่ลดคนหรือปิดโรงงาน แต่รวมถึงความเป็นไปได้ในการแยกธุรกิจแบรนด์ Volkswagen หลัก และธุรกิจชิ้นส่วนออกมาเป็นหน่วยงานที่ชัดเจนขึ้น
แนวคิดนี้อาจช่วยให้แต่ละธุรกิจบริหารต้นทุนได้ตรงจุดกว่าเดิม เพิ่มความคล่องตัวในการตัดสินใจ และทำให้กลุ่มบริษัทที่มีแบรนด์จำนวนมาก เช่น Volkswagen, Audi, Porsche, Skoda, Seat/Cupra, Lamborghini และ Bentley มีโครงสร้างที่เบาลงกว่าเดิม
ทำไม Volkswagen ต้องปรับโครงสร้างอีกครั้ง
สาเหตุหลักมาจากแรงกดดันหลายด้านที่เกิดขึ้นพร้อมกัน โดยเฉพาะการแข่งขันในตลาดโลกที่เปลี่ยนเร็วมากกว่าที่เคย
- การแข่งขันจากรถจีน: แบรนด์จีนอย่าง BYD, SAIC, Chery และผู้ผลิต EV รายอื่น ๆ เติบโตเร็วทั้งในจีนและยุโรป
- ยอดขายในจีนถูกกดดัน: Volkswagen เคยเป็นหนึ่งในเจ้าตลาดจีน แต่ปัจจุบันถูกท้าทายอย่างหนักจากแบรนด์ท้องถิ่น
- ต้นทุนการผลิตในยุโรปสูง: โรงงานในเยอรมนีมีต้นทุนแรงงานและต้นทุนพลังงานสูงกว่าในหลายภูมิภาค
- EV โตไม่เร็วตามคาด: ความต้องการรถยนต์ไฟฟ้าในยุโรปบางช่วงชะลอตัว ทำให้กำลังการผลิตบางส่วนเหลือเกินความต้องการ
- ภาษีนำเข้าสหรัฐฯ: กำแพงการค้ากระทบต้นทุนและแผนธุรกิจของผู้ผลิตรถยนต์ยุโรป

กำลังการผลิตอาจมากเกินตลาดต้องการ
ก่อนหน้านี้ Volkswagen เคยวางโครงสร้างโรงงานขนาดใหญ่เพื่อรองรับตลาดยุโรปและการเปลี่ยนผ่านสู่รถยนต์ไฟฟ้า แต่เมื่อความต้องการรถใหม่ไม่ได้เติบโตเร็วเท่าที่คาด กำลังการผลิตในบางโรงงานจึงอาจมากเกินไป
และ Volkswagen เคยมีแผนลดกำลังการผลิตในเยอรมนีลงหลายแสนคันต่อปีภายในปี 2030 และแผนล่าสุดอาจเป็นการเร่งให้บริษัทลดขนาดโครงสร้างให้สอดคล้องกับตลาดจริงมากขึ้น
สหภาพแรงงานเตรียมต้านหนัก
แผนลดงานและปิดโรงงานในเยอรมนีไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะ Volkswagen มีสหภาพแรงงานที่แข็งแกร่ง และรัฐ Lower Saxony ยังถือหุ้นสำคัญในบริษัท ทำให้การตัดสินใจใด ๆ ที่กระทบแรงงานเยอรมันมีแรงต้านทางการเมืองและสังคมสูงมาก
รายงานระบุว่าสหภาพแรงงานเตรียมคัดค้านอย่างหนัก หากบริษัทเดินหน้าแผนลดพนักงานและปิดโรงงานเพิ่มเติม เพราะมองว่าเป็นการผลักภาระจากปัญหาการบริหารและการแข่งขันไปยังพนักงาน
นี่อาจเป็นการยกเครื่องครั้งใหญ่ที่สุดของ VW ยุคใหม่
แม้ Volkswagen จะปรับลดต้นทุนต่อเนื่องมาหลายปี แต่แผนล่าสุดถือว่ามีขนาดใหญ่กว่ามาตรการก่อนหน้าอย่างชัดเจน เพราะไม่ได้จำกัดอยู่แค่การลดตำแหน่งงานแบบสมัครใจ หรือปรับค่าใช้จ่ายบางส่วนเท่านั้น แต่แตะถึงโครงสร้างโรงงาน แบรนด์ และการจัดองค์กรทั้งกลุ่ม
หากเปรียบเทียบกับอุตสาหกรรมรถยนต์ระดับโลก แผนนี้อาจมีขนาดใกล้เคียงกับการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ของค่ายรถอเมริกันในอดีต ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงที่ตลาดเปลี่ยนแรงและบริษัทต้องลดต้นทุนเพื่ออยู่รอด
Volkswagen ไม่ได้เจอปัญหาเพียงรายเดียว
สิ่งที่เกิดขึ้นกับ Volkswagen สะท้อนภาพรวมของอุตสาหกรรมรถยนต์ยุโรปที่กำลังเผชิญแรงกดดันหนักขึ้น ไม่ว่าจะเป็นต้นทุนการผลิต กฎระเบียบสิ่งแวดล้อม การลงทุนรถ EV และการแข่งขันจากผู้ผลิตจีนที่ทำราคาดุเดือดกว่าเดิม
ผู้ผลิตรถยนต์ยุโรปหลายรายกำลังต้องปรับกลยุทธ์ใหม่ ทั้งการลดต้นทุน การใช้แพลตฟอร์มร่วมกันมากขึ้น ลดจำนวนรุ่นย่อย และเร่งพัฒนาซอฟต์แวร์กับแบตเตอรี่ เพื่อให้แข่งขันกับรถจีนและ Tesla ได้ดีขึ้น
อย่างไรก็ตาม แผนลดพนักงาน 100,000 ตำแหน่งและปิดโรงงาน 4 แห่งยังอยู่ในขั้นพิจารณา ไม่ใช่ประกาศอย่างเป็นทางการจาก Volkswagen Group ในตอนนี้ โดยคาดว่าจะมีการนำเสนอต่อคณะกรรมการกำกับดูแลของบริษัทในวันที่ 9 กรกฎาคมนี้
ดังนั้น รายละเอียดจริงอาจเปลี่ยนแปลงได้ ทั้งจำนวนพนักงานที่ได้รับผลกระทบ รายชื่อโรงงานที่เกี่ยวข้อง และรูปแบบการปรับโครงสร้างองค์กร ของรถยนต์ดังค่ายนี้กันต่อไป
ขอขอบคุณ
ข้อมูล :CarScoops