รถกระบะไทยไปญี่ปุ่น! Isuzu D-MAX VCROSS ถูกนำเข้าแบบ Grey Market!

Isuzu D-MAX รถกระบะยอดนิยมที่คนไทยคุ้นเคย กำลังกลายเป็นรถนำเข้าราคาสูงในญี่ปุ่น หลังมีรายงานว่าบริษัท Advance Design Technology เตรียมนำเข้า Isuzu D-MAX VCROSS 3.0 ดีเซลเทอร์โบ จากประเทศไทยไปจำหน่ายในญี่ปุ่นแบบคู่ขนาน หรือคนไทยคุ้นกันดีคือ เกร์ยมาร์เก็ต เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2026 เป็นต้นไป ประเด็นที่น่าสนใจคือ D-MAX รุ่นดังกล่าวเป็นรถที่ผลิตในไทย แต่เมื่อนำไปขายในญี่ปุ่นแบบ Parallel Import หรือการนำเข้าคู่ขนาน จะมีราคาจำหน่ายสูงถึง 10 ล้านเยน แบบไม่รวมภาษี ซึ่งถือว่าเป็นระดับราคาที่สะท้อนความเฉพาะกลุ่มของรถกระบะรุ่นนี้ในตลาดญี่ปุ่น
D-MAX ไทย ที่คนญี่ปุ่นทำไมถึงอยากได้?
แม้ Isuzu จะเป็นแบรนด์ญี่ปุ่น แต่ตลาดรถกระบะในญี่ปุ่นมีความแตกต่างจากไทยอย่างชัดเจน เพราะรถกระบะขนาดกลางแบบ D-MAX ไม่ได้เป็นรถตลาดหลักในญี่ปุ่นเหมือนบ้านเรา
รายงานจากญี่ปุ่นระบุว่า เหตุผลที่ Advance Design Technology ตัดสินใจนำเข้า D-MAX มาจำหน่าย เป็นเพราะตลาดรถกระบะยังมีความนิยมในกลุ่มผู้ใช้เฉพาะทาง ขณะที่ Isuzu D-MAX ไม่ได้หาซื้อได้ง่ายในญี่ปุ่นเหมือนในบางประเทศ ทำให้เกิดช่องว่างสำหรับการนำเข้าคู่ขนาน
พูดง่าย ๆ คือ ในไทย D-MAX เป็นรถกระบะที่พบได้ทั่วไป แต่ในญี่ปุ่น D-MAX กลายเป็นรถเฉพาะกลุ่มที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ และมีราคาสูงกว่าที่หลายคนคาดไว้มาก
รุ่นแรกที่นำเข้าเป็น D-MAX VCROSS 3.0 ดีเซลเทอร์โบ
รถล็อตแรกที่จะถูกนำเข้าไปจำหน่ายในญี่ปุ่นคือ Isuzu D-MAX VCROSS 3.0 Diesel Turbo รุ่นปี 2026 ซึ่งเป็นรุ่นที่เน้นความพรีเมียมและความสามารถในการใช้งานแบบออฟโรดมากขึ้น
รุ่นนี้ถูกวางภาพลักษณ์เป็นกระบะพรีเมียมยุคใหม่ มีทั้งสมรรถนะจากเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ และอุปกรณ์ความปลอดภัยกับความสะดวกสบายที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง
ขุมพลังที่เลือกเข้าไป
Isuzu D-MAX VCROSS รุ่นที่นำเข้าไปญี่ปุ่นใช้เครื่องยนต์รหัส 4JJ3-TCX E5 แบบดีเซลเทอร์โบ 4 สูบ DOHC ความจุ 2,999 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 190 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 450 นิวตัน-เมตร
ระบบส่งกำลังเป็นเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ ทำงานร่วมกับระบบขับเคลื่อน 4WD หรือขับเคลื่อนสี่ล้อ เหมาะกับผู้ใช้ที่ต้องการรถกระบะสำหรับเดินทางไกล ใช้งานกลางแจ้ง หรือขับในเส้นทางที่หลากหลายกว่ารถยนต์ทั่วไป
| รายการ | รายละเอียด |
|---|---|
| รุ่นที่นำเข้า | Isuzu D-MAX VCROSS 3.0 Diesel Turbo |
| ประเทศผลิต | ประเทศไทย |
| เครื่องยนต์ | 4JJ3-TCX E5 ดีเซลเทอร์โบ 4 สูบ DOHC |
| ความจุเครื่องยนต์ | 2,999 ซีซี |
| กำลังสูงสุด | 190 แรงม้า |
| แรงบิดสูงสุด | 450 นิวตัน-เมตร |
| ระบบส่งกำลัง | เกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ |
| ระบบขับเคลื่อน | 4WD |
| น้ำหนักบรรทุกสูงสุด | 700 กิโลกรัม |
อุปกรณ์จัดเต็ม ทั้ง ADAS, LED และจอขนาดใหญ่
นอกจากขุมพลัง 3.0 ลิตรแล้ว D-MAX VCROSS รุ่นที่นำเข้าไปญี่ปุ่นยังมาพร้อมอุปกรณ์ยุคใหม่หลายรายการ ทั้งระบบควบคุมการยึดเกาะถนนแบบอิเล็กทรอนิกส์ และระบบความปลอดภัยขั้นสูง ADAS
ด้านดีไซน์มีการตกแต่งในสไตล์ดุดัน เช่น กระจังหน้าแบบ Blackout, ชุดไฟ LED, หน้าจอแสดงผลขนาดใหญ่, เบาะนั่งพรีเมียม และฟีเจอร์เชื่อมต่อ Smart Connect เพื่อยกระดับจากกระบะใช้งานทั่วไปให้มีภาพลักษณ์แบบกระบะพรีเมียมมากขึ้น
ราคา 10 ล้านเยน ไม่รวมภาษี ทำไมถึงแพง?
ราคาที่ระบุในญี่ปุ่นอยู่ที่ 10 ล้านเยนแบบไม่รวมภาษี โดยราคานี้รวมถึงค่าเตรียมรถจนถึงขั้นตอนตรวจสภาพเบื้องต้น หรือ Preliminary Vehicle Inspection แล้ว
สาเหตุที่ราคาสูงกว่าที่คุ้นเคยในไทยมาก มาจากหลายปัจจัย ทั้งการนำเข้าคู่ขนาน ต้นทุนขนส่ง ขั้นตอนตรวจสอบและปรับให้เหมาะกับกฎระเบียบของญี่ปุ่น รวมถึงจำนวนรถที่อาจไม่ได้มีมากเหมือนการจำหน่ายผ่านช่องทางปกติของผู้ผลิต
ดังนั้น แม้รถจะผลิตในไทย แต่เมื่อถูกนำไปขายในญี่ปุ่นแบบนำเข้าคู่ขนาน D-MAX จึงไม่ได้อยู่ในสถานะรถกระบะราคาคุ้มเหมือนในบ้านเรา แต่กลายเป็นรถเฉพาะกลุ่มสำหรับผู้ที่ต้องการกระบะ 4WD ดีเซลจากไทยโดยเฉพาะ
ระยะส่งมอบประมาณ 3 เดือน
สำหรับผู้ซื้อในญี่ปุ่น รายงานระบุว่าระยะเวลาส่งมอบอยู่ที่ประมาณ 3 เดือน ซึ่งถือว่าสอดคล้องกับลักษณะของรถนำเข้าคู่ขนาน ที่ต้องมีขั้นตอนนำเข้า ตรวจสอบ และเตรียมความพร้อมก่อนส่งมอบให้ลูกค้า
D-MAX ในญี่ปุ่นอาจจับกลุ่มไหน?
แม้ตลาดญี่ปุ่นจะไม่ได้เป็นตลาดรถกระบะขนาดใหญ่เหมือนไทย ออสเตรเลีย หรือตะวันออกกลาง แต่ยังมีกลุ่มผู้ใช้ที่ต้องการรถกระบะ 4WD สำหรับกิจกรรมกลางแจ้ง งานเฉพาะทาง แคมป์ปิ้ง เดินทางไกล หรือการใช้งานในพื้นที่ที่ต้องการความแข็งแรง
ด้วยบุคลิกของ D-MAX VCROSS ที่มีทั้งระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ เครื่องยนต์ดีเซลแรงบิดสูง และหน้าตาที่ดุดัน จึงอาจตอบโจทย์ผู้ใช้ญี่ปุ่นที่ต้องการรถกระบะที่แตกต่างจาก SUV หรือรถยนต์นั่งทั่วไป
ดังนั้นการที่ Isuzu D-MAX VCROSS 3.0 ดีเซลเทอร์โบ ผลิตจากประเทศไทย เตรียมถูกนำเข้าไปจำหน่ายในญี่ปุ่นแบบคู่ขนานตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2026 ถือเป็นข่าวที่น่าสนใจไม่น้อย เพราะสะท้อนทั้งศักยภาพฐานการผลิตรถกระบะของไทย และความต้องการรถกระบะเฉพาะกลุ่มในญี่ปุ่น
สำหรับคนไทย ข่าวนี้อาจเป็นอีกมุมที่น่าภูมิใจว่า รถกระบะที่ผลิตในบ้านเรา ไม่ได้มีความสำคัญแค่ในตลาดไทย แต่ยังเป็นสินค้าที่มีผู้ต้องการในตลาดต่างประเทศ แม้แต่ในญี่ปุ่นเองก็ตาม
อัลบั้มภาพ 7 ภาพ
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี







