เปิดตัว Honda City ใหม่ 2026 ปรับลุคสปอร์ต เพิ่มรุ่น e:HEV V ออฟชั่นเต็ม ถูกลงกว่าเดิม

Honda City ใหม่ เปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทย พร้อมการปรับโฉมครั้งสำคัญของซิตี้คาร์เจเนอเรชันที่ 5 ภายใต้คอนเซปต์ QUAKE ‘EM UP! สั่นทุกสตรีท โดยรอบนี้ Honda ยังคงทำตลาดทั้งตัวถัง ซีดาน และ แฮทช์แบ็ก พร้อมเพิ่มทางเลือกใหม่ในรุ่นไฮบริด e:HEV ให้เข้าถึงง่ายขึ้นกว่าเดิม
สำหรับ Honda City ใหม่ มีให้เลือกทั้งรุ่นขุมพลัง VTEC TURBO และ ฟูลไฮบริด e:HEV โดยแต่ละตัวถังมีให้เลือก 4 รุ่นย่อย ได้แก่ e:HEV RS, e:HEV SV, e:HEV V และ S ซึ่งถือเป็นการจัดไลน์อัปใหม่ให้ครอบคลุมตั้งแต่ผู้ใช้ที่ต้องการความคุ้มค่า ไปจนถึงคนที่อยากได้ดีไซน์สปอร์ตและฟีเจอร์ครบ
ดีไซน์ใหม่ Honda City 2026 เปลี่ยนอะไรบ้าง?

จุดที่เห็นได้ชัดใน Honda City ใหม่ คือการปรับดีไซน์ภายนอกให้ดูสปอร์ตและทันสมัยขึ้น โดย Honda ใช้แนวคิด STRIKE AT FIRST SIGHT หรือดีไซน์ที่ต้องสะกดสายตาตั้งแต่แรกเห็น
รอบนี้ Honda City ใหม่ ทั้งซีดานและแฮทช์แบ็ก ได้รับการปรับหน้าตาใหม่ในหลายจุด เริ่มจาก กระจังหน้าดีไซน์ใหม่ในทุกรุ่นย่อย รวมถึงการเพิ่มไฟหน้า LED เป็นอุปกรณ์มาตรฐานทุกรุ่น ทำให้รุ่นเริ่มต้นดูทันสมัยขึ้นกว่าเดิม

ดีไซน์ภายนอกที่เปลี่ยนใหม่
- กระจังหน้าดีไซน์ใหม่ในทุกรุ่นย่อย
- ไฟหน้าแบบ LED เป็นอุปกรณ์มาตรฐานทุกรุ่น
- ไฟหน้า Connecting Light แบบ LED ดีไซน์เต็มความกว้างตัวรถ ตั้งแต่รุ่น e:HEV SV ขึ้นไป
- ไฟท้าย LED แบบใส Clear lens ตั้งแต่รุ่น e:HEV SV ขึ้นไป
- โลโก้ H Mark ดีไซน์แบบ 2 มิติใหม่
- รุ่น e:HEV RS ได้ชุดแต่งสไตล์ RS รอบคัน ทั้งกันชนหน้า กันชนหลัง สเกิร์ตข้าง และสปอยเลอร์หลัง
- ล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ โดยรุ่น e:HEV RS ได้ล้ออัลลอย 16 นิ้ว แบบทูโทน Diamond cut สีดำ Berlina Black และ Dark Clear

รุ่นที่โดดเด่นที่สุดด้านดีไซน์ยังคงเป็น e:HEV RS ที่มาในแนวสปอร์ตเต็มขั้น ทั้งกระจังหน้าสีดำเงา ชุดแต่งรอบคัน ล้ออัลลอยทูโทน และรายละเอียดตกแต่งสีดำ เช่น คิ้วฝากระโปรงท้ายและมือจับประตูด้านนอก
สีตัวถังใหม่ เพิ่มแดง Blazing Red Pearl และเทา Urban Gray Pearl

Honda City ใหม่ มีสีภายนอกให้เลือกทั้งหมด 7 สี โดยมีสีใหม่เข้ามาเสริมความสดและสปอร์ตมากขึ้น ได้แก่ สีแดง Blazing Red Pearl และ สีเทา Urban Gray Pearl สำหรับรุ่น e:HEV RS
- ใหม่! สีแดง Blazing Red Pearl เฉพาะรุ่น e:HEV RS
- ใหม่! สีเทา Urban Gray Pearl เฉพาะรุ่น e:HEV RS
- พิเศษสำหรับ City Hatchback e:HEV RS สีเทา Urban Gray Pearl พร้อมหลังคาสีดำแบบทูโทน
- สีขาว Platinum White Pearl เฉพาะรุ่น e:HEV RS และ e:HEV SV
- สีน้ำเงิน Brilliant Sporty Blue Metallic เฉพาะรุ่น e:HEV SV และ e:HEV V
- สีเทา Meteoroid Gray Metallic
- สีดำ Crystal Black Pearl
- สีขาว Taffeta White เฉพาะรุ่น e:HEV V และ S
ภายในห้องโดยสารเป็นโทนสีดำเป็นหลัก และมีทางเลือกใหม่ ภายในสีเทา Platinum เฉพาะ Honda City Sedan รุ่น e:HEV SV โดยจับคู่ได้กับสีตัวถัง Meteoroid Gray Metallic หรือ Crystal Black Pearl เท่านั้น
.jpg?ip/resize/w728/q80/jpg)
ฟีเจอร์ใหม่ Honda City ใหม่ มีอะไรเพิ่ม?
นอกจากดีไซน์ที่เปลี่ยนไปแล้ว Honda City ใหม่ ยังอัปเกรดฟีเจอร์ภายในและเทคโนโลยีการใช้งานให้ครบขึ้น โดยเฉพาะรุ่น e:HEV SV และ e:HEV RS ที่ได้รับอุปกรณ์ใหม่หลายรายการ
หน้าจอใหม่ 10 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto ไร้สาย
รุ่น e:HEV SV และ e:HEV RS มาพร้อมระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสแบบ Advanced Touch ขนาด 10 นิ้ว ดีไซน์ใหม่ รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย ซึ่งถือเป็นฟีเจอร์ที่ตอบโจทย์การใช้งานของคนเมืองยุคนี้มากขึ้น
ส่วนรุ่น e:HEV V และ S ยังได้หน้าจอสัมผัส Advanced Touch ขนาด 8 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สายเช่นกัน
กล้องมองภาพรอบทิศทาง MVCS
อีกฟีเจอร์ใหม่ที่น่าสนใจคือ ระบบกล้องมองภาพรอบทิศทาง Multi-View Camera System หรือ MVCS ที่ติดตั้งมาให้ตั้งแต่รุ่น e:HEV SV ขึ้นไป ช่วยให้การจอดรถหรือขับในพื้นที่แคบทำได้ง่ายและมั่นใจมากขึ้น
_batch.jpg?ip/resize/w728/q80/jpg)
Wireless Charger และกระจกตัดแสงอัตโนมัติในรุ่น RS
รุ่น e:HEV RS ได้อุปกรณ์เพิ่มเติมที่ช่วยยกระดับความพรีเมียม เช่น แท่นชาร์จไร้สายบริเวณคอนโซลกลาง พร้อมช่องเก็บของอเนกประสงค์ และ กระจกมองหลังแบบตัดแสงอัตโนมัติ
ไฟ Ambient Light ในห้องโดยสาร
Honda City ใหม่ เพิ่มไฟสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสารตั้งแต่รุ่น e:HEV SV ขึ้นไป โดยรุ่น e:HEV RS ใช้ไฟสีแดง ส่วนรุ่น e:HEV SV ใช้ไฟสีน้ำเงิน ช่วยเพิ่มอารมณ์สปอร์ตและความพรีเมียมในห้องโดยสาร
_batch.jpg?ip/resize/w728/q80/jpg)
Honda City Hatchback กับเบาะพับได้
สำหรับรุ่นแฮทช์แบ็ก ยังคงจุดขายเรื่องพื้นที่ใช้งานอเนกประสงค์ด้วยเบาะ Ultra Seat แยกพับ 60:40 สามารถปรับเปลี่ยนพื้นที่ได้ 4 รูปแบบ เหมาะกับคนที่ต้องการรถเล็กแต่ใช้งานได้หลากหลาย
- Utility Mode: พับเบาะหลังทั้ง 2 ฝั่ง เพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บของด้านหลัง
- Long Mode: พับเบาะหน้าและหลัง เพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บของแนวยาว
- Tall Mode: พับเบาะหลังขึ้น เพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บของแนวสูง
- Refresh Mode: พับเบาะหน้าเชื่อมกับเบาะหลัง เพื่อสร้างพื้นที่พักผ่อน
Honda SENSING ยังให้ครบ พร้อมระบบช่วยขับขี่ใหม่
ด้านความปลอดภัย Honda City ใหม่ มาพร้อมเทคโนโลยี Honda SENSING พร้อมฟังก์ชันหลัก 6 รายการ ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่ทั้งในเมืองและเดินทางไกล
- ระบบเตือนการชนพร้อมระบบช่วยเบรก CMBS
- ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ LKAS
- ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ RDM with LDW
- ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ AHB
- ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน ACC
- ระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ LCDN
สำหรับรุ่น e:HEV RS, e:HEV SV และ e:HEV V จะได้ระบบ ACC พร้อม Low-Speed Follow, ระบบเบรกมือไฟฟ้า, Auto Brake Hold, Remote Engine Start และ Walk Away Auto Lock
ส่วนรุ่น e:HEV RS ยังมี Honda LaneWatch หรือระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลนมาให้ด้วย
สเปก Honda City ใหม่ แยกตามรุ่นย่อย
Honda City e:HEV RS
- รุ่นท็อปของไลน์อัป e:HEV เน้นดีไซน์สปอร์ตและฟังก์ชันครบ
- ขุมพลังฟูลไฮบริด e:HEV เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว
- กระจังหน้าสีดำเงา พร้อมกันชนหน้า กันชนหลัง สเกิร์ตข้าง และสปอยเลอร์หลังสไตล์ RS
- ไฟหน้า LED พร้อมไฟหน้า Connecting Light แบบ LED เต็มความกว้างตัวรถ
- ไฟท้าย LED แบบใส Clear lens
- ล้ออัลลอย 16 นิ้ว ทูโทน Diamond cut สีดำ Berlina Black และ Dark Clear
- ภายในสีดำ เบาะหนังแท้และหนังสังเคราะห์ เดินด้ายสีแดง
- ไฟสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสารสีแดง
- หน้าจอ Advanced Touch ขนาด 10 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย
- ระบบกล้องรอบคัน MVCS
- Wireless Charger
- กระจกมองหลังตัดแสงอัตโนมัติ
- Honda LaneWatch
Honda City e:HEV SV
- รุ่นกลางสายไฮบริด เน้นความครบและคุ้มค่าสำหรับใช้งานทุกวัน
- ขุมพลังฟูลไฮบริด e:HEV เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว
- กระจังหน้าดีไซน์ใหม่สีดำ
- ไฟหน้า LED พร้อมไฟหน้า Connecting Light แบบ LED เต็มความกว้างตัวรถ
- ไฟท้าย LED แบบใส Clear lens
- ล้ออัลลอย 16 นิ้ว ทูโทน Diamond cut สีเทาอ่อนปัดเงา
- ภายในสีดำ และมีทางเลือกภายในสีเทา Platinum เฉพาะรุ่นซีดาน
- ไฟสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสารสีน้ำเงิน
- หน้าจอ Advanced Touch ขนาด 10 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย
- ระบบกล้องรอบคัน MVCS
- ระบบเบรกมือไฟฟ้า และ Auto Brake Hold
- Remote Engine Start และ Walk Away Auto Lock
Honda City e:HEV V
- ใหม่! รุ่นเริ่มต้นไฮบริด เพิ่มทางเลือกให้เป็นเจ้าของ e:HEV ได้ง่ายขึ้น
- ขุมพลังฟูลไฮบริด e:HEV เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว
- กระจังหน้าดีไซน์ใหม่สีดำ
- กันชนหน้าดีไซน์ใหม่ และกันชนหน้า-หลังดีไซน์ใหม่ในรุ่นซีดาน
- ไฟหน้า LED
- ล้ออัลลอย 16 นิ้ว ทูโทน Diamond cut สีเทา
- หน้าจอ Advanced Touch ขนาด 8 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย
- มาตรวัดพร้อมจอ TFT ขนาด 7 นิ้ว
- Walk Away Auto Lock
- ระบบเบรกมือไฟฟ้า และ Auto Brake Hold
- Remote Engine Start
Honda City S
- รุ่นเริ่มต้นของไลน์อัป ใช้ขุมพลัง VTEC TURBO
- เครื่องยนต์เบนซิน 1.0 ลิตร DOHC VTEC TURBO 3 สูบ 12 วาล์ว
- กระจังหน้าดีไซน์ใหม่สีดำ
- กันชนหน้าดีไซน์ใหม่ และกันชนหน้า-หลังดีไซน์ใหม่ในรุ่นซีดาน
- ไฟหน้า LED
- หน้าจอ Advanced Touch ขนาด 8 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย
- ล้ออัลลอย 15 นิ้ว สีเงิน
- เหมาะกับผู้ใช้ที่ต้องการซิตี้คาร์ราคาคุ้มค่า ขับคล่อง และอุปกรณ์เพียงพอต่อการใช้งานประจำวัน
ขุมพลัง Honda City ใหม่ มีให้เลือก 2 แบบ
1. เครื่องยนต์ 1.0 ลิตร VTEC TURBO
รุ่น S ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 1.0 ลิตร DOHC VTEC TURBO 3 สูบ 12 วาล์ว พร้อมเทอร์โบชาร์จเจอร์ ให้กำลังสูงสุด 122 แรงม้า ที่ 5,500 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 173 นิวตัน-เมตร ที่ 2,000-4,500 รอบต่อนาที
Honda เคลมอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันสูงสุด 22.7 กิโลเมตร/ลิตร ตามมาตรฐานการทดสอบ UN R101 ในห้องปฏิบัติการ และผ่านมาตรฐานมลพิษ Euro 6
2. ฟูลไฮบริด e:HEV
รุ่น e:HEV ทั้ง 3 รุ่นย่อย ใช้ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด e:HEV – The EXCITING Hybrid ทำงานร่วมกันระหว่างมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว ในระบบเกียร์อัตโนมัติ E-CVT กับเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร Atkinson Cycle DOHC i-VTEC 4 สูบ 16 วาล์ว และแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน
จุดเด่นของ e:HEV คือแรงบิดจากมอเตอร์ไฟฟ้าสูงสุด 253 นิวตัน-เมตร ที่ 0-3,000 รอบต่อนาที ช่วยให้ออกตัวได้ทันใจและขับขี่สมูทในเมือง ขณะที่อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันที่ Honda เคลมอยู่ที่สูงสุด 27.8 กิโลเมตร/ลิตร ตามมาตรฐาน UN R101 ในห้องปฏิบัติการ
| ขุมพลัง | รายละเอียด | กำลัง / แรงบิด | อัตราสิ้นเปลืองเคลม |
|---|---|---|---|
| 1.0 VTEC TURBO | เบนซิน 1.0 ลิตร 3 สูบ เทอร์โบ | 122 แรงม้า / 173 นิวตัน-เมตร | 22.7 กม./ลิตร |
| e:HEV | ฟูลไฮบริด เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร + มอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว | แรงบิดมอเตอร์ 253 นิวตัน-เมตร | 27.8 กม./ลิตร |
ชุดแต่ง HRC
อีกไฮไลต์ของ Honda City ใหม่ คือการเปิดตัวชุดอุปกรณ์ตกแต่งภายใต้แนวคิด Honda HRC หรือ Honda Racing Corporation Sub-brand ถ่ายทอด DNA จากสนามแข่งสู่รถใช้งานจริง
ชุดแต่ง Honda City Sedan
- HRC UNIQUE PACKAGE สำหรับรุ่น e:HEV RS ราคา 13,900 บาท ประกอบด้วย สเกิร์ตหน้าและสเกิร์ตหลัง พร้อมโลโก้ HRC
- HRC AERO SPORT PACKAGE ราคา 29,000 บาท ประกอบด้วย สเกิร์ตหน้า สเกิร์ตข้าง สเกิร์ตหลัง และสปอยเลอร์หลังพร้อมไฟเบรก พร้อมโลโก้ HRC
ชุดแต่ง Honda City Hatchback
- HRC AERO PACKAGE สำหรับรุ่น e:HEV RS ราคา 16,500 บาท ประกอบด้วย สเกิร์ตหน้า สเกิร์ตหลัง และสปอยเลอร์หลัง พร้อมโลโก้ HRC
- HRC AERO SPORT PACKAGE ราคา 25,900 บาท ประกอบด้วย สเกิร์ตหน้า สเกิร์ตข้าง สเกิร์ตหลัง และสปอยเลอร์หลัง พร้อมโลโก้ HRC
หมายเหตุ: ราคาอุปกรณ์ตกแต่งข้างต้นยังไม่รวม VAT 7% และกรณีติดตั้งพร้อมรถยนต์ใหม่ รับประกันอุปกรณ์ตกแต่งนาน 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร
ราคา Honda City ใหม่ 2026
ข้อมูลราคาอย่างเป็นทางการของ Honda City ใหม่ สามารถใส่เพิ่มเติมในส่วนนี้ได้ภายหลัง โดยแนะนำให้จัดเป็นตารางแยกตัวถังซีดานและแฮทช์แบ็ก เพื่อให้ผู้อ่านเปรียบเทียบได้ง่าย
| รุ่น | ราคาซีดาน | ราคา แฮทซ์แบ๊ก |
|---|---|---|
| Honda City S | 569,000 บาท | 579,000 บาท |
| Honda City e:HEV V | 619,000 บาท | 629,000 บาท |
| Honda City e:HEV SV | 689,000 บาท | 699,000 บาท |
| Honda City e:HEV RS | 789,000 บาท | 749,000 บาท |
หมายเหตุเรื่องสีตัวถัง
- สีขาว Platinum White Pearl เพิ่ม 10,000 บาท
- สีดำ Crystal Black Pearl, สีเทา Urban Gray Pearl เฉพาะรุ่นซีดาน และสีแดง Blazing Red Pearl เพิ่ม 6,000 บาท
- สีเทา Urban Gray Pearl หลังคาสีดำแบบทูโทน เฉพาะรุ่นแฮทช์แบ็ก เพิ่ม 10,000 บาท
โปรโมชั่น Honda City ใหม่
ข้อมูลโปรโมชั่นสามารถใส่เพิ่มเติมภายหลังได้ในส่วนนี้ โดยแนะนำให้แยกเป็นหัวข้อย่อย เช่น ดาวน์เริ่มต้น, ผ่อนเริ่มต้น, ดอกเบี้ยพิเศษ, แคมเปญประกันภัย, ฟรีบำรุงรักษา หรือของแถมจากผู้จำหน่าย เพื่อให้ผู้อ่านเห็นภาพชัดเจน

New Honda City ใหม่ น่าใช้ขึ้นตรงไหน?
มาถึงสุดท้ายแล้ว Honda City ใหม่ รอบนี้ไม่ได้เป็นเพียงการปรับหน้าตาเล็กน้อย แต่เป็นการเพิ่มความครบให้กับไลน์อัปซิตี้คาร์ของ Honda ทั้งในแง่ดีไซน์ ฟีเจอร์ และทางเลือกขุมพลัง โดยเฉพาะการเพิ่มรุ่น e:HEV V ที่ช่วยให้ลูกค้าเข้าถึงระบบฟูลไฮบริดได้ง่ายขึ้น
ฝั่งดีไซน์มีการปรับลุคให้สปอร์ตขึ้น ไฟหน้า LED เป็นมาตรฐานทุกรุ่น และรุ่น e:HEV SV ขึ้นไปได้ไฟ Connecting Light พร้อมไฟท้าย Clear lens ขณะที่ฟีเจอร์ภายในอย่างหน้าจอ 10 นิ้ว, Apple CarPlay และ Android Auto ไร้สาย, กล้องรอบคัน MVCS และ Honda SENSING ทำให้รุ่นใหม่ดูครบกว่าเดิมอย่างชัดเจน
สำหรับคนที่เน้นความคุ้มค่า รุ่น S เครื่องยนต์ VTEC TURBO ยังเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะได้สมรรถนะ 122 แรงม้า และเคลมประหยัด 22.7 กม./ลิตร ส่วนคนที่ขับในเมืองเป็นหลักและต้องการความประหยัดแบบจริงจัง รุ่น e:HEV ที่เคลมสูงสุด 27.8 กม./ลิตร น่าจะตอบโจทย์กว่า
ทั้งหมดนี้ทำให้ Honda City ใหม่ ยังคงเป็นหนึ่งในรถซิตี้คาร์ที่น่าจับตา โดยเฉพาะเมื่อราคาและโปรโมชั่นอย่างเป็นทางการถูกประกาศครบ ซึ่งจะเป็นตัวตัดสินสำคัญว่ารุ่นย่อยใดจะคุ้มค่าที่สุดในรอบนี้
อัลบั้มภาพ 21 ภาพ
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี





