เปิดตัว Honda City ใหม่ 2026 ปรับลุคสปอร์ต เพิ่มรุ่น e:HEV V ออฟชั่นเต็ม ถูกลงกว่าเดิม

เปิดตัว Honda City ใหม่ 2026 ปรับลุคสปอร์ต เพิ่มรุ่น e:HEV V ออฟชั่นเต็ม ถูกลงกว่าเดิม

เปิดตัว Honda City ใหม่ 2026 ปรับลุคสปอร์ต เพิ่มรุ่น e:HEV V ออฟชั่นเต็ม ถูกลงกว่าเดิม
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

 Honda City ใหม่ เปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทย พร้อมการปรับโฉมครั้งสำคัญของซิตี้คาร์เจเนอเรชันที่ 5 ภายใต้คอนเซปต์ QUAKE ‘EM UP! สั่นทุกสตรีท โดยรอบนี้ Honda ยังคงทำตลาดทั้งตัวถัง ซีดาน และ แฮทช์แบ็ก พร้อมเพิ่มทางเลือกใหม่ในรุ่นไฮบริด e:HEV ให้เข้าถึงง่ายขึ้นกว่าเดิม

สำหรับ Honda City ใหม่ มีให้เลือกทั้งรุ่นขุมพลัง VTEC TURBO และ ฟูลไฮบริด e:HEV โดยแต่ละตัวถังมีให้เลือก 4 รุ่นย่อย ได้แก่ e:HEV RS, e:HEV SV, e:HEV V และ S ซึ่งถือเป็นการจัดไลน์อัปใหม่ให้ครอบคลุมตั้งแต่ผู้ใช้ที่ต้องการความคุ้มค่า ไปจนถึงคนที่อยากได้ดีไซน์สปอร์ตและฟีเจอร์ครบ

ดีไซน์ใหม่ Honda City 2026 เปลี่ยนอะไรบ้าง?

20260626_133922_batch

จุดที่เห็นได้ชัดใน Honda City ใหม่ คือการปรับดีไซน์ภายนอกให้ดูสปอร์ตและทันสมัยขึ้น โดย Honda ใช้แนวคิด STRIKE AT FIRST SIGHT หรือดีไซน์ที่ต้องสะกดสายตาตั้งแต่แรกเห็น

รอบนี้ Honda City ใหม่ ทั้งซีดานและแฮทช์แบ็ก ได้รับการปรับหน้าตาใหม่ในหลายจุด เริ่มจาก กระจังหน้าดีไซน์ใหม่ในทุกรุ่นย่อย รวมถึงการเพิ่มไฟหน้า LED เป็นอุปกรณ์มาตรฐานทุกรุ่น ทำให้รุ่นเริ่มต้นดูทันสมัยขึ้นกว่าเดิม

cityhatchbackehevrs_ext(1

ดีไซน์ภายนอกที่เปลี่ยนใหม่

  • กระจังหน้าดีไซน์ใหม่ในทุกรุ่นย่อย
  • ไฟหน้าแบบ LED เป็นอุปกรณ์มาตรฐานทุกรุ่น
  • ไฟหน้า Connecting Light แบบ LED ดีไซน์เต็มความกว้างตัวรถ ตั้งแต่รุ่น e:HEV SV ขึ้นไป
  • ไฟท้าย LED แบบใส Clear lens ตั้งแต่รุ่น e:HEV SV ขึ้นไป
  • โลโก้ H Mark ดีไซน์แบบ 2 มิติใหม่
  • รุ่น e:HEV RS ได้ชุดแต่งสไตล์ RS รอบคัน ทั้งกันชนหน้า กันชนหลัง สเกิร์ตข้าง และสปอยเลอร์หลัง
  • ล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ โดยรุ่น e:HEV RS ได้ล้ออัลลอย 16 นิ้ว แบบทูโทน Diamond cut สีดำ Berlina Black และ Dark Clear

cityhatchbackehevrs_ext(1_1

รุ่นที่โดดเด่นที่สุดด้านดีไซน์ยังคงเป็น e:HEV RS ที่มาในแนวสปอร์ตเต็มขั้น ทั้งกระจังหน้าสีดำเงา ชุดแต่งรอบคัน ล้ออัลลอยทูโทน และรายละเอียดตกแต่งสีดำ เช่น คิ้วฝากระโปรงท้ายและมือจับประตูด้านนอก

สีตัวถังใหม่ เพิ่มแดง Blazing Red Pearl และเทา Urban Gray Pearl

20260626_134218_batch

Honda City ใหม่ มีสีภายนอกให้เลือกทั้งหมด 7 สี โดยมีสีใหม่เข้ามาเสริมความสดและสปอร์ตมากขึ้น ได้แก่ สีแดง Blazing Red Pearl และ สีเทา Urban Gray Pearl สำหรับรุ่น e:HEV RS

  • ใหม่! สีแดง Blazing Red Pearl เฉพาะรุ่น e:HEV RS
  • ใหม่! สีเทา Urban Gray Pearl เฉพาะรุ่น e:HEV RS
  • พิเศษสำหรับ City Hatchback e:HEV RS สีเทา Urban Gray Pearl พร้อมหลังคาสีดำแบบทูโทน
  • สีขาว Platinum White Pearl เฉพาะรุ่น e:HEV RS และ e:HEV SV
  • สีน้ำเงิน Brilliant Sporty Blue Metallic เฉพาะรุ่น e:HEV SV และ e:HEV V
  • สีเทา Meteoroid Gray Metallic
  • สีดำ Crystal Black Pearl
  • สีขาว Taffeta White เฉพาะรุ่น e:HEV V และ S

ภายในห้องโดยสารเป็นโทนสีดำเป็นหลัก และมีทางเลือกใหม่ ภายในสีเทา Platinum เฉพาะ Honda City Sedan รุ่น e:HEV SV โดยจับคู่ได้กับสีตัวถัง Meteoroid Gray Metallic หรือ Crystal Black Pearl เท่านั้น

cityhatchbackehevv_int(6)

ฟีเจอร์ใหม่ Honda City ใหม่ มีอะไรเพิ่ม?

นอกจากดีไซน์ที่เปลี่ยนไปแล้ว Honda City ใหม่ ยังอัปเกรดฟีเจอร์ภายในและเทคโนโลยีการใช้งานให้ครบขึ้น โดยเฉพาะรุ่น e:HEV SV และ e:HEV RS ที่ได้รับอุปกรณ์ใหม่หลายรายการ

หน้าจอใหม่ 10 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto ไร้สาย

รุ่น e:HEV SV และ e:HEV RS มาพร้อมระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสแบบ Advanced Touch ขนาด 10 นิ้ว ดีไซน์ใหม่ รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย ซึ่งถือเป็นฟีเจอร์ที่ตอบโจทย์การใช้งานของคนเมืองยุคนี้มากขึ้น

ส่วนรุ่น e:HEV V และ S ยังได้หน้าจอสัมผัส Advanced Touch ขนาด 8 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สายเช่นกัน

กล้องมองภาพรอบทิศทาง MVCS

อีกฟีเจอร์ใหม่ที่น่าสนใจคือ ระบบกล้องมองภาพรอบทิศทาง Multi-View Camera System หรือ MVCS ที่ติดตั้งมาให้ตั้งแต่รุ่น e:HEV SV ขึ้นไป ช่วยให้การจอดรถหรือขับในพื้นที่แคบทำได้ง่ายและมั่นใจมากขึ้น

cityehevrs_int(40)_batch

Wireless Charger และกระจกตัดแสงอัตโนมัติในรุ่น RS

รุ่น e:HEV RS ได้อุปกรณ์เพิ่มเติมที่ช่วยยกระดับความพรีเมียม เช่น แท่นชาร์จไร้สายบริเวณคอนโซลกลาง พร้อมช่องเก็บของอเนกประสงค์ และ กระจกมองหลังแบบตัดแสงอัตโนมัติ

ไฟ Ambient Light ในห้องโดยสาร

Honda City ใหม่ เพิ่มไฟสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสารตั้งแต่รุ่น e:HEV SV ขึ้นไป โดยรุ่น e:HEV RS ใช้ไฟสีแดง ส่วนรุ่น e:HEV SV ใช้ไฟสีน้ำเงิน ช่วยเพิ่มอารมณ์สปอร์ตและความพรีเมียมในห้องโดยสาร

cityehevrs_int(1)_batch

Honda City Hatchback กับเบาะพับได้

สำหรับรุ่นแฮทช์แบ็ก ยังคงจุดขายเรื่องพื้นที่ใช้งานอเนกประสงค์ด้วยเบาะ Ultra Seat แยกพับ 60:40 สามารถปรับเปลี่ยนพื้นที่ได้ 4 รูปแบบ เหมาะกับคนที่ต้องการรถเล็กแต่ใช้งานได้หลากหลาย

  • Utility Mode: พับเบาะหลังทั้ง 2 ฝั่ง เพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บของด้านหลัง
  • Long Mode: พับเบาะหน้าและหลัง เพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บของแนวยาว
  • Tall Mode: พับเบาะหลังขึ้น เพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บของแนวสูง
  • Refresh Mode: พับเบาะหน้าเชื่อมกับเบาะหลัง เพื่อสร้างพื้นที่พักผ่อน

Honda SENSING ยังให้ครบ พร้อมระบบช่วยขับขี่ใหม่

ด้านความปลอดภัย Honda City ใหม่ มาพร้อมเทคโนโลยี Honda SENSING พร้อมฟังก์ชันหลัก 6 รายการ ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่ทั้งในเมืองและเดินทางไกล

  • ระบบเตือนการชนพร้อมระบบช่วยเบรก CMBS
  • ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ LKAS
  • ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ RDM with LDW
  • ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ AHB
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน ACC
  • ระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ LCDN

สำหรับรุ่น e:HEV RS, e:HEV SV และ e:HEV V จะได้ระบบ ACC พร้อม Low-Speed Follow, ระบบเบรกมือไฟฟ้า, Auto Brake Hold, Remote Engine Start และ Walk Away Auto Lock

ส่วนรุ่น e:HEV RS ยังมี Honda LaneWatch หรือระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลนมาให้ด้วย

 

สเปก Honda City ใหม่ แยกตามรุ่นย่อย

Honda City e:HEV RS

  • รุ่นท็อปของไลน์อัป e:HEV เน้นดีไซน์สปอร์ตและฟังก์ชันครบ
  • ขุมพลังฟูลไฮบริด e:HEV เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว
  • กระจังหน้าสีดำเงา พร้อมกันชนหน้า กันชนหลัง สเกิร์ตข้าง และสปอยเลอร์หลังสไตล์ RS
  • ไฟหน้า LED พร้อมไฟหน้า Connecting Light แบบ LED เต็มความกว้างตัวรถ
  • ไฟท้าย LED แบบใส Clear lens
  • ล้ออัลลอย 16 นิ้ว ทูโทน Diamond cut สีดำ Berlina Black และ Dark Clear
  • ภายในสีดำ เบาะหนังแท้และหนังสังเคราะห์ เดินด้ายสีแดง
  • ไฟสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสารสีแดง
  • หน้าจอ Advanced Touch ขนาด 10 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย
  • ระบบกล้องรอบคัน MVCS
  • Wireless Charger
  • กระจกมองหลังตัดแสงอัตโนมัติ
  • Honda LaneWatch

Honda City e:HEV SV

  • รุ่นกลางสายไฮบริด เน้นความครบและคุ้มค่าสำหรับใช้งานทุกวัน
  • ขุมพลังฟูลไฮบริด e:HEV เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว
  • กระจังหน้าดีไซน์ใหม่สีดำ
  • ไฟหน้า LED พร้อมไฟหน้า Connecting Light แบบ LED เต็มความกว้างตัวรถ
  • ไฟท้าย LED แบบใส Clear lens
  • ล้ออัลลอย 16 นิ้ว ทูโทน Diamond cut สีเทาอ่อนปัดเงา
  • ภายในสีดำ และมีทางเลือกภายในสีเทา Platinum เฉพาะรุ่นซีดาน
  • ไฟสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสารสีน้ำเงิน
  • หน้าจอ Advanced Touch ขนาด 10 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย
  • ระบบกล้องรอบคัน MVCS
  • ระบบเบรกมือไฟฟ้า และ Auto Brake Hold
  • Remote Engine Start และ Walk Away Auto Lock

Honda City e:HEV V

  • ใหม่! รุ่นเริ่มต้นไฮบริด เพิ่มทางเลือกให้เป็นเจ้าของ e:HEV ได้ง่ายขึ้น
  • ขุมพลังฟูลไฮบริด e:HEV เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว
  • กระจังหน้าดีไซน์ใหม่สีดำ
  • กันชนหน้าดีไซน์ใหม่ และกันชนหน้า-หลังดีไซน์ใหม่ในรุ่นซีดาน
  • ไฟหน้า LED
  • ล้ออัลลอย 16 นิ้ว ทูโทน Diamond cut สีเทา
  • หน้าจอ Advanced Touch ขนาด 8 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย
  • มาตรวัดพร้อมจอ TFT ขนาด 7 นิ้ว
  • Walk Away Auto Lock
  • ระบบเบรกมือไฟฟ้า และ Auto Brake Hold
  • Remote Engine Start

Honda City S

  • รุ่นเริ่มต้นของไลน์อัป ใช้ขุมพลัง VTEC TURBO
  • เครื่องยนต์เบนซิน 1.0 ลิตร DOHC VTEC TURBO 3 สูบ 12 วาล์ว
  • กระจังหน้าดีไซน์ใหม่สีดำ
  • กันชนหน้าดีไซน์ใหม่ และกันชนหน้า-หลังดีไซน์ใหม่ในรุ่นซีดาน
  • ไฟหน้า LED
  • หน้าจอ Advanced Touch ขนาด 8 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย
  • ล้ออัลลอย 15 นิ้ว สีเงิน
  • เหมาะกับผู้ใช้ที่ต้องการซิตี้คาร์ราคาคุ้มค่า ขับคล่อง และอุปกรณ์เพียงพอต่อการใช้งานประจำวัน

cityhatchbackehevv_ext(11 

ขุมพลัง Honda City ใหม่ มีให้เลือก 2 แบบ

1. เครื่องยนต์ 1.0 ลิตร VTEC TURBO

รุ่น S ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 1.0 ลิตร DOHC VTEC TURBO 3 สูบ 12 วาล์ว พร้อมเทอร์โบชาร์จเจอร์ ให้กำลังสูงสุด 122 แรงม้า ที่ 5,500 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 173 นิวตัน-เมตร ที่ 2,000-4,500 รอบต่อนาที

Honda เคลมอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันสูงสุด 22.7 กิโลเมตร/ลิตร ตามมาตรฐานการทดสอบ UN R101 ในห้องปฏิบัติการ และผ่านมาตรฐานมลพิษ Euro 6

2. ฟูลไฮบริด e:HEV

รุ่น e:HEV ทั้ง 3 รุ่นย่อย ใช้ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด e:HEV – The EXCITING Hybrid ทำงานร่วมกันระหว่างมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว ในระบบเกียร์อัตโนมัติ E-CVT กับเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร Atkinson Cycle DOHC i-VTEC 4 สูบ 16 วาล์ว และแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน

จุดเด่นของ e:HEV คือแรงบิดจากมอเตอร์ไฟฟ้าสูงสุด 253 นิวตัน-เมตร ที่ 0-3,000 รอบต่อนาที ช่วยให้ออกตัวได้ทันใจและขับขี่สมูทในเมือง ขณะที่อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันที่ Honda เคลมอยู่ที่สูงสุด 27.8 กิโลเมตร/ลิตร ตามมาตรฐาน UN R101 ในห้องปฏิบัติการ

ขุมพลัง รายละเอียด กำลัง / แรงบิด อัตราสิ้นเปลืองเคลม
1.0 VTEC TURBO เบนซิน 1.0 ลิตร 3 สูบ เทอร์โบ 122 แรงม้า / 173 นิวตัน-เมตร 22.7 กม./ลิตร
e:HEV ฟูลไฮบริด เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร + มอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว แรงบิดมอเตอร์ 253 นิวตัน-เมตร 27.8 กม./ลิตร

ชุดแต่ง HRC

อีกไฮไลต์ของ Honda City ใหม่ คือการเปิดตัวชุดอุปกรณ์ตกแต่งภายใต้แนวคิด Honda HRC หรือ Honda Racing Corporation Sub-brand ถ่ายทอด DNA จากสนามแข่งสู่รถใช้งานจริง

ชุดแต่ง Honda City Sedan

  • HRC UNIQUE PACKAGE สำหรับรุ่น e:HEV RS ราคา 13,900 บาท ประกอบด้วย สเกิร์ตหน้าและสเกิร์ตหลัง พร้อมโลโก้ HRC
  • HRC AERO SPORT PACKAGE ราคา 29,000 บาท ประกอบด้วย สเกิร์ตหน้า สเกิร์ตข้าง สเกิร์ตหลัง และสปอยเลอร์หลังพร้อมไฟเบรก พร้อมโลโก้ HRC

ชุดแต่ง Honda City Hatchback

  • HRC AERO PACKAGE สำหรับรุ่น e:HEV RS ราคา 16,500 บาท ประกอบด้วย สเกิร์ตหน้า สเกิร์ตหลัง และสปอยเลอร์หลัง พร้อมโลโก้ HRC
  • HRC AERO SPORT PACKAGE ราคา 25,900 บาท ประกอบด้วย สเกิร์ตหน้า สเกิร์ตข้าง สเกิร์ตหลัง และสปอยเลอร์หลัง พร้อมโลโก้ HRC

หมายเหตุ: ราคาอุปกรณ์ตกแต่งข้างต้นยังไม่รวม VAT 7% และกรณีติดตั้งพร้อมรถยนต์ใหม่ รับประกันอุปกรณ์ตกแต่งนาน 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร

ราคา Honda City ใหม่ 2026

ข้อมูลราคาอย่างเป็นทางการของ Honda City ใหม่ สามารถใส่เพิ่มเติมในส่วนนี้ได้ภายหลัง โดยแนะนำให้จัดเป็นตารางแยกตัวถังซีดานและแฮทช์แบ็ก เพื่อให้ผู้อ่านเปรียบเทียบได้ง่าย

รุ่น ราคาซีดาน ราคา แฮทซ์แบ๊ก
Honda City S 569,000 บาท 579,000 บาท
Honda City e:HEV V 619,000 บาท 629,000 บาท
Honda City e:HEV SV 689,000 บาท 699,000 บาท
Honda City e:HEV RS 789,000 บาท 749,000 บาท

หมายเหตุเรื่องสีตัวถัง

  • สีขาว Platinum White Pearl เพิ่ม 10,000 บาท
  • สีดำ Crystal Black Pearl, สีเทา Urban Gray Pearl เฉพาะรุ่นซีดาน และสีแดง Blazing Red Pearl เพิ่ม 6,000 บาท
  • สีเทา Urban Gray Pearl หลังคาสีดำแบบทูโทน เฉพาะรุ่นแฮทช์แบ็ก เพิ่ม 10,000 บาท

โปรโมชั่น Honda City ใหม่

ข้อมูลโปรโมชั่นสามารถใส่เพิ่มเติมภายหลังได้ในส่วนนี้ โดยแนะนำให้แยกเป็นหัวข้อย่อย เช่น ดาวน์เริ่มต้น, ผ่อนเริ่มต้น, ดอกเบี้ยพิเศษ, แคมเปญประกันภัย, ฟรีบำรุงรักษา หรือของแถมจากผู้จำหน่าย เพื่อให้ผู้อ่านเห็นภาพชัดเจน

cityhatchbackehevv_ext(22

New Honda City ใหม่ น่าใช้ขึ้นตรงไหน?

มาถึงสุดท้ายแล้ว Honda City ใหม่ รอบนี้ไม่ได้เป็นเพียงการปรับหน้าตาเล็กน้อย แต่เป็นการเพิ่มความครบให้กับไลน์อัปซิตี้คาร์ของ Honda ทั้งในแง่ดีไซน์ ฟีเจอร์ และทางเลือกขุมพลัง โดยเฉพาะการเพิ่มรุ่น e:HEV V ที่ช่วยให้ลูกค้าเข้าถึงระบบฟูลไฮบริดได้ง่ายขึ้น

ฝั่งดีไซน์มีการปรับลุคให้สปอร์ตขึ้น ไฟหน้า LED เป็นมาตรฐานทุกรุ่น และรุ่น e:HEV SV ขึ้นไปได้ไฟ Connecting Light พร้อมไฟท้าย Clear lens ขณะที่ฟีเจอร์ภายในอย่างหน้าจอ 10 นิ้ว, Apple CarPlay และ Android Auto ไร้สาย, กล้องรอบคัน MVCS และ Honda SENSING ทำให้รุ่นใหม่ดูครบกว่าเดิมอย่างชัดเจน

สำหรับคนที่เน้นความคุ้มค่า รุ่น S เครื่องยนต์ VTEC TURBO ยังเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะได้สมรรถนะ 122 แรงม้า และเคลมประหยัด 22.7 กม./ลิตร ส่วนคนที่ขับในเมืองเป็นหลักและต้องการความประหยัดแบบจริงจัง รุ่น e:HEV ที่เคลมสูงสุด 27.8 กม./ลิตร น่าจะตอบโจทย์กว่า

ทั้งหมดนี้ทำให้ Honda City ใหม่ ยังคงเป็นหนึ่งในรถซิตี้คาร์ที่น่าจับตา โดยเฉพาะเมื่อราคาและโปรโมชั่นอย่างเป็นทางการถูกประกาศครบ ซึ่งจะเป็นตัวตัดสินสำคัญว่ารุ่นย่อยใดจะคุ้มค่าที่สุดในรอบนี้

อัลบั้มภาพ 21 ภาพ

อัลบั้มภาพ 21 ภาพ ของ เปิดตัว Honda City ใหม่ 2026 ปรับลุคสปอร์ต เพิ่มรุ่น e:HEV V ออฟชั่นเต็ม ถูกลงกว่าเดิม

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล