ลืมใบขับขี่ไว้บ้าน เจอตำรวจจับผิดกฎจราจร ผิดอะไร โดนปรับเท่าไหร่ รู้ก่อนออกจากบ้าน

ลืมใบขับขี่ไว้บ้าน เจอตำรวจจับผิดกฎจราจร ผิดอะไร โดนปรับเท่าไหร่ รู้ก่อนออกจากบ้าน

ลืมใบขับขี่ไว้บ้าน เจอตำรวจจับผิดกฎจราจร ผิดอะไร โดนปรับเท่าไหร่ รู้ก่อนออกจากบ้าน
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ทุกคนัที่ใช้รถรู้กันดีว่า ใบขับขี่คือเป็นเอกสารที่อนุญาติให้คุณได้ขับรถ แต่ถ้าเกิดคุณรีบออกจากบ้านจนลืมกระเป๋าสตางค์ หรือลืมใบขับขี่ไว้ที่บ้าน แล้วดันมาเจอด่านตรวจ หรือถูกตำรวจเรียกเพราะทำผิดกฎจราจร เช่น ฝ่าไฟแดง ขับเร็ว ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย หรือใช้โทรศัพท์ขณะขับรถ แบบนี้นอกจากความผิดจราจรเดิมแล้ว จะโดนข้อหาเพิ่มเพราะ “ไม่ได้พกใบขับขี่” ด้วยหรือไม่?

วันนี้ Sanook Auto มีคำตอบ พร้อมรู้ว่าค่าปรับคืออะไรถ้าแสดงไม่ได้ และวิธีแก้ไขเบื้องต้นกับใบขับขี่อิเล็กทรอนิกส์

399831 

ลืมใบขับขี่ไว้บ้าน ผิดไหม?

คำตอบคือ มีโอกาสโดนความผิดเพิ่ม หากผู้ขับขี่ไม่สามารถแสดงใบอนุญาตขับรถต่อเจ้าพนักงานได้ แต่ต้องแยกให้ออกก่อนว่า กรณีนี้ไม่เหมือนกับ “ไม่มีใบขับขี่” เพราะถ้าคุณมีใบขับขี่ถูกต้อง เพียงแต่ลืมพกมา จะเป็นคนละกรณีกับคนที่ไม่เคยมีใบอนุญาตขับรถเลย เพราะขณะขับรถ ผู้ขับขี่ต้องมีใบอนุญาตขับขี่อยู่กับตัว และต้องแสดงต่อเจ้าพนักงานจราจรเมื่อมีการขอตรวจ หากลืมใบขับขี่ไว้บ้านและไม่สามารถแสดงหลักฐานอื่นที่กฎหมายยอมรับได้ อาจมีความผิดฐานไม่แสดงใบอนุญาตขับรถ

โดยทั่วไป ความผิดลักษณะนี้มีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท แต่ไม่ได้หมายความว่าคุณเป็นคน “ไม่มีใบขับขี่” หากใบอนุญาตของคุณยังถูกต้องและยังไม่หมดอายุ

ถ้าถูกจับข้อหาอื่น จะโดนซ้ำอีกไหม?

ถ้าคุณทำผิดกฎจราจร เช่น ขับรถเร็วเกินกำหนด ฝ่าไฟแดง ขับรถย้อนศร หรือใช้โทรศัพท์มือถือขณะขับรถ ความผิดดังกล่าวจะถูกพิจารณาแยกจากเรื่องใบขับขี่

ดังนั้น หากถูกเรียกตรวจแล้วพบว่าไม่ได้พกใบขับขี่หรือไม่สามารถแสดงใบขับขี่ได้ ก็อาจถูกดำเนินการเพิ่มอีกหนึ่งข้อหา คือไม่แสดงใบอนุญาตขับรถต่อเจ้าพนักงาน

สรุปความผิดที่อาจเกิดขึ้น

สถานการณ์ ความผิดหลัก ความผิดเพิ่มเติมเกี่ยวกับใบขับขี่ โทษโดยทั่วไป
ทำผิดกฎจราจร และมีใบขับขี่แต่ลืมไว้บ้าน ตามข้อหาจราจรที่ทำผิด เช่น ฝ่าไฟแดง ขับเร็ว ฯลฯ ไม่แสดงใบอนุญาตขับรถเมื่อเจ้าพนักงานขอตรวจ ปรับไม่เกิน 1,000 บาท สำหรับกรณีไม่แสดงใบขับขี่
ทำผิดกฎจราจร แต่แสดงใบขับขี่ดิจิทัลได้ ยังคงมีความผิดตามข้อหาจราจรเดิม โดยทั่วไปไม่ถือว่าไม่ได้พกใบขับขี่ หากแสดงถูกต้องตามที่กำหนด เสียค่าปรับเฉพาะความผิดจราจรเดิม
ไม่มีใบขับขี่เลย ผิดตามข้อหาจราจรเดิม หากมีการกระทำผิด ขับรถโดยไม่มีใบอนุญาตขับรถ โทษหนักกว่ากรณีลืมพกใบขับขี่
ใบขับขี่หมดอายุ ผิดตามข้อหาจราจรเดิม หากมีการกระทำผิด อาจเข้าข่ายใช้ใบอนุญาตที่ไม่อยู่ในสถานะถูกต้อง ควรรีบต่ออายุใบขับขี่ก่อนนำรถออกใช้

แสดงใบขับขี่ดิจิทัลแทนได้ไหม?

ได้ หากคุณมีใบอนุญาตขับรถแบบที่รองรับ QR Code และลงทะเบียนใช้งานผ่านแอป DLT QR Licence ของกรมการขนส่งทางบก โดยสามารถแสดงใบอนุญาตขับรถเสมือนจริงผ่านแอปให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบได้

การแสดงใบขับขี่ด้วยวิธีทางข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ หรือสำเนาภาพถ่ายใบอนุญาตขับรถตามแบบที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด ถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ขับขี่ที่ไม่ได้พกบัตรจริงติดตัว

batch_dlt_ba

ถ่ายรูปใบขับขี่เก็บไว้ในมือถือ ใช้แทนได้ไหม?

หากคุณลืมลง Apps อยากใช้รูปถ่ายได้ไหมต้องบอกว่า ประเด็นนี้ต้องระวัง เพราะ “ภาพถ่ายทั่วไป” ที่ถ่ายเก็บไว้ในมือถือ อาจไม่ใช่รูปแบบเดียวกับสำเนาภาพถ่ายที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด

วิธีที่ปลอดภัยกว่า คือใช้แอป DLT QR Licence ซึ่งเป็นช่องทางที่กรมการขนส่งทางบกพัฒนาไว้สำหรับแสดงใบอนุญาตขับรถแบบดิจิทัล และมี QR Code สำหรับตรวจสอบข้อมูลใบอนุญาตขับรถ

แล้วถ้าโทรศัพท์แบตหมด เปิดแอปไม่ได้ล่ะ?

ถ้าจะใช้ใบขับขี่ดิจิทัลแทนบัตรจริง ต้องแน่ใจว่าสามารถเปิดแอปให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบได้จริงในเวลานั้น หากมือถือแบตหมด สัญญาณมีปัญหา ลืมรหัสเข้าเครื่อง หรือเปิดแอปไม่ได้ ก็อาจกลายเป็นว่าไม่สามารถแสดงใบอนุญาตขับรถได้

ดังนั้น แม้กฎหมายจะเปิดทางให้ใช้ใบขับขี่ดิจิทัลได้ แต่ในทางปฏิบัติ การพกบัตรจริงติดรถหรือพกติดตัวไว้ก็ยังเป็นวิธีที่สบายใจที่สุด โดยเฉพาะคนที่เดินทางไกลหรือใช้รถเป็นประจำ

ลืมใบขับขี่ ต่างจากไม่มีใบขับขี่ยังไง?

กรณี ลืมใบขับขี่ หมายถึงผู้ขับขี่มีใบอนุญาตขับรถถูกต้อง ยังไม่หมดอายุ เพียงแต่ไม่ได้พกบัตรจริงหรือไม่สามารถแสดงเอกสารได้ในเวลาที่ถูกตรวจ แต่กรณี ไม่มีใบขับขี่ หมายถึงไม่เคยได้รับใบอนุญาตขับรถ หรือไม่มีใบอนุญาตที่ถูกต้องสำหรับประเภทรถที่กำลังขับ ซึ่งถือเป็นความผิดที่หนักกว่า

ถ้าใบขับขี่หมดอายุ ถือว่าลืมพกไหม?

ไม่ใช่ กรณีใบขับขี่หมดอายุไม่ใช่การลืมพก แต่เป็นการใช้ใบอนุญาตที่ไม่อยู่ในสถานะใช้งานได้ตามปกติ ผู้ขับขี่ควรรีบดำเนินการต่ออายุให้เรียบร้อยก่อนนำรถออกใช้ หลายคนเข้าใจผิดว่า “มีบัตรอยู่ในกระเป๋า” ก็เพียงพอแล้ว แต่หากใบขับขี่หมดอายุ บัตรนั้นอาจไม่สามารถใช้เป็นหลักฐานการมีใบอนุญาตขับรถที่ถูกต้องได้

ถ้าขับรถผิดประเภท ใบขับขี่ที่มีช่วยได้ไหม?

อีกกรณีที่ต้องระวังคือมีใบขับขี่จริง แต่ไม่ตรงกับประเภทรถที่ขับ เช่น มีใบขับขี่รถยนต์ส่วนบุคคล แต่ไปขับรถจักรยานยนต์ หรือมีใบขับขี่รถส่วนบุคคลแต่ไปขับรถสาธารณะที่ต้องใช้ใบอนุญาตคนละประเภท

กรณีนี้ไม่ใช่แค่ลืมพกใบขับขี่ แต่อาจเข้าข่ายไม่มีใบอนุญาตที่ถูกต้องสำหรับประเภทรถนั้น ๆ จึงควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าใบอนุญาตของคุณตรงกับรถที่นำออกใช้

ถ้าถูกตำรวจเรียก ควรทำอย่างไร?

  1. จอดรถในจุดที่ปลอดภัย เปิดไฟฉุกเฉินหากจำเป็น
  2. ลดกระจกและพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ด้วยความสุภาพ
  3. สอบถามข้อหาหรือสาเหตุที่ถูกเรียกตรวจให้ชัดเจน
  4. แสดงใบขับขี่ตัวจริง หากพกติดตัว
  5. หากลืมบัตรจริง ให้เปิดแอป DLT QR Licence เพื่อแสดงใบขับขี่ดิจิทัล
  6. หากไม่สามารถแสดงได้ ให้แจ้งข้อเท็จจริงว่าใบขับขี่ยังมีอยู่แต่ลืมพกมา
  7. รับใบสั่งหรือดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมาย

ควรเตรียมตัวอย่างไรไม่ให้พลาด?

  • พกใบขับขี่ตัวจริงไว้กับตัว หรือเก็บไว้ในกระเป๋าที่ใช้ประจำ
  • ลงทะเบียนแอป DLT QR Licence ไว้ล่วงหน้า
  • ตรวจสอบว่าใบขับขี่ยังไม่หมดอายุ
  • ตรวจสอบว่าใบขับขี่ตรงกับประเภทรถที่ใช้งาน
  • ชาร์จมือถือให้เพียงพอ หากตั้งใจใช้ใบขับขี่ดิจิทัล
  • อย่ารอให้เจอด่านก่อนค่อยลงทะเบียนแอป เพราะอาจใช้งานไม่ทัน

มีใบขับขี่ดิจิทัลแล้ว ยังควรพกบัตรจริงไหม?

แม้ใบขับขี่ดิจิทัลจะช่วยให้สะดวกขึ้นมาก แต่การพกบัตรจริงยังมีข้อดี เพราะไม่ต้องพึ่งแบตเตอรี่ สัญญาณมือถือ หรือการเปิดแอปในเวลาฉุกเฉิน

ทางเลือกที่ดีที่สุดคือมีทั้งสองแบบ คือพกบัตรจริงไว้ และลงทะเบียนใบขับขี่ดิจิทัลไว้เป็นตัวสำรอง หากวันไหนลืมบัตรจริง อย่างน้อยยังมีช่องทางแสดงใบอนุญาตผ่านมือถือได้

ปิดท้ายก่อนจาก

ใบขับยี่เป็นเอกสารทางราชการที่ควรต้องมีติดตัวไม่ต่างจากบัตรประชาชน หากคุณมีใบขับขี่ถูกต้องแต่ลืมไว้บ้าน แล้วถูกตำรวจเรียกตรวจจากความผิดจราจรอื่น นอกจากข้อหาจราจรเดิมแล้ว อาจมีความผิดเพิ่มฐานไม่แสดงใบอนุญาตขับรถต่อเจ้าพนักงาน โดยมีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท

แต่หากสามารถแสดงใบขับขี่ดิจิทัลผ่านแอป DLT QR Licence หรือสำเนาภาพถ่ายตามแบบที่กรมการขนส่งทางบกกำหนดได้ ก็ถือว่ามีใบอนุญาตขับขี่อยู่กับตัว และช่วยลดปัญหาจากการลืมบัตรจริงได้

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ควรจำคือ ใบขับขี่ต้องยังไม่หมดอายุ ต้องตรงกับประเภทรถที่ขับ และต้องสามารถแสดงต่อเจ้าหน้าที่ได้เมื่อถูกขอตรวจ ดังนั้นก่อนออกจากบ้าน นอกจากเช็กกุญแจรถ โทรศัพท์ และกระเป๋าสตางค์แล้ว อย่าลืมเช็กใบขับขี่ด้วยทุกครั้ง

 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล