คนใช้รถเกียร์ออโต้ต้องอ่าน! 5 นิสัยเสี่ยงทำเกียร์พังไว ค่าซ่อมหลักหมื่นถึงแสน

คนใช้รถเกียร์ออโต้ต้องอ่าน! 5 นิสัยเสี่ยงทำเกียร์พังไว ค่าซ่อมหลักหมื่นถึงแสน

คนใช้รถเกียร์ออโต้ต้องอ่าน! 5 นิสัยเสี่ยงทำเกียร์พังไว ค่าซ่อมหลักหมื่นถึงแสน
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

5 พฤติกรรมต้องเลี่ยง หากไม่อยากให้เกียร์ออโต้พังไว รู้ไว้ช่วยยืดอายุรถได้อีกนาน

ปัจจุบันรถยนต์ส่วนใหญ่ที่จำหน่ายในประเทศไทยมาพร้อมระบบเกียร์อัตโนมัติ ไม่ว่าจะเป็นรถอีโคคาร์ รถเก๋ง ซีดาน หรือเอสยูวี เนื่องจากขับขี่ง่าย สะดวกสบาย และเหมาะกับสภาพการจราจรที่หนาแน่นในเมือง แต่แม้เกียร์อัตโนมัติจะใช้งานง่าย ก็ยังเป็นชิ้นส่วนสำคัญที่มีความซับซ้อนและมีค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมค่อนข้างสูง หากใช้งานไม่ถูกวิธีอาจทำให้อายุการใช้งานสั้นลงได้

สำหรับผู้ใช้รถเกียร์อัตโนมัติ นอกจากการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์ตามระยะแล้ว การหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงที่ส่งผลกระทบต่อระบบเกียร์ก็เป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้กัน มาดูกันว่า 5 พฤติกรรมที่ควรหลีกเลี่ยงมีอะไรบ้าง

1. เข้าเกียร์ N แล้วปล่อยรถไหลบ่อย ๆ

หลายคนเข้าใจว่าการเปลี่ยนมาใช้เกียร์ N ขณะรถกำลังไหล เช่น ลงทางลาดหรือเตรียมหยุดรถ จะช่วยประหยัดน้ำมัน แต่ความจริงแล้วรถเกียร์อัตโนมัติไม่ได้ถูกออกแบบมาให้ใช้งานในลักษณะดังกล่าวเป็นประจำ

การปล่อยรถไหลด้วยเกียร์ N อาจทำให้ระบบหล่อลื่นภายในชุดเกียร์ทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพในบางสถานการณ์ ส่งผลให้เกิดความร้อนสะสมและเพิ่มการสึกหรอของชิ้นส่วนภายในระยะยาว นอกจากนี้ยังทำให้ผู้ขับควบคุมรถได้ไม่ดีเท่าการใช้เกียร์ D ตามปกติอีกด้วย

2. ติดไฟแดงแล้วเข้าเกียร์ P ทุกครั้ง

ตำแหน่งเกียร์ P หรือ Parking ถูกออกแบบมาสำหรับการจอดรถเป็นเวลานานหรือเมื่อต้องการลงจากรถ ไม่ควรใช้ขณะจอดรอสัญญาณไฟแดงหรือหยุดรถชั่วคราว

เมื่อเข้าเกียร์ P กลไกล็อกภายในชุดเกียร์จะทำงานทันที หากเกิดเหตุรถถูกชนจากด้านท้าย แรงกระแทกอาจส่งผลเสียต่อระบบล็อกเกียร์และชิ้นส่วนภายในได้ นอกจากนี้รถบางรุ่นยังมีระบบปลดล็อกประตูอัตโนมัติเมื่อเข้าเกียร์ P ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงด้านความปลอดภัยในบางสถานการณ์

หากต้องจอดรอไฟแดงเป็นเวลาสั้น ๆ ควรใช้เกียร์ D พร้อมเหยียบเบรก หรือเปลี่ยนเป็นเกียร์ N แล้วดึงเบรกมือในกรณีที่ต้องจอดรอนาน

3. เร่งเครื่องก่อนเข้าเกียร์ D หรือ R

พฤติกรรมที่หลายคนเรียกว่า "เบิ้ลเครื่องแล้วตบเกียร์" เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้ระบบส่งกำลังรับภาระหนักเกินความจำเป็น

การเร่งรอบเครื่องยนต์ขณะที่รถยังอยู่ในตำแหน่ง N หรือ P แล้วรีบเปลี่ยนเป็นเกียร์ D หรือ R จะทำให้ชุดเกียร์ เพลาขับ และระบบส่งกำลังรับแรงกระชากอย่างรุนแรง แม้อาจไม่เห็นความเสียหายในทันที แต่หากทำเป็นประจำก็อาจส่งผลให้อายุการใช้งานของเกียร์สั้นลงได้

4. ลากรถผิดวิธี

รถเกียร์อัตโนมัติไม่ควรถูกลากโดยปล่อยให้ล้อขับเคลื่อนหมุนเป็นระยะทางไกล ขณะที่เครื่องยนต์ดับอยู่ เพราะปั๊มน้ำมันเกียร์จะไม่ทำงาน ส่งผลให้ชิ้นส่วนภายในขาดการหล่อลื่นและเกิดความร้อนสะสม

หากจำเป็นต้องเคลื่อนย้ายรถ ควรใช้รถยกหรือรถสไลด์เป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุด โดยเฉพาะรถรุ่นใหม่ที่ใช้เกียร์ CVT หรือเกียร์คลัตช์คู่ ซึ่งมีความละเอียดอ่อนต่อการใช้งานมากกว่าเกียร์อัตโนมัติแบบดั้งเดิม

5. คิกดาวน์หนักและบ่อยเกินไป

ระบบคิกดาวน์ (Kickdown) ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยเร่งแซงในสถานการณ์จำเป็น โดยเมื่อกดคันเร่งลึก เกียร์จะลดอัตราทดลงเพื่อดึงกำลังเครื่องยนต์ออกมาใช้งานสูงสุด

แม้ระบบดังกล่าวจะเป็นการทำงานปกติของรถ แต่การคิกดาวน์บ่อยครั้งหรือเร่งแบบรุนแรงเป็นประจำ จะทำให้ชุดเกียร์ต้องรองรับแรงบิดสูงอย่างฉับพลัน ส่งผลให้เกิดการสึกหรอเร็วกว่าปกติ โดยเฉพาะในรถที่มีอายุการใช้งานหลายปีแล้ว

ดูแลเกียร์ออโต้ให้ใช้งานได้นาน ต้องทำอย่างไร?

นอกจากหลีกเลี่ยงพฤติกรรมทั้ง 5 ข้อข้างต้นแล้ว เจ้าของรถควรเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์ตามระยะที่ผู้ผลิตกำหนด หมั่นสังเกตอาการผิดปกติ เช่น เกียร์กระตุก รอบเครื่องสูงผิดปกติ หรือมีเสียงดังขณะเปลี่ยนเกียร์ หากพบความผิดปกติควรนำรถเข้าตรวจเช็กทันที

แม้เกียร์อัตโนมัติในปัจจุบันจะมีความทนทานและเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นมาก แต่การใช้งานอย่างถูกวิธียังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยยืดอายุการใช้งาน ลดความเสี่ยงจากค่าซ่อมราคาแพง และทำให้รถคันโปรดพร้อมใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพในระยะยาว

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล