เส้นแบ่งเลน “สีขาว” และ “สีเหลือง” ต่างกันอย่างไร? ปฏิบัติตามนี้ไม่มีโดนใบสั่ง

เส้นแบ่งเลน “สีขาว” และ “สีเหลือง” ต่างกันอย่างไร? ปฏิบัติตามนี้ไม่มีโดนใบสั่ง

เส้นแบ่งเลน “สีขาว” และ “สีเหลือง” ต่างกันอย่างไร? ปฏิบัติตามนี้ไม่มีโดนใบสั่ง
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เส้นแบ่งเลน “สีขาว” และ “สีเหลือง” ต่างกันอย่างไร? ขับคร่อม-ขับแซงแบบไหนไม่ผิดกฎหมาย

เชื่อว่าผู้ขับขี่รถยนต์หลายคน โดยเฉพาะมือใหม่หัดขับ อาจจะเคยสับสนกับเครื่องหมายจราจรบนพื้นผิวถนน โดยเฉพาะเส้นแบ่งช่องทางจราจรที่มีทั้ง “สีขาว” และ “สีเหลือง” รวมถึงลักษณะของเส้นที่เป็นทั้งเส้นประ เส้นทึบ และเส้นทึบคู่

เส้นจราจรเหล่านี้มีความหมายแตกต่างกันอย่างไร และต้องปฏิบัติอย่างไรให้ถูกต้องเพื่อความปลอดภัยและไม่โดนใบสั่ง Sanook Auto มีคำตอบมาไขข้อข้องใจกัน

หัวใจสำคัญของการแยกสี: สีขาวทางเดียว สีเหลืองสวนเลน

กฎเหล็กข้อแรกที่จำได้ง่ายที่สุดในการแยกแยะเส้นจราจร คือการดูที่ "สี" ของเส้นแบ่งเลนเป็นหลัก:

  • เส้นแบ่งช่องทางจราจร “สีขาว” : ใช้สำหรับถนนที่มีการจัดการจราจรไปใน "ทิศทางเดียวกัน" (One-way หรือถนนหลายเลนที่วิ่งไปทางเดียวกัน)
  • เส้นแบ่งช่องทางจราจร “สีเหลือง” : ใช้สำหรับถนนที่มีการจราจรใน "ทิศทางตรงกันข้าม" (Two-way หรือถนนเลนสวน) ซึ่งจุดนี้ผู้ขับขี่จำเป็นต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษในการขับขี่และแซง

เจาะลึกความหมาย 6 เส้นจราจรยอดฮิต เจอแบบไหนทำอย่างไร?

1. เส้นประสีขาว

เป็นเส้นแบ่งช่องทางจราจรปกติที่พบเห็นได้ทั่วไป โดยรถในทุกเลนจะเดินรถไปในทิศทางเดียวกัน ผู้ขับขี่จะต้องขับรถอยู่ภายในช่องจราจรของตนเอง ไม่ขับรถคร่อมเส้นโดยเด็ดขาด แต่สามารถเปิดไฟเลี้ยวเพื่อขอเปลี่ยนเลน หรือขึ้นแซงได้เมื่อปลอดภัย

2. เส้นประสีเหลือง

เป็นเส้นแบ่งช่องทางจราจรบนถนนเลนสวน (วิ่งสวนทิศทางกัน) ความหมายคือ ผู้ขับขี่สามารถขับขี่ล้ำเส้นขึ้นแซงรถคันหน้าได้ เมื่อประเมินแล้วว่าทัศนวิสัยข้างหน้าเคลียร์และปลอดภัย จากนั้นให้รีบเปิดไฟเลี้ยวและขับกลับเข้ามายังช่องทางเดินรถของตัวเองทันที

3. เส้นทึบสีขาว

เส้นแบ่งช่องทางเดินรถในทิศทางเดียวกัน แต่ "ห้ามผู้ขับขี่เปลี่ยนช่องทางเดินรถหรือแซงในเขตเส้นทึบเด็ดขาด" ส่วนใหญ่จะพบเส้นทึบสีขาวได้ตามบริเวณก่อนถึงทางแยกจราจร คอสะพาน หรือบริเวณไหล่ทาง เพื่อจัดระเบียบรถไม่ให้ขับปาดหน้ากันจนเกิดอุบัติเหตุ

 

4. เส้นทึบสีเหลือง

เส้นแบ่งช่องทางเดินรถที่มีทิศทางตรงกันข้าม (เลนสวน) โดยมีกฎเหล็กว่า "ห้ามผู้ขับขี่ขับล้ำเส้นข้ามไปขึ้นแซงรถคันหน้าเด็ดขาด" เนื่องจากมักจะถูกตีเส้นไว้ในจุดเสี่ยง เช่น ทางโค้ง ทางขึ้นเนิน หรือจุดอับสายตา ซึ่งการแซงจะอันตรายและมีโอกาสประสานงาสูงมาก

5. เส้นทึบคู่สีเหลือง

เป็นเส้นที่เพิ่มความเข้มงวดขึ้นมาจากเส้นทึบเดี่ยว มักพบในทางหลวงสายหลักที่มีรถวิ่งสวนกันด้วยความเร็วสูง มีความหมายคือ "ห้ามผู้ขับขี่ขับล้ำเส้น เปลี่ยนเลน หรือขึ้นแซงโดยเด็ดขาดทั้งสองฝั่งจราจร" ให้ขับตามรถคันหน้าไปจนกว่าจะพ้นเขตเส้นทึบคู่

6. เส้นทึบคู่กับเส้นประสีเหลือง

เส้นแบ่งทิศทางจราจรแบบเลนสวนที่กำหนดสิทธิ์การแซงเฉพาะด้าน โดยให้ดูตำแหน่งรถของเราเป็นหลัก ดังนี้:

  • รถที่อยู่ฝั่งเส้นทึบ: ห้ามขับล้ำเส้น เปลี่ยนเลน หรือขึ้นแซงเด็ดขาด
  • รถที่อยู่ฝั่งเส้นประ: สามารถเปิดไฟเลี้ยว ขับล้ำเส้นเพื่อเปลี่ยนเลน หรือขึ้นแซงได้เมื่อเห็นว่าทางข้างหน้าปลอดภัย

การเข้าใจและปฏิบัติตามกฎของเส้นแบ่งเลนอย่างเคร่งครัด ไม่เพียงแต่จะช่วยให้คุณรอดพ้นจากค่าปรับตามกฎหมายจราจรเท่านั้น แต่ยังเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยลดโอกาสเกิดอุบัติเหตุรุนแรงบนท้องถนนได้ดีที่สุดอีกด้วย

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล