ถุงลมนิรภัยทำงานยังไง โดนแล้วนุ่มหรือเจ็บ? ทำไมต้องรัดเข็มขัดไว้เจอ

หลายคนที่ซื้อรถมา และมีออฟชั่นอย่าง ถุงลมนิรภัย หรือ Airbag เป็นอุปกรณ์ความปลอดภัยที่หลายคนเห็นอยู่ในรถทุกวัน แต่แทบไม่มีใครอยากมีประสบการณ์ใช้งานจริง เพราะมันจะทำงานก็ต่อเมื่อเกิดอุบัติเหตุรุนแรงพอสมควรเท่านั้น ทำให้เราอาจจะเห็นถุงลมทำงานนอยครั้งแล้ว มันทำงานยังไงนุ่มหรือไม่ วันนี้ Sanook Auto มีคำตอบ และเรื่องควรรู้
ถุงลมนิรภัยคืออะไร?
ถุงลมนิรภัย คืออุปกรณ์ความปลอดภัยเสริมภายในรถยนต์ ทำหน้าที่พองตัวขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อเกิดการชน เพื่อช่วยรองรับศีรษะ หน้าอก หรือส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ไม่ให้กระแทกกับพวงมาลัย แผงคอนโซล กระจก เสา หรือชิ้นส่วนแข็งภายในรถโดยตรง
คำว่า “เสริม” เป็นคำสำคัญมาก เพราะถุงลมนิรภัยไม่ได้มาแทนเข็มขัดนิรภัย แต่ถูกออกแบบให้ทำงานร่วมกับเข็มขัดนิรภัย หากไม่คาดเข็มขัด ถุงลมนิรภัยอาจกลายเป็นอันตรายมากกว่าที่คิด
ถุงลมนิรภัยทำงานยังไง?
โดยหลักการแล้ว เมื่อรถเกิดการชนอย่างรุนแรง เซนเซอร์ของรถจะตรวจจับแรงกระแทกและการชะลอตัวอย่างฉับพลัน หากกล่องควบคุมประเมินว่าแรงชนถึงระดับที่จำเป็นต้องใช้ถุงลมนิรภัย ระบบจะสั่งให้ถุงลมพองตัวทันที กระบวนการทั้งหมดเกิดขึ้นเร็วมาก ภายในเสี้ยววินาที ถุงลมนิรภัยจะพองออกมาระหว่างร่างกายผู้โดยสารกับชิ้นส่วนแข็งของรถ จากนั้นจะยุบตัวลงอย่างรวดเร็วผ่านรูระบายอากาศ เพื่อช่วยลดแรงกระแทกและไม่บังผู้ขับหลังการชน
ดังนั้นแล้วการทำงานของถุงลมนิรภัยไม่ได้พองค้างเหมือนลูกโป่ง แต่พองขึ้นเพื่อรับแรงกระแทกในจังหวะสำคัญ แล้วปล่อยลมออกทันทีหลังจากนั้น
เหตุที่ถุงลมนิรภัยต้องพองเร็วมาก?
อุบัติเหตุเกิดขึ้นในเวลาสั้นมาก เมื่อรถชน ร่างกายของผู้โดยสารจะยังเคลื่อนที่ไปข้างหน้าตามแรงเฉื่อย ถุงลมนิรภัยจึงต้องพองตัวให้ทันก่อนที่ศีรษะหรือหน้าอกจะพุ่งไปกระแทกพวงมาลัยหรือแผงคอนโซล
ความเร็วในการพองตัวนี้เองที่ทำให้หลายคนตกใจเมื่อเห็นคลิปทดสอบ เพราะถุงลมนิรภัยไม่ได้ค่อย ๆ ฟูขึ้นแบบหมอน แต่ระเบิดตัวออกมาด้วยแรงสูงมาก เพื่อให้ทันกับจังหวะของการชน
โดนถุงลมนิรภัยแล้วนุ่มไหม?
ถ้าจินตนาการว่าถุงลมนิรภัยนุ่มเหมือนหมอน คำตอบคือ ไม่ใช่ เพราะตอนพองตัว ถุงลมนิรภัยจะมีแรงดันสูงและพุ่งออกมาเร็วมาก ความรู้สึกเมื่อโดนจึงมักเป็นแรงกระแทกที่ค่อนข้างหนัก มากกว่าจะเป็นความนุ่มสบาย
แต่ต้องเข้าใจว่าแรงกระแทกจากถุงลมนิรภัยยังดีกว่าการกระแทกพวงมาลัย แผงคอนโซล หรือกระจกหน้ารถโดยตรง เพราะชิ้นส่วนเหล่านั้นแข็งกว่ามากและอาจทำให้บาดเจ็บรุนแรงกว่า
ดังนั้น ถุงลมนิรภัยอาจทำให้เจ็บ แต่เป็นความเจ็บที่เกิดขึ้นเพื่อช่วยลดโอกาสบาดเจ็บหนักกว่าเดิม
โดนถุงลมนิรภัยแล้วเจ็บตรงไหนได้บ้าง?
ผู้ที่เจอถุงลมนิรภัยทำงานอาจมีอาการบาดเจ็บเล็กน้อยถึงปานกลางได้ เช่น
- แสบผิวหรือมีรอยแดงจากการเสียดสีของถุงลม
- รอยช้ำบริเวณหน้าอก แขน หรือใบหน้า
- เจ็บคอหรือเจ็บหน้าอกจากแรงกระแทกและเข็มขัดนิรภัย
- ระคายเคืองตา จมูก หรือคอจากฝุ่นผงที่ออกมาพร้อมถุงลม
- หูอื้อชั่วคราวจากเสียงและแรงดันขณะถุงลมทำงาน
อาการเหล่านี้อาจเกิดขึ้นได้จากแรงและความเร็วของถุงลมนิรภัย แต่โดยทั่วไปยังถือว่าเบากว่าการไม่มีถุงลมนิรภัยในอุบัติเหตุรุนแรง
ฝุ่นสีขาวหลังถุงลมแตกคืออะไร อันตรายไหม?
หลังถุงลมนิรภัยทำงาน หลายคนอาจเห็นควันหรือฝุ่นสีขาวลอยอยู่ในห้องโดยสาร จนเข้าใจผิดว่าไฟไหม้รถ แต่ส่วนใหญ่เป็นฝุ่นจากกระบวนการพองตัวของถุงลมนิรภัย และสารที่ช่วยให้ถุงลมคลี่ออกได้เร็ว
ฝุ่นเหล่านี้อาจทำให้แสบตา ไอ หรือระคายเคืองผิวได้ โดยเฉพาะคนที่เป็นภูมิแพ้หรือมีปัญหาระบบทางเดินหายใจ หากเกิดอุบัติเหตุแล้วรถยังปลอดภัยพอ ควรรีบออกจากรถ เปิดประตูให้อากาศถ่ายเท และไปพบแพทย์เพื่อตรวจร่างกาย
รัดเข็มขัดไว้ ก่อนสิ่งนี้ออกเพราะ?
วิศวกรด้านความปลอดภัยได้ออกแบบให้ถุงลมนิรภัยออกแบบมาให้ทำงานร่วมกับเข็มขัดนิรภัย ไม่ใช่แทนที่กัน เข็มขัดนิรภัยทำหน้าที่รั้งตัวผู้โดยสารไว้กับเบาะ ลดความเร็วของร่างกาย และจัดตำแหน่งร่างกายให้อยู่ในจุดที่ถุงลมนิรภัยทำงานได้อย่างเหมาะสม หากไม่คาดเข็มขัด ร่างกายอาจพุ่งเข้าหาถุงลมนิรภัยเร็วเกินไป หรืออยู่ใกล้ถุงลมมากเกินขณะที่ถุงลมกำลังพองตัว ซึ่งอาจทำให้บาดเจ็บรุนแรงได้ เพราะไม่มีอะไรรั้งเราเลย
ถุงลมนิรภัยทำงานทุกครั้งที่ชนไหม?
หลายคนสงสัยว่าถ้ารถชนทุกครั้งถุงลมจะออกไหม? ไม่เสมอไป ถุงลมนิรภัยไม่ได้ออกแบบให้ทำงานทุกครั้งที่รถชน แต่จะทำงานเมื่อเซนเซอร์และกล่องควบคุมประเมินว่าแรงชนมีความรุนแรงและทิศทางเหมาะสมพอ ตัวอย่างเช่น หากเป็นการชนเบา ๆ ความเร็วต่ำ เฉี่ยวชนเล็กน้อย หรือชนในมุมที่ไม่กระทบกับบริเวณที่ระบบประเมินว่าจำเป็น ถุงลมนิรภัยอาจไม่ทำงาน แต่รถอาจยังได้รับความเสียหายภายนอกได้
ในทางกลับกัน หากเป็นการชนด้านหน้า ด้านข้าง หรือการกระแทกที่มีแรงรุนแรงพอ ถุงลมนิรภัยที่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งนั้นจึงจะทำงาน เช่น ถุงลมหน้า ถุงลมด้านข้าง หรือม่านถุงลมนิรภัย
รถหนึ่งคันมีถุงลมนิรภัยกี่แบบ?
รถรุ่นใหม่มักมีถุงลมนิรภัยหลายตำแหน่ง ขึ้นอยู่กับรุ่นและระดับอุปกรณ์ เช่น
- ถุงลมนิรภัยคู่หน้า: ปกป้องผู้ขับและผู้โดยสารตอนหน้าเมื่อเกิดการชนด้านหน้า
- ถุงลมนิรภัยด้านข้าง: ช่วยลดแรงกระแทกบริเวณลำตัวเมื่อเกิดการชนด้านข้าง
- ม่านถุงลมนิรภัย: กางลงมาจากหลังคาเพื่อป้องกันศีรษะชนกระจกหรือเสา
- ถุงลมนิรภัยเข่า: ช่วยลดการบาดเจ็บบริเวณขาและช่วยควบคุมตำแหน่งร่างกาย
- ถุงลมนิรภัยกลาง: ในรถบางรุ่น ช่วยลดการชนกันระหว่างผู้ขับและผู้โดยสารตอนหน้า
แม้รถจะมีถุงลมหลายจุด แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกใบจะทำงานพร้อมกัน ระบบจะเลือกถุงลมที่เกี่ยวข้องกับรูปแบบการชนเท่านั้น
สิ่งที่ไม่ควรทำก่อนที่ถุงลมทำงาน
- การนั่งชิดพวงมาลัยหรือ คอนโซลมากไป เพราะถุงลมนิรภัยฝั่งคนขับพองออกมาจากพวงมาลัย หากนั่งชิดพวงมาลัยมากเกินไป ร่างกายจะอยู่ใกล้จุดระเบิดของถุงลมมาก ทำให้ได้รับแรงกระแทกโดยตรงมากกว่าปกติ ท่านั่งที่เหมาะสมคือปรับเบาะให้ห่างจากพวงมาลัยพอสมควร โดยยังสามารถเหยียบแป้นเบรกและควบคุมพวงมาลัยได้ถนัด พนักพิงไม่เอนมากเกินไป และคาดเข็มขัดนิรภัยให้แนบลำตัวเสมอ
- วางของบนคอนโซลหรือหน้าถุงลม ถือเป็นเรื่องอันตรายมาก เพราะเมื่อถุงลมนิรภัยทำงาน มันจะพุ่งออกมาด้วยแรงสูง หากมีวัตถุวางขวางอยู่ เช่น โทรศัพท์ น้ำหอม ตุ๊กตา พระเครื่อง กล่องทิชชู่ หรือของตกแต่งบนคอนโซล สิ่งเหล่านั้นอาจถูกถุงลมผลักกลายเป็นวัตถุพุ่งใส่ผู้โดยสารได้
- ไม่ควรใช้ถุงลมหลังที่ออกมาแล้วเพราะจะทำให้เกิดอันตราย และไม่ควรซ่อมหรือเปลี่ยนถุงลมนิรภัยด้วยอะไหล่ที่ไม่ได้มาตรฐาน เพราะเป็นอุปกรณ์ความปลอดภัยโดยตรง หากทำงานผิดพลาดในอุบัติเหตุครั้งต่อไป อาจเป็นอันตรายต่อชีวิตได้
หลังถุงลมนิรภัยทำงาน รถยังขับต่อได้ไหม?
แม้รถบางคันอาจยังติดเครื่องได้หลังถุงลมนิรภัยทำงาน แต่โดยทั่วไปไม่ควรขับต่อ เพราะระบบความปลอดภัยได้ทำงานไปแล้ว รถอาจมีความเสียหายที่มองไม่เห็น เช่น โครงสร้างตัวถัง ระบบพวงมาลัย ระบบเบรก เซนเซอร์ หรือสายไฟ
หลังเกิดอุบัติเหตุควรจอดในที่ปลอดภัย ดับเครื่อง ตรวจร่างกายผู้โดยสาร โทรขอความช่วยเหลือ และให้รถยกนำรถเข้าศูนย์หรืออู่ที่มีมาตรฐานเพื่อตรวจสอบระบบความปลอดภัยทั้งหมด
ซื้อรถมือสองต้องเช็กถุงลมนิรภัยหรือไม่?
ควรเช็กอย่างยิ่ง โดยเฉพาะรถที่เคยชนหนัก เพราะบางคันอาจเคยมีถุงลมนิรภัยทำงานแล้ว แต่ถูกซ่อมแบบไม่สมบูรณ์ เช่น ใส่ฝาครอบหลอก ปิดไฟเตือน หรือไม่ได้เปลี่ยนระบบ SRS ให้ครบ วิธีสังเกตเบื้องต้นคือเปิดสวิตช์กุญแจแล้วดูว่าไฟ SRS หรือ Airbag ติดขึ้นเพื่อเช็กระบบและดับลงตามปกติหรือไม่ หากไฟไม่ติดเลย ติดค้าง หรือติดแล้วดับผิดจังหวะ ควรให้ช่างที่มีเครื่องสแกนตรวจสอบทันที

สุดท้ายแล้ว การที่รถให้ถุงลมมาให้ถือว่าเขาให้ความสำคัญกับเรา แม้ว่าถุงลมนิรภัยเป็นอุปกรณ์ที่หลายคนไม่เคยสัมผัสจริง และคงไม่มีใครอยากให้มันทำงาน แต่หากเกิดอุบัติเหตุรุนแรง มันคือหนึ่งในระบบสำคัญที่ช่วยลดโอกาสบาดเจ็บหนักได้
สิ่งที่ต้องเข้าใจคือถุงลมนิรภัยไม่ได้พองออกมาอย่างนุ่มนวลเหมือนหมอน แต่พองตัวเร็วและแรงมาก จึงอาจทำให้เจ็บ แสบ หรือมีรอยช้ำได้ อย่างไรก็ตาม ความเจ็บจากถุงลมนิรภัยมักแลกมากับการลดแรงกระแทกที่อันตรายกว่า
หัวใจสำคัญที่สุดคือ ต้องคาดเข็มขัดนิรภัยทุกครั้ง นั่งให้ถูกตำแหน่ง ไม่วางของขวางจุดถุงลม และดูแลระบบ SRS ให้พร้อมใช้งานเสมอ เพราะถุงลมนิรภัยจะช่วยชีวิตได้ดีที่สุดก็ต่อเมื่อผู้ขับและผู้โดยสารใช้งานรถอย่างถูกวิธี เพื่อความปลอดภัย
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี



