5 วิธีทำให้รถประหยัดน้ำมันขึ้น โดยไม่ต้องเปลี่ยนรถใหม่

ต้องยอมรับกับตรงๆ ว่า ในยุคที่ค่าครองชีพและราคาน้ำมันยังเป็นเรื่องที่หลายคนต้องคิดก่อนขับรถออกจากบ้าน การเปลี่ยนรถใหม่เป็นรถไฮบริดหรือรถไฟฟ้าอาจไม่ใช่ทางเลือกที่เหมาะกับทุกคน โดยเฉพาะคนที่ยังผ่อนรถอยู่ หรือรถคันเดิมยังใช้งานได้ดี แต่จริงๆ แล้วแม้จะไม่เปลี่ยนรถใหม่ เจ้าของรถก็ยังสามารถช่วยให้รถคันเดิมประหยัดน้ำมันขึ้นได้ เพียงปรับพฤติกรรมการขับขี่และดูแลรถให้ถูกจุด ซึ่งหลายข้อทำได้ทันทีโดยไม่ต้องเสียเงินมาก
วันนี้ Sanook Auto มีวิธีทำให้รถประหยัดน้ำมันมาฝากกันแบบง่ายๆ พร้อมแล้วมาดูกัน
5 เทคนิคที่ทำให้รถคันเก่าประหยัดน้ำมัน
1. เช็กลมยางให้พอดี อย่าปล่อยให้ลมอ่อน
เรื่องแรกที่คุณทำได้คือ ลมยางเป็นสิ่งที่หลายคนมองข้าม แต่มีผลกับอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันโดยตรง หากลมยางอ่อนเกินไป หน้ายางจะสัมผัสพื้นถนนมากขึ้น ทำให้เครื่องยนต์ต้องใช้แรงมากขึ้นในการขับเคลื่อนรถ ส่งผลให้กินน้ำมันกว่าปกติ
วิธีที่ดีที่สุดคือเช็กลมยางอย่างน้อยเดือนละ 1-2 ครั้ง หรือก่อนเดินทางไกล โดยเติมตามค่าที่ผู้ผลิตกำหนด ซึ่งมักระบุอยู่บริเวณขอบประตูฝั่งคนขับ หรือในคู่มือประจำรถ นอกจากนี้ ไม่ควรเติมลมยางแข็งเกินไปเพื่อหวังประหยัดน้ำมัน เพราะอาจทำให้รถกระด้าง หน้ายางสึกผิดปกติ และลดประสิทธิภาพการยึดเกาะถนน โดยเฉพาะเวลาฝนตกหรือเบรกกะทันหัน

2. ขับให้นุ่มนวล ลดการเร่งและเบรกแบบกะทันหัน
พฤติกรรมการขับขี่มีผลกับค่าน้ำมันมากกว่าที่คิด การออกตัวแรง เหยียบคันเร่งลึก หรือเบรกหนักบ่อย ๆ จะทำให้เครื่องยนต์ใช้เชื้อเพลิงมากขึ้นโดยไม่จำเป็น
หากต้องการให้รถประหยัดน้ำมันขึ้น ควรใช้คันเร่งอย่างนุ่มนวล รักษาความเร็วให้คงที่ และมองสภาพการจราจรล่วงหน้าเพื่อลดการเบรกกะทันหัน เช่น เห็นไฟแดงข้างหน้าให้ค่อย ๆ ถอนคันเร่งแทนการเร่งไปเบรกใกล้ ๆ
สำหรับรถเกียร์อัตโนมัติ การกดคันเร่งแบบค่อยเป็นค่อยไปจะช่วยให้เกียร์เปลี่ยนจังหวะได้เหมาะสมขึ้น ส่วนรถที่มีโหมด Eco ก็สามารถเปิดใช้งานได้ แต่ต้องขับแบบใจเย็นควบคู่กันไป ไม่ใช่เปิด Eco แล้วเหยียบหนักเหมือนเดิม
3. ลดน้ำหนักส่วนเกินในรถ
หลายคนใช้รถเหมือนห้องเก็บของเคลื่อนที่ ทั้งรองเท้า อุปกรณ์กีฬา กล่องเครื่องมือ ของใช้ที่ไม่จำเป็น หรือสัมภาระที่ลืมเอาลงจากรถ ซึ่งน้ำหนักส่วนเกินเหล่านี้ทำให้เครื่องยนต์ต้องทำงานหนักขึ้น การที่ทำให้น้ำหนักรถเพิ่มเล็กน้อยกํจะส่งผลต่อ การกินน้ำมัน โดยเฉพาะรถเล็ก เครื่องยนต์เล็ก หรือรถที่ต้องวิ่งในเมืองและออกตัวบ่อย
ทางที่ดีควรเคลียร์ของท้ายรถและห้องโดยสารเป็นประจำ เหลือไว้เฉพาะของจำเป็น เช่น ชุดปะยาง เครื่องมือพื้นฐาน สายพ่วงแบตเตอรี่ หรืออุปกรณ์ฉุกเฉินเท่านั้น
4. บำรุงรักษาตามระยะ อย่าให้ขาด
รถที่ไม่ได้ดูแลตามระยะมักกินน้ำมันมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว เช่น กรองอากาศตัน หัวเทียนเสื่อม น้ำมันเครื่องเก่า ลิ้นปีกผีเสื้อสกปรก หรือระบบจุดระเบิดทำงานไม่สมบูรณ์ สิ่งเหล่านี้ทำให้การเผาไหม้ไม่มีประสิทธิภาพและสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงมากขึ้น
สิ่งที่ควรทำคือเข้าศูนย์หรืออู่ที่ไว้ใจได้ตามระยะที่กำหนด เปลี่ยนน้ำมันเครื่องให้ตรงเวลา ใช้น้ำมันเครื่องตามเบอร์ที่ผู้ผลิตแนะนำ ตรวจเช็กกรองอากาศ หัวเทียน ระบบจุดระเบิด และระบบเชื้อเพลิงตามความเหมาะสม หากรู้สึกว่ารถกินน้ำมันผิดปกติ อืดกว่าเดิม รอบเดินเบาไม่นิ่ง หรือเร่งแล้วสะดุด ควรรีบตรวจสอบ เพราะบางครั้งปัญหาเล็ก ๆ หากปล่อยไว้นานอาจทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันมากขึ้นและกลายเป็นค่าซ่อมใหญ่ในภายหลัง
5. วางแผนการเดินทางให้เหมาะสม
การประหยัดน้ำมันไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวรถเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับวิธีใช้รถด้วย หากต้องขับฝ่ารถติดทุกวัน ออกเดินทางในช่วงเร่งด่วน หรือวนหาที่จอดนาน ๆ อัตราสิ้นเปลืองย่อมเพิ่มขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ก่อนออกเดินทางควรเช็กเส้นทางผ่านแอปนำทาง เลี่ยงถนนที่ติดหนักหากเป็นไปได้ และรวมธุระหลายอย่างไว้ในทริปเดียว แทนการขับรถออกไปหลายรอบ อีกเรื่องที่ไม่ควรมองข้ามคือการติดเครื่องยนต์ทิ้งไว้ เช่น จอดรอคน เปิดแอร์นอนในรถ หรือสตาร์ตรถทิ้งไว้นานก่อนออกเดินทาง พฤติกรรมเหล่านี้ใช้น้ำมันโดยที่รถไม่ได้เคลื่อนที่เลย หากไม่จำเป็นควรดับเครื่องยนต์หรือใช้เวลาให้น้อยที่สุด
ของแต่งบางอย่างอาจทำให้กินน้ำมันขึ้น
นอกจาก 5 ข้อหลักแล้ว เจ้าของรถควรระวังของแต่งบางประเภทที่อาจทำให้รถสิ้นเปลืองน้ำมันขึ้น เช่น ล้อขนาดใหญ่กว่ามาตรฐาน ยางหน้ากว้างเกินไป แร็คหลังคาที่ติดค้างไว้ตลอดเวลา หรืออุปกรณ์ตกแต่งที่เพิ่มน้ำหนักและแรงต้านอากาศ
แม้ของแต่งเหล่านี้จะช่วยให้รถดูสวยหรือใช้งานได้หลากหลายขึ้น แต่ถ้าเน้นประหยัดน้ำมัน ควรเลือกแต่งอย่างพอดี และถอดอุปกรณ์ที่ไม่ได้ใช้งานออก เช่น แร็คหลังคาหรือกล่องสัมภาระบนหลังคาเมื่อไม่ได้เดินทางไกล

ปิดท้ายก่อนจาก
การทำให้รถคันเดิมประหยัดน้ำมันขึ้นไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการเปลี่ยนรถใหม่เสมอไป แต่เริ่มได้จากเรื่องพื้นฐานใกล้ตัว เช่น เช็กลมยาง ขับให้นุ่มนวล ลดน้ำหนักส่วนเกิน บำรุงรักษาตามระยะ และวางแผนการเดินทางให้ดีขึ้น
แม้แต่ละข้ออาจช่วยประหยัดได้ไม่มากหากทำเพียงอย่างเดียว แต่เมื่อทำต่อเนื่องร่วมกัน จะช่วยลดค่าน้ำมันในระยะยาว ทำให้รถใช้งานได้คุ้มขึ้น และยังช่วยยืดอายุการใช้งานของรถคันเดิมได้อีกด้วย จนถึงเวลาพร้อมก็ค่อยเปลี่ยนคันใหม่ดีกว่า
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี



