Haval H6 เปิดตัว Classic Edition ดีไซน์คุ้นตา อัปเกรดจอใหญ่ 14.6 นิ้ว

GWM เตรียมเปิดตัว Haval H6 รุ่นปรับโฉมใหม่ ในประเทศจีนวันที่ 15 มิถุนายน 2026 โดยรุ่นนี้จะใช้ชื่อว่า 2026 Classic Edition เน้นการปรับรายละเอียดให้กลับมาใกล้เคียงภาพจำของ Haval H6 รุ่นก่อนหน้า แต่เพิ่มเติมเทคโนโลยีในห้องโดยสารให้ทันสมัยขึ้น
Haval H6 ถือเป็นหนึ่งในรถ SUV ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดของ GWM โดยมียอดส่งมอบสะสมมากกว่า 4.5 ล้านคัน นับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกในปี 2011 และเคยครองตำแหน่ง SUV ขายดีในจีนยาวนาน

ปรับโฉมเน้นเรียบง่าย แต่ได้จอใหญ่
การปรับโฉมครั้งนี้เป็นการอัปเดตให้กับ Haval H6 เจเนอเรชันที่ 4 โดย GWM เลือกใช้แนวทาง “กลับสู่พื้นฐาน” หรือ back to basics ทำให้ดีไซน์บางส่วนดูใกล้เคียงกับ Haval H6 เจเนอเรชันที่ 3 มากขึ้น
แม้ภาพรวมภายนอกยังคงคุ้นตา แต่แนวทางของรุ่น Classic Edition สะท้อนให้เห็นว่า GWM อาจต้องการดึงลูกค้ากลุ่มเดิมที่ชอบความเรียบง่าย ใช้งานง่าย และไม่ต้องการดีไซน์หวือหวาจนเกินไปกลับมาอีกครั้ง
จุดเปลี่ยนสำคัญของ Haval H6 รุ่นปรับโฉมอยู่ที่ภายในห้องโดยสาร ซึ่งมีการเปลี่ยนมาใช้หน้าจออินโฟเทนเมนต์ขนาดใหญ่ 14.6 นิ้ว พร้อมชิปประมวลผล Qualcomm Snapdragon 8155 สำหรับระบบห้องโดยสารอัจฉริยะ นอกจากนี้ยังมาพร้อมระบบ Coffee OS ของ GWM ที่รองรับการสั่งงานด้วยเสียงได้ซับซ้อนมากขึ้น ช่วยให้การใช้งานฟีเจอร์ภายในรถ เช่น ระบบนำทาง ความบันเทิง และการควบคุมฟังก์ชันต่างๆ ทำได้สะดวกขึ้นกว่าเดิม
อีกหนึ่งอัปเกรดที่เพิ่มเข้ามาใน Haval H6 2026 Classic Edition คือ ฝาท้ายไฟฟ้า ที่ติดตั้งมาเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ช่วยเพิ่มความสะดวกในการใช้งานประจำวัน โดยเฉพาะผู้ที่ต้องเปิด-ปิดฝาท้ายบ่อย หรือใช้งานรถในลักษณะครอบครัว

ขุมพลังของ Haval H6
Haval H6 รุ่นปรับโฉมใหม่นี้จะมาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบขนาด 1.5 ลิตร กำลังสูงสุด 135 กิโลวัตต์ หรือประมาณ 181 แรงม้า จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด DCT และเป็นระบบขับเคลื่อนล้อหน้าเท่านั้น
สำหรับ Haval H6 รุ่นอื่นในจีนยังมีทางเลือกเครื่องยนต์ 2.0 ลิตรเทอร์โบ กำลังสูงสุด 175 กิโลวัตต์ หรือประมาณ 235 แรงม้า พร้อมเกียร์ 9 สปีด DCT และระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ แต่ในรุ่น Classic Edition ที่ปรับโฉมใหม่นี้ยังคงเน้นเครื่องยนต์ 1.5 ลิตรเป็นหลัก
และ Haval H6 เจเนอเรชันที่ 4 รุ่น Classic Edition ระบุว่าตัวรถมีความยาว 4,653 มม. กว้าง 1,886 มม. สูง 1,730 มม. และมีระยะฐานล้อ 2,738 มม. น้ำหนักตัวรถอยู่ที่ประมาณ 1,560 กก. ช่วงล่างด้านหน้าเป็นแบบ MacPherson Strut ส่วนด้านหลังเป็นแบบ Multi-link ซึ่งเป็นเซตอัปที่พบได้ในรถ SUV ขนาดกลางหลายรุ่น เน้นความสมดุลระหว่างการใช้งานในเมืองและการเดินทางไกล
ด้านระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ Haval H6 2026 Classic Edition จะมีระบบช่วยขับระดับ L2 แต่ยังไม่ใช่ระบบ Coffee Pilot รุ่นล่าสุดของ GWM โดยระบบนี้ใช้กล้องหน้าตัวเดียว และไม่มีเรดาร์ mmWave

อย่างไรก็ตาม รุ่นนี้ยังมีระบบกล้อง 540 องศา สำหรับช่วยจอดและขับในพื้นที่แคบ ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่มีประโยชน์กับรถ SUV ขนาดกลาง โดยเฉพาะการใช้งานในเมืองหรือพื้นที่จอดรถจำกัด
ส่วนราคานั้นแม้ทาง GWM ยังไม่ได้ประกาศราคาของ Haval H6 รุ่นปรับโฉมอย่างเป็นทางการ แต่รุ่นปัจจุบันของ Haval H6 ในจีนมีช่วงราคาอยู่ที่ประมาณ 98,900 - 143,900 หยวน หรือราว 5.0 - 7.3 แสนบาท ตามอัตราแลกเปลี่ยนโดยประมาณ ขณะที่ Haval H6 เจเนอเรชันที่ 4 รุ่น Classic Edition ปัจจุบันมีราคาเริ่มต้นราว 121,900 หยวน หรือประมาณ 6.2 แสนบาท แต่ตลาดจีนมีการแข่งขันสูง ทำให้บางดีลเลอร์มีส่วนลดมากกว่า 30% หรือราว 40,000 หยวน เพื่อกระตุ้นยอดขายเท่านั้น
อัลบั้มภาพ 5 ภาพ
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี







