BMW iM3 อาจเผยโฉมที่ Le Mans พร้อมเทคโนโลยี Quad-Motor สุดโหด

หลังเปิดตัว BMW i3 ซีดานขุมพลังไฟฟ้า หลายคนอาจจะคิดไม่ถึง่า เวอร์ชั่นแรงกำลังจะมาเพราะล่าสุด BMW อาจกำลังเตรียมพาโลกเข้าสู่ยุคใหม่ของรถตระกูล M หลังมีรายงานว่าแบรนด์เยอรมันอาจเผยโฉมรถต้นแบบที่คาดว่าเป็น BMW iM3 หรือ M3 พลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบในงาน 24 Hours of Le Mans หลังรถรุ่นดังกล่าวผ่านการทดสอบอย่างหนักบนสนาม Nürburgring Nordschleife มาแล้วกว่า 8,000 กิโลเมตร
แม้ BMW ยังไม่ได้ประกาศชื่ออย่างเป็นทางการ แต่จากข้อมูลที่ปรากฏ ทั้งดีไซน์ที่อิงแนวทาง Neue Klasse, ตัวถังกว้างขึ้น, กระจกมองข้างทรงคล้ายรถแข่ง และระบบขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 4 ตัว ทำให้หลายฝ่ายเชื่อว่านี่อาจเป็นตัวอย่างแรกของ M3 ไฟฟ้าที่แฟน BMW รอคอย
โดย BMW ได้จัดพื้นที่แฟนโซนภายในสนาม Le Mans โดยมีรถปริศนาถูกซ่อนไว้ในกล่องกระจกขนาดใหญ่ ซึ่งจากภาพที่ถูกเผยแพร่บนโลกออนไลน์ ตัวรถมีลักษณะใกล้เคียงกับภาพหลุดของรถไฟฟ้าสมรรถนะสูงที่ถูกคาดว่าเป็น BMW iM3
แม้ยังไม่มีการยืนยันว่ารถที่อยู่หลังกล่องกระจกคือรุ่นโปรดักชันจริง หรือเป็นเพียงรถต้นแบบเพื่อพรีวิวทิศทางดีไซน์ แต่การเลือกเปิดตัวหรือปล่อยทีเซอร์ในช่วง Le Mans ก็ถือว่าน่าสนใจ เพราะเป็นเวทีที่เชื่อมโยงกับภาพลักษณ์มอเตอร์สปอร์ตของ BMW โดยตรง

ดีไซน์ Neue Klasse แต่ใส่ความดุแบบ M
จากข้อมูลเบื้องต้น รถคันนี้มีพื้นฐานด้านดีไซน์ใกล้เคียงกับ BMW i3 รุ่นไฟฟ้าในตระกูล Neue Klasse แต่ถูกปรับให้ดุดันขึ้นอย่างชัดเจน เช่น ตัวถังที่ดูกว้างขึ้น ซุ้มล้อขยายกว่าเดิม และไฟ Daytime Running Lights แบบ LED ทรงเหลี่ยมที่วางอยู่สองฝั่งของด้านหน้า
จุดที่ถูกพูดถึงมากคือกระจกมองข้าง ซึ่งไม่ได้มีรูปทรงเหมือน BMW M รุ่นโปรดักชันปัจจุบัน แต่ดูคล้ายชิ้นส่วนสไตล์รถแข่งมากกว่า ทำให้มีความเป็นไปได้ว่ารถที่เห็นอาจเป็นรถต้นแบบหรือคอนเซ็ปต์ มากกว่ารุ่นจำหน่ายจริงในทันที
BMW ทดสอบ iM3 บน Nürburgring กว่า 8,000 กม.
BMW เพิ่งปล่อยตอนล่าสุดของสารคดีที่เล่าการพัฒนารถไฟฟ้าสมรรถนะสูงรุ่นนี้ โดยตอนดังกล่าวโฟกัสไปที่การทดสอบอย่างเข้มข้นบนสนาม Nürburgring Nordschleife ซึ่งตัวรถทำระยะทดสอบไปมากกว่า 4,970 ไมล์ หรือประมาณ 8,000 กิโลเมตร
ตัวเลขนี้สะท้อนว่า BMW ไม่ได้ต้องการให้ iM3 เป็นเพียงรถไฟฟ้าที่แรงบนกระดาษ แต่ต้องผ่านการจูนด้านแฮนด์ลิง การกระจายน้ำหนัก การจัดการแรงบิด และความทนทานในสนามจริง เพื่อให้ยังคงบุคลิกของรถ M ไว้ให้ได้มากที่สุด
ใช้มอเตอร์ไฟฟ้า 4 ตัว แยกควบคุมแต่ละล้อ
หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของ BMW iM3 คือระบบขับเคลื่อนแบบ Quad-Motor หรือมอเตอร์ไฟฟ้า 4 ตัว โดยแต่ละล้อจะมีมอเตอร์และชุดเกียร์แยกเป็นของตัวเอง
ระบบนี้ช่วยให้ BMW สามารถควบคุมแรงบิดที่ส่งไปยังล้อแต่ละข้างได้อย่างละเอียดมากขึ้น หรือที่เรียกได้ว่าเป็นการยกระดับระบบ Torque Vectoring ไปอีกขั้น เพราะไม่ใช่แค่เบรกหรือลดกำลังบางล้อ แต่สามารถเพิ่มหรือลดแรงบิดให้แต่ละล้อได้แบบเฉพาะเจาะจง
BMW ระบุว่า เทคโนโลยีใหม่นี้ช่วยผลักขีดจำกัดด้านไดนามิกของรถให้ไกลขึ้น โดยสามารถส่งกำลังไปยังล้อที่ใช้แรงได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด
ผลลัพธ์คือผู้ขับสามารถกลับไปกดคันเร่งได้เร็วขึ้นขณะออกจากโค้ง เพราะระบบจะช่วยจัดการการลื่นไถลของแต่ละล้ออย่างแม่นยำ ทำให้รถไม่ดันออกนอกโค้งแบบอาการ Understeer และไม่ท้ายปัดเกินไปแบบ Oversteer แต่ถูกทั้ง “ดึง” และ “ผลัก” ผ่านโค้งอย่างสมดุล

แม้การมาของ BMW iM3 จะทำให้หลายคนมองว่านี่คือจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ของ M3 แต่รายงานระบุว่า BMW ยังมีแผนให้รถไฟฟ้ารุ่นนี้ทำตลาดควบคู่กับ M3 เครื่องยนต์สันดาปรุ่นปัจจุบัน และ M3 เจเนอเรชันถัดไปที่ใช้รหัส G84
พูดง่าย ๆ คือ BMW ยังไม่ได้ตัดขาดจากเครื่องยนต์สันดาปทันที แต่กำลังเตรียมทางเลือกใหม่สำหรับลูกค้าที่ต้องการสมรรถนะระดับ M ในรูปแบบไฟฟ้าเต็มตัว
แต่ด้วยการนำชื่อ M3 ไปผูกกับรถไฟฟ้าเต็มรูปแบบย่อมเป็นเรื่องใหญ่ เพราะ M3 เป็นหนึ่งในรถที่มีแฟนเหนียวแน่นที่สุดของ BMW และถูกจดจำจากบุคลิกเครื่องยนต์ แฮนด์ลิง น้ำหนัก และความรู้สึกหลังพวงมาลัย
ในมุมหนึ่ง รถไฟฟ้าอาจทำให้แฟนดั้งเดิมบางส่วนรู้สึกกังวล เพราะไม่มีเสียงเครื่องยนต์ ไม่มีรอบจัด และมีน้ำหนักตัวมากกว่าเดิม แต่ในอีกมุมหนึ่ง ระบบมอเตอร์ 4 ตัวอาจเปิดประตูสู่การควบคุมรถระดับใหม่ที่เครื่องยนต์สันดาปทำได้ยาก
BMW iM3 อาจเป็นหนึ่งในรถที่สำคัญที่สุดของ BMW M ในยุคไฟฟ้า เพราะต้องทำหน้าที่พิสูจน์ว่าคำว่า “M” ยังมีความหมายเหมือนเดิม แม้ไม่มีเครื่องยนต์สันดาปอยู่ใต้ฝากระโปรง

จุดที่น่าสนใจไม่ใช่แค่ความแรง แต่คือแนวคิดมอเตอร์ 4 ตัวที่ควบคุมแรงบิดแยกแต่ละล้อได้อย่างละเอียด หาก BMW ทำได้ดี รถคันนี้อาจให้ความรู้สึกการเข้าโค้งและการถ่ายกำลังที่ต่างจาก M3 เครื่องยนต์อย่างสิ้นเชิง แต่ยังคงความสนุกแบบรถ M ในอีกแบบหนึ่ง
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องรอดูคือ BMW จะทำให้รถไฟฟ้าน้ำหนักมากให้รู้สึกคล่อง คม และมีอารมณ์แบบ M ได้แค่ไหน เพราะนี่คือโจทย์ใหญ่ที่สุดของรถ Performance EV ทุกค่ายในยุคนี้
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี



