Lamborghini เบรกแผนรถไฟฟ้า หลังลูกค้ายังไม่อิน EV หันลุย Plug-in Hybrid แทน

Lamborghini เบรกแผนรถไฟฟ้า หลังลูกค้ายังไม่อิน EV หันลุย Plug-in Hybrid แทน

Lamborghini เบรกแผนรถไฟฟ้า หลังลูกค้ายังไม่อิน EV หันลุย Plug-in Hybrid แทน
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

Lamborghini กลายเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ซูเปอร์คาร์ที่เริ่มปรับทิศทางด้านรถไฟฟ้า หลังผู้บริหารระบุว่าความต้องการรถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบในกลุ่มลูกค้าของแบรนด์ยังไม่ได้เพิ่มขึ้นตามที่คาดไว้ ทำให้บริษัทเลือกชะลอแผน EV และให้ความสำคัญกับรถ Plug-in Hybrid มากขึ้นแทน

รายงานจาก Carscoops ระบุว่า Stephan Winkelmann ซีอีโอของ Lamborghini มองว่าการตัดสินใจยุติแผนรถไฟฟ้ารุ่นแรกของแบรนด์อย่าง Lanzador เป็นแนวทางที่ถูกต้อง หลังตลาดเริ่มสะท้อนชัดว่าลูกค้าซูเปอร์คาร์จำนวนมากยังไม่ได้พร้อมเปลี่ยนไปใช้ EV เต็มรูปแบบในตอนนี้ 

Ferrari เดินหน้า EV แต่ Lamborghini เลือกอ่านเกมตลาด

ประเด็นนี้ถูกพูดถึงมากขึ้น หลัง Ferrari เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่อย่าง Ferrari Luce ซึ่งได้รับเสียงวิจารณ์ค่อนข้างหนักในโลกออนไลน์ ทั้งเรื่องดีไซน์และทิศทางของแบรนด์ซูเปอร์คาร์ไฟฟ้า ขณะที่ Lamborghini กลับเลือกแนวทางระมัดระวังกว่า โดยมองว่ารถไฟฟ้าไม่ควรถูก “ยัดเยียด” ให้ลูกค้าหากตลาดยังไม่พร้อม

Winkelmann ไม่ได้โจมตี Ferrari โดยตรง แต่ให้มุมมองว่า นวัตกรรมเป็นเรื่องสำคัญ แต่แบรนด์ต้องดูว่าลูกค้าพร้อมรับนวัตกรรมนั้นหรือไม่ ซึ่งในกรณีของ Lamborghini บริษัทพบว่าความสนใจต่อรถ EV ในกลุ่มลูกค้ายังไม่เพิ่มขึ้นตามเวลา 

Lanzador จากรถไฟฟ้าคันแรก กลายเป็นโปรเจกต์ที่ถูกพับ

ย้อนกลับไป Lamborghini เคยเผยโฉม Lanzador Concept ในปี 2023 โดยวางให้เป็นต้นแบบของรถไฟฟ้ารุ่นแรกของแบรนด์ และเดิมมีกำหนดพัฒนาเป็นรถโปรดักชันภายในปี 2028 แต่ล่าสุด Lamborghini ตัดสินใจยกเลิกแผนดังกล่าว เนื่องจากความต้องการรถไฟฟ้าในกลุ่มลูกค้าของแบรนด์อยู่ในระดับต่ำมาก หรือแทบไม่มีความต้องการอย่างมีนัยสำคัญ

นอกจาก Lanzador แล้ว Lamborghini ยังเปลี่ยนแผนของ Urus เจเนอเรชันถัดไปด้วย จากเดิมที่เคยมีแนวโน้มจะพัฒนาเป็น SUV ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ ล่าสุดบริษัทเลือกให้ Urus รุ่นใหม่มาในรูปแบบ Plug-in Hybrid แทน และคาดว่าจะเปิดตัวราวปี 2029 

ทิศทางนี้ทำให้ Lamborghini ยังสามารถรักษาคาแรกเตอร์ของแบรนด์ไว้ได้ ทั้งเสียง เครื่องยนต์ และอารมณ์การขับขี่แบบซูเปอร์คาร์ ขณะเดียวกันก็ยังลดการปล่อยมลพิษและเดินตามข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมได้ในระดับหนึ่ง

โดยเหตุผลเป็นเช่นนั้นเพราะ สำหรับรถทั่วไป EV อาจตอบโจทย์เรื่องความประหยัด ค่าใช้จ่ายต่อกิโลเมตร และการใช้งานในเมือง แต่สำหรับลูกค้าซูเปอร์คาร์ เหตุผลในการซื้อรถอาจต่างออกไปมาก เพราะสิ่งที่ลูกค้ากลุ่มนี้ต้องการไม่ได้มีแค่ตัวเลขแรงม้าหรืออัตราเร่ง แต่รวมถึงเสียงเครื่องยนต์ ความรู้สึกจากระบบส่งกำลัง บุคลิกของรถ และประสบการณ์ทางอารมณ์

lamborghini-lanzador-concept-_2

แม้รถไฟฟ้าจะให้แรงบิดทันทีและทำอัตราเร่งได้รุนแรงมาก แต่สำหรับแบรนด์อย่าง Lamborghini เสียงคำรามของเครื่องยนต์และบุคลิกแบบดิบ ๆ ยังเป็นส่วนสำคัญของตัวตนแบรนด์ การเปลี่ยนไปเป็น EV เต็มรูปแบบจึงไม่ใช่แค่การเปลี่ยนขุมพลัง แต่เป็นการเปลี่ยนอารมณ์ของรถทั้งคัน

การเลือกเดินทาง Plug-in Hybrid จึงเป็นเหมือนทางออกระหว่างโลกเก่าและโลกใหม่ เพราะยังมีเครื่องยนต์สันดาปให้คาแรกเตอร์แบบซูเปอร์คาร์ ขณะเดียวกันก็มอเตอร์ไฟฟ้ามาช่วยเพิ่มแรงบิด ลดมลพิษ และเพิ่มประสิทธิภาพการขับขี่

ปัจจุบัน Lamborghini ก็เริ่มเดินทางนี้แล้วในหลายรุ่น เช่น Revuelto และ Urus SE ซึ่งสะท้อนว่าแบรนด์ไม่ได้ปฏิเสธไฟฟ้า แต่เลือกใช้ไฟฟ้าในแบบที่ยังไม่ทำลายเสน่ห์หลักของแบรนด์

Carscoops ระบุว่า Lamborghini ไม่ใช่แบรนด์เดียวที่ปรับแผนรถไฟฟ้า เพราะผู้ผลิตรถยนต์หลายรายเริ่มชะลอหรือยกเลิกโปรเจกต์ EV บางส่วน หลังพบว่าความต้องการของตลาดไม่ได้เติบโตเร็วเท่าที่คาดไว้ โดยมีตัวอย่างเช่น Ford และ Honda ที่เคยยกเลิกหรือเลื่อนแผน EV บางรุ่นเช่นกัน 

ภาพรวมนี้สะท้อนว่าตลาดรถยนต์ไฟฟ้ากำลังเข้าสู่ช่วงคัดกรองจริงจังมากขึ้น จากเดิมที่หลายค่ายเคยประกาศเดินหน้า EV เต็มตัว ตอนนี้เริ่มหันกลับมาดูความพร้อมของลูกค้า โครงสร้างพื้นฐาน ต้นทุนแบตเตอรี่ และภาพลักษณ์ของแต่ละแบรนด์มากขึ้น 

อัลบั้มภาพ 19 ภาพ

อัลบั้มภาพ 19 ภาพ ของ Lamborghini เบรกแผนรถไฟฟ้า หลังลูกค้ายังไม่อิน EV หันลุย Plug-in Hybrid แทน

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล