ขาดต่อภาษีรถเกิน 3 ปี ทำยังไง? ทะเบียนถูกระงับ ต้องทำอะไรบ้าง

ขาดต่อภาษีรถเกิน 3 ปี ทำยังไง? ทะเบียนถูกระงับ ต้องทำอะไรบ้าง

ขาดต่อภาษีรถเกิน 3 ปี ทำยังไง? ทะเบียนถูกระงับ ต้องทำอะไรบ้าง
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ใครที่มีรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์แต่ไม่ได้ใช้งานเป็นเวลานาน อาจคิดว่า “ไม่ได้ขับก็ไม่เป็นไร” แล้วปล่อยให้ภาษีรถขาดต่อไปเรื่อย ๆ แต่รู้หรือไม่ว่า หากค้างชำระภาษีรถประจำปี ติดต่อกันครบ 3 ปี รถอาจเข้าสู่สถานะ ทะเบียนถูกระงับ ซึ่งไม่สามารถต่อภาษีผ่านระบบออนไลน์ตามขั้นตอนปกติได้

ดังนั้น หากกำลังสงสัยว่า ขาดต่อภาษีรถเกิน 3 ปี ทำยังไง? ขาดภาษีรถ 3 ปี ต่อได้ไหม? หรือทะเบียนถูกระงับแล้วต้องทำอย่างไร Sanook สรุปขั้นตอนสำคัญให้เข้าใจง่ายก่อนเดินทางไปสำนักงานขนส่ง

ขาดต่อภาษีรถกี่ปี ทะเบียนถึงจะถูกระงับ?

กรมการขนส่งทางบกระบุเงื่อนไขการชำระภาษีรถออนไลน์ว่า รถที่จะยื่นชำระภาษีผ่านระบบ e-Service ต้องเป็นรถที่มีสถานะทางทะเบียนปกติ และ ต้องไม่เป็นรถที่ถูกระงับทะเบียนเนื่องจากค้างชำระภาษีประจำปีติดต่อกันครบ 3 ปี

พูดง่าย ๆ คือ การขาดภาษี 1 ปีหรือ 2 ปี ยังมีขั้นตอนชำระภาษีและเงินเพิ่มตามเงื่อนไข แต่เมื่อค้างชำระภาษีติดต่อกันครบ 3 ปี จะเข้าสู่กรณีที่ทะเบียนถูกระงับ และต้องดำเนินการกับสำนักงานขนส่งตามขั้นตอนที่กำหนด

ขาดภาษีรถ 3 ปี ต่อออนไลน์ได้ไหม?

ไม่ได้ผ่านระบบ e-Service ตามขั้นตอนปกติ หากรถถูกระงับทะเบียนเนื่องจากค้างชำระภาษีติดต่อกันครบ 3 ปี เพราะกรมการขนส่งทางบกระบุไว้เป็นหนึ่งในเงื่อนไขของรถที่ไม่สามารถยื่นชำระภาษีออนไลน์ได้

ดังนั้น หากลองกรอกข้อมูลในระบบแล้วไม่สามารถดำเนินการต่อได้ และรถเข้าข่ายค้างภาษีครบ 3 ปี ควรตรวจสอบสถานะรถและติดต่อสำนักงานขนส่งเพื่อดำเนินการในขั้นตอนต่อไป

ทะเบียนถูกระงับแล้ว รถยังนำมาขับได้หรือไม่?

เมื่อทะเบียนรถถูกระงับ ไม่ควรนำรถออกมาใช้งานบนถนนโดยถือว่ายังมีสถานะทะเบียนปกติ เพราะการระงับทะเบียนมีผลต่อสถานะทางทะเบียนของรถ

สิ่งที่ควรทำคือดำเนินการแก้ไขสถานะกับกรมการขนส่งทางบกให้เรียบร้อยก่อนนำรถกลับมาใช้งานตามกฎหมาย

ข้อสำคัญ: “ทะเบียนถูกระงับ” ไม่ได้หมายความว่ารถถูกยึดหรือหมดสิทธิ์เป็นเจ้าของรถ แต่เจ้าของรถต้องดำเนินการตามขั้นตอนที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด

ขาดต่อภาษีรถเกิน 3 ปี ต้องทำอย่างไร?

หากรถเข้าสู่กรณีทะเบียนถูกระงับแล้ว ขั้นตอนจะไม่เหมือนการต่อภาษีประจำปีทั่วไป โดยควรเตรียมตัวดังนี้

1. ตรวจสอบสถานะรถและภาษีค้างชำระ

ก่อนเดินทางไปสำนักงานขนส่ง สามารถตรวจสอบข้อมูลภาษีรถประจำปีและข้อมูลที่เกี่ยวข้องผ่านระบบ e-Service ของกรมการขนส่งทางบกได้ โดยระบบมีเมนูสำหรับสอบถามข้อมูลค่าภาษีรถประจำปี รวมถึงข้อมูลภาษีค้างชำระและสถานะรถ

หากพบว่ารถถูกระงับทะเบียนเพราะค้างภาษีครบ 3 ปี จะไม่สามารถใช้ช่องทางต่อภาษีออนไลน์ตามปกติได้

2. ติดต่อสำนักงานขนส่ง

กรณีทะเบียนถูกระงับ ควรติดต่อสำนักงานขนส่งเพื่อสอบถามขั้นตอนที่ตรงกับสถานะของรถและดำเนินการเรื่องภาษีที่ค้างอยู่

เอกสารที่ควรเตรียม เช่น ใบคู่มือจดทะเบียนรถ และเอกสารประจำตัวของเจ้าของรถ ส่วนเอกสารหรือหลักฐานอื่น ๆ อาจแตกต่างกันตามกรณี จึงควรสอบถามสำนักงานขนส่งก่อนเดินทาง

3. ชำระภาษีที่ค้างและเงินเพิ่มตามที่กำหนด

การชำระภาษีล่าช้าจะมีเงินเพิ่มตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด โดยจำนวนเงินที่ต้องชำระจริงขึ้นอยู่กับรายละเอียดของรถและภาษีที่ค้างอยู่

จึงไม่ควรเหมารวมว่ารถที่ขาดภาษี 3 ปี 5 ปี หรือมากกว่านั้น จะต้องจ่ายเงินจำนวนเท่ากันทุกคัน

4. ตรวจสภาพรถตามเงื่อนไข

รถบางกรณีต้องผ่านการตรวจสภาพก่อนดำเนินการเรื่องภาษี โดยกรมการขนส่งทางบกระบุว่า ระบบ e-Service จะตรวจสอบผลการตรวจสภาพจากสถานตรวจสภาพรถ (ตรอ.) สำหรับรถที่เข้าหลักเกณฑ์ต้องตรวจสภาพก่อนชำระภาษี

ดังนั้น ไม่ควรสรุปว่ารถทุกคันที่ขาดภาษีเกิน 3 ปีต้องไปตรวจที่ ตรอ. เหมือนกันทั้งหมด เพราะรายละเอียดขึ้นอยู่กับประเภทรถ อายุรถ และเงื่อนไขของกรมการขนส่งทางบก

5. จัดการเรื่อง พ.ร.บ.

การชำระภาษีรถประจำปีต้องมีข้อมูลประกันภัยภาคบังคับ หรือ พ.ร.บ. ให้ระบบตรวจสอบตามเงื่อนไข โดยกรมการขนส่งทางบกระบุว่าระบบ e-Service จะตรวจสอบข้อมูล พ.ร.บ. จากระบบของสำนักงาน คปภ.

ดังนั้น หาก พ.ร.บ. เดิมหมดอายุแล้ว ควรดำเนินการให้มี พ.ร.บ. ตามที่กฎหมายกำหนดก่อนเข้าสู่ขั้นตอนชำระภาษี

6. ดำเนินการเรื่องทะเบียนและแผ่นป้ายตามที่สำนักงานขนส่งกำหนด

เมื่อรถเข้าสู่กรณีทะเบียนถูกระงับ ขั้นตอนด้านทะเบียนและแผ่นป้ายจะต้องดำเนินการตามหลักเกณฑ์ของกรมการขนส่งทางบก ไม่ควรเข้าใจว่าเพียงชำระภาษีค้างแล้วสถานะรถจะกลับมาเป็นปกติโดยอัตโนมัติ

รายละเอียดการดำเนินการอาจแตกต่างกันตามประเภทรถและสถานะทะเบียนของแต่ละคัน จึงควรให้สำนักงานขนส่งตรวจสอบเป็นรายกรณี

ขาดภาษีรถต้องเสียค่าปรับเท่าไร?

การชำระภาษีล่าช้ามี เงินเพิ่ม ตามที่กฎหมายกำหนด ดังนั้นจำนวนเงินที่ต้องจ่ายจะขึ้นอยู่กับภาษีของรถคันนั้นและระยะเวลาที่ค้างชำระ

กรมการขนส่งทางบกมีระบบให้ประชาชนตรวจสอบข้อมูลภาษีค้างชำระและสถานะรถได้ โดยผลการค้นหาจะแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับภาษีและเงินเพิ่มตามข้อมูลของรถ

เพราะฉะนั้น หากต้องการทราบว่า ขาดภาษีรถ 3 ปี ต้องจ่ายเท่าไร วิธีที่แม่นที่สุดคือเช็กข้อมูลจากระบบของกรมการขนส่งทางบกหรือสอบถามสำนักงานขนส่งโดยตรง แทนการคำนวณจากระยะเวลาที่ขาดเพียงอย่างเดียว

เช็กภาษีรถออนไลน์ได้ที่ไหน?

กรมการขนส่งทางบกมีระบบ e-Service สำหรับสอบถามข้อมูลค่าภาษีรถประจำปี ภาษีค้างชำระ และสถานะรถ รวมถึงบริการชำระภาษีรถออนไลน์สำหรับรถที่เข้าเงื่อนไข

เว็บไซต์กรมการขนส่งทางบก: https://eservice.dlt.go.th

อย่างไรก็ตาม รถที่ถูกระงับทะเบียนเพราะค้างชำระภาษีติดต่อกันครบ 3 ปี จะไม่เข้าเงื่อนไขการยื่นชำระภาษีออนไลน์ตามปกติ

สรุป ขาดต่อภาษีรถเกิน 3 ปี ต้องทำยังไง?

หากปล่อยให้รถขาดชำระภาษีประจำปี ติดต่อกันครบ 3 ปี ต้องระวังเรื่องการถูกระงับทะเบียน และจะไม่สามารถต่อภาษีผ่าน e-Service ตามขั้นตอนปกติได้

สิ่งที่ควรทำคือ

เช็กสถานะรถ → ติดต่อสำนักงานขนส่ง → ตรวจสอบภาษีค้างและเงินเพิ่ม → ตรวจสภาพรถตามเงื่อนไข → จัดการ พ.ร.บ. → ดำเนินการด้านทะเบียนและแผ่นป้ายตามที่เจ้าหน้าที่กำหนด

หากไม่แน่ใจว่ารถของตัวเองอยู่ในสถานะใด สามารถตรวจสอบข้อมูลภาษีและสถานะรถผ่านระบบ e-Service ของกรมการขนส่งทางบก หรือสอบถามกรมการขนส่งทางบกโดยตรงก่อนเดินทางไปสำนักงานขนส่ง

สายด่วนกรมการขนส่งทางบก โทร. 1584

รวมคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเรื่องการต่อภาษีรถ

ขาดภาษีรถติดต่อกันครบ 3 ปี ทะเบียนถูกระงับจริงไหม?
ใช่ หากค้างชำระภาษีประจำปีติดต่อกันครบ 3 ปี รถจะเข้ากรณีทะเบียนถูกระงับตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง และไม่สามารถใช้ระบบ e-Service ต่อภาษีตามขั้นตอนปกติได้

ขาดภาษีรถเกิน 3 ปี ต่อออนไลน์ได้ไหม?
ไม่ได้ผ่านขั้นตอน e-Service ปกติ หากรถถูกระงับทะเบียนเนื่องจากค้างชำระภาษีครบ 3 ปี

ขาดภาษีรถหลายปี ต้องจ่ายย้อนหลังทุกปีไหม?
จำนวนเงินที่ต้องชำระต้องตรวจสอบตามสถานะและรายละเอียดของรถแต่ละคัน ไม่ควรเหมารวมว่าต้องจ่ายเท่ากับจำนวนปีที่ขาดทั้งหมด

รถจักรยานยนต์ขาดภาษีเกิน 3 ปีเหมือนรถยนต์หรือไม่?
กรณีรถจักรยานยนต์ที่เข้าข่ายค้างชำระภาษีติดต่อกันครบ 3 ปี ก็ควรตรวจสอบสถานะทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกเช่นเดียวกัน โดยขั้นตอนตรวจสภาพและเอกสารอาจแตกต่างตามประเภทรถ

ขาดภาษีรถ 1-2 ปีเหมือนขาดครบ 3 ปีหรือไม่?
ไม่เหมือนกัน เพราะกรณีค้างภาษีครบ 3 ปีมีผลต่อสถานะทะเบียนและไม่สามารถใช้ช่องทาง e-Service ตามปกติได้

ถ้าขาดภาษี 1 ปี 
โดยหลักยังสามารถดำเนินการชำระภาษีประจำปีได้ แต่ต้องชำระ ภาษีที่ค้าง + เงินเพิ่มตามกฎหมาย และต้องมี พ.ร.บ. ตามเงื่อนไข

ถ้าขาดภาษี 2 ปี หรือ ค้างเกิน 1 ปี แต่ไม่เกิน 3 ปี
ต้องผ่านการตรวจสภาพรถจาก ตรอ. ก่อนชำระภาษีตามเงื่อนไขของ DLT และต้องชำระภาษีที่ค้างพร้อมเงินเพิ่ม

อ่านเพิ่มเติม

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล