ขาดต่อภาษีรถเกิน 3 ปี ทำยังไง? ทะเบียนถูกระงับ ต้องทำอะไรบ้าง

ใครที่มีรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์แต่ไม่ได้ใช้งานเป็นเวลานาน อาจคิดว่า “ไม่ได้ขับก็ไม่เป็นไร” แล้วปล่อยให้ภาษีรถขาดต่อไปเรื่อย ๆ แต่รู้หรือไม่ว่า หากค้างชำระภาษีรถประจำปี ติดต่อกันครบ 3 ปี รถอาจเข้าสู่สถานะ ทะเบียนถูกระงับ ซึ่งไม่สามารถต่อภาษีผ่านระบบออนไลน์ตามขั้นตอนปกติได้
ดังนั้น หากกำลังสงสัยว่า ขาดต่อภาษีรถเกิน 3 ปี ทำยังไง? ขาดภาษีรถ 3 ปี ต่อได้ไหม? หรือทะเบียนถูกระงับแล้วต้องทำอย่างไร Sanook สรุปขั้นตอนสำคัญให้เข้าใจง่ายก่อนเดินทางไปสำนักงานขนส่ง
ขาดต่อภาษีรถกี่ปี ทะเบียนถึงจะถูกระงับ?
กรมการขนส่งทางบกระบุเงื่อนไขการชำระภาษีรถออนไลน์ว่า รถที่จะยื่นชำระภาษีผ่านระบบ e-Service ต้องเป็นรถที่มีสถานะทางทะเบียนปกติ และ ต้องไม่เป็นรถที่ถูกระงับทะเบียนเนื่องจากค้างชำระภาษีประจำปีติดต่อกันครบ 3 ปี
พูดง่าย ๆ คือ การขาดภาษี 1 ปีหรือ 2 ปี ยังมีขั้นตอนชำระภาษีและเงินเพิ่มตามเงื่อนไข แต่เมื่อค้างชำระภาษีติดต่อกันครบ 3 ปี จะเข้าสู่กรณีที่ทะเบียนถูกระงับ และต้องดำเนินการกับสำนักงานขนส่งตามขั้นตอนที่กำหนด
ขาดภาษีรถ 3 ปี ต่อออนไลน์ได้ไหม?
ไม่ได้ผ่านระบบ e-Service ตามขั้นตอนปกติ หากรถถูกระงับทะเบียนเนื่องจากค้างชำระภาษีติดต่อกันครบ 3 ปี เพราะกรมการขนส่งทางบกระบุไว้เป็นหนึ่งในเงื่อนไขของรถที่ไม่สามารถยื่นชำระภาษีออนไลน์ได้
ดังนั้น หากลองกรอกข้อมูลในระบบแล้วไม่สามารถดำเนินการต่อได้ และรถเข้าข่ายค้างภาษีครบ 3 ปี ควรตรวจสอบสถานะรถและติดต่อสำนักงานขนส่งเพื่อดำเนินการในขั้นตอนต่อไป
ทะเบียนถูกระงับแล้ว รถยังนำมาขับได้หรือไม่?
เมื่อทะเบียนรถถูกระงับ ไม่ควรนำรถออกมาใช้งานบนถนนโดยถือว่ายังมีสถานะทะเบียนปกติ เพราะการระงับทะเบียนมีผลต่อสถานะทางทะเบียนของรถ
สิ่งที่ควรทำคือดำเนินการแก้ไขสถานะกับกรมการขนส่งทางบกให้เรียบร้อยก่อนนำรถกลับมาใช้งานตามกฎหมาย
ข้อสำคัญ: “ทะเบียนถูกระงับ” ไม่ได้หมายความว่ารถถูกยึดหรือหมดสิทธิ์เป็นเจ้าของรถ แต่เจ้าของรถต้องดำเนินการตามขั้นตอนที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด
ขาดต่อภาษีรถเกิน 3 ปี ต้องทำอย่างไร?
หากรถเข้าสู่กรณีทะเบียนถูกระงับแล้ว ขั้นตอนจะไม่เหมือนการต่อภาษีประจำปีทั่วไป โดยควรเตรียมตัวดังนี้
1. ตรวจสอบสถานะรถและภาษีค้างชำระ
ก่อนเดินทางไปสำนักงานขนส่ง สามารถตรวจสอบข้อมูลภาษีรถประจำปีและข้อมูลที่เกี่ยวข้องผ่านระบบ e-Service ของกรมการขนส่งทางบกได้ โดยระบบมีเมนูสำหรับสอบถามข้อมูลค่าภาษีรถประจำปี รวมถึงข้อมูลภาษีค้างชำระและสถานะรถ
หากพบว่ารถถูกระงับทะเบียนเพราะค้างภาษีครบ 3 ปี จะไม่สามารถใช้ช่องทางต่อภาษีออนไลน์ตามปกติได้
2. ติดต่อสำนักงานขนส่ง
กรณีทะเบียนถูกระงับ ควรติดต่อสำนักงานขนส่งเพื่อสอบถามขั้นตอนที่ตรงกับสถานะของรถและดำเนินการเรื่องภาษีที่ค้างอยู่
เอกสารที่ควรเตรียม เช่น ใบคู่มือจดทะเบียนรถ และเอกสารประจำตัวของเจ้าของรถ ส่วนเอกสารหรือหลักฐานอื่น ๆ อาจแตกต่างกันตามกรณี จึงควรสอบถามสำนักงานขนส่งก่อนเดินทาง
3. ชำระภาษีที่ค้างและเงินเพิ่มตามที่กำหนด
การชำระภาษีล่าช้าจะมีเงินเพิ่มตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด โดยจำนวนเงินที่ต้องชำระจริงขึ้นอยู่กับรายละเอียดของรถและภาษีที่ค้างอยู่
จึงไม่ควรเหมารวมว่ารถที่ขาดภาษี 3 ปี 5 ปี หรือมากกว่านั้น จะต้องจ่ายเงินจำนวนเท่ากันทุกคัน
4. ตรวจสภาพรถตามเงื่อนไข
รถบางกรณีต้องผ่านการตรวจสภาพก่อนดำเนินการเรื่องภาษี โดยกรมการขนส่งทางบกระบุว่า ระบบ e-Service จะตรวจสอบผลการตรวจสภาพจากสถานตรวจสภาพรถ (ตรอ.) สำหรับรถที่เข้าหลักเกณฑ์ต้องตรวจสภาพก่อนชำระภาษี
ดังนั้น ไม่ควรสรุปว่ารถทุกคันที่ขาดภาษีเกิน 3 ปีต้องไปตรวจที่ ตรอ. เหมือนกันทั้งหมด เพราะรายละเอียดขึ้นอยู่กับประเภทรถ อายุรถ และเงื่อนไขของกรมการขนส่งทางบก
5. จัดการเรื่อง พ.ร.บ.
การชำระภาษีรถประจำปีต้องมีข้อมูลประกันภัยภาคบังคับ หรือ พ.ร.บ. ให้ระบบตรวจสอบตามเงื่อนไข โดยกรมการขนส่งทางบกระบุว่าระบบ e-Service จะตรวจสอบข้อมูล พ.ร.บ. จากระบบของสำนักงาน คปภ.
ดังนั้น หาก พ.ร.บ. เดิมหมดอายุแล้ว ควรดำเนินการให้มี พ.ร.บ. ตามที่กฎหมายกำหนดก่อนเข้าสู่ขั้นตอนชำระภาษี
6. ดำเนินการเรื่องทะเบียนและแผ่นป้ายตามที่สำนักงานขนส่งกำหนด
เมื่อรถเข้าสู่กรณีทะเบียนถูกระงับ ขั้นตอนด้านทะเบียนและแผ่นป้ายจะต้องดำเนินการตามหลักเกณฑ์ของกรมการขนส่งทางบก ไม่ควรเข้าใจว่าเพียงชำระภาษีค้างแล้วสถานะรถจะกลับมาเป็นปกติโดยอัตโนมัติ
รายละเอียดการดำเนินการอาจแตกต่างกันตามประเภทรถและสถานะทะเบียนของแต่ละคัน จึงควรให้สำนักงานขนส่งตรวจสอบเป็นรายกรณี
ขาดภาษีรถต้องเสียค่าปรับเท่าไร?
การชำระภาษีล่าช้ามี เงินเพิ่ม ตามที่กฎหมายกำหนด ดังนั้นจำนวนเงินที่ต้องจ่ายจะขึ้นอยู่กับภาษีของรถคันนั้นและระยะเวลาที่ค้างชำระ
กรมการขนส่งทางบกมีระบบให้ประชาชนตรวจสอบข้อมูลภาษีค้างชำระและสถานะรถได้ โดยผลการค้นหาจะแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับภาษีและเงินเพิ่มตามข้อมูลของรถ
เพราะฉะนั้น หากต้องการทราบว่า ขาดภาษีรถ 3 ปี ต้องจ่ายเท่าไร วิธีที่แม่นที่สุดคือเช็กข้อมูลจากระบบของกรมการขนส่งทางบกหรือสอบถามสำนักงานขนส่งโดยตรง แทนการคำนวณจากระยะเวลาที่ขาดเพียงอย่างเดียว
เช็กภาษีรถออนไลน์ได้ที่ไหน?
กรมการขนส่งทางบกมีระบบ e-Service สำหรับสอบถามข้อมูลค่าภาษีรถประจำปี ภาษีค้างชำระ และสถานะรถ รวมถึงบริการชำระภาษีรถออนไลน์สำหรับรถที่เข้าเงื่อนไข
เว็บไซต์กรมการขนส่งทางบก: https://eservice.dlt.go.th
อย่างไรก็ตาม รถที่ถูกระงับทะเบียนเพราะค้างชำระภาษีติดต่อกันครบ 3 ปี จะไม่เข้าเงื่อนไขการยื่นชำระภาษีออนไลน์ตามปกติ
สรุป ขาดต่อภาษีรถเกิน 3 ปี ต้องทำยังไง?
หากปล่อยให้รถขาดชำระภาษีประจำปี ติดต่อกันครบ 3 ปี ต้องระวังเรื่องการถูกระงับทะเบียน และจะไม่สามารถต่อภาษีผ่าน e-Service ตามขั้นตอนปกติได้
สิ่งที่ควรทำคือ
เช็กสถานะรถ → ติดต่อสำนักงานขนส่ง → ตรวจสอบภาษีค้างและเงินเพิ่ม → ตรวจสภาพรถตามเงื่อนไข → จัดการ พ.ร.บ. → ดำเนินการด้านทะเบียนและแผ่นป้ายตามที่เจ้าหน้าที่กำหนด
หากไม่แน่ใจว่ารถของตัวเองอยู่ในสถานะใด สามารถตรวจสอบข้อมูลภาษีและสถานะรถผ่านระบบ e-Service ของกรมการขนส่งทางบก หรือสอบถามกรมการขนส่งทางบกโดยตรงก่อนเดินทางไปสำนักงานขนส่ง
สายด่วนกรมการขนส่งทางบก โทร. 1584
รวมคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเรื่องการต่อภาษีรถ
ขาดภาษีรถติดต่อกันครบ 3 ปี ทะเบียนถูกระงับจริงไหม?
ใช่ หากค้างชำระภาษีประจำปีติดต่อกันครบ 3 ปี รถจะเข้ากรณีทะเบียนถูกระงับตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง และไม่สามารถใช้ระบบ e-Service ต่อภาษีตามขั้นตอนปกติได้
ขาดภาษีรถเกิน 3 ปี ต่อออนไลน์ได้ไหม?
ไม่ได้ผ่านขั้นตอน e-Service ปกติ หากรถถูกระงับทะเบียนเนื่องจากค้างชำระภาษีครบ 3 ปี
ขาดภาษีรถหลายปี ต้องจ่ายย้อนหลังทุกปีไหม?
จำนวนเงินที่ต้องชำระต้องตรวจสอบตามสถานะและรายละเอียดของรถแต่ละคัน ไม่ควรเหมารวมว่าต้องจ่ายเท่ากับจำนวนปีที่ขาดทั้งหมด
รถจักรยานยนต์ขาดภาษีเกิน 3 ปีเหมือนรถยนต์หรือไม่?
กรณีรถจักรยานยนต์ที่เข้าข่ายค้างชำระภาษีติดต่อกันครบ 3 ปี ก็ควรตรวจสอบสถานะทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกเช่นเดียวกัน โดยขั้นตอนตรวจสภาพและเอกสารอาจแตกต่างตามประเภทรถ
ขาดภาษีรถ 1-2 ปีเหมือนขาดครบ 3 ปีหรือไม่?
ไม่เหมือนกัน เพราะกรณีค้างภาษีครบ 3 ปีมีผลต่อสถานะทะเบียนและไม่สามารถใช้ช่องทาง e-Service ตามปกติได้
ถ้าขาดภาษี 1 ปี
โดยหลักยังสามารถดำเนินการชำระภาษีประจำปีได้ แต่ต้องชำระ ภาษีที่ค้าง + เงินเพิ่มตามกฎหมาย และต้องมี พ.ร.บ. ตามเงื่อนไข
ถ้าขาดภาษี 2 ปี หรือ ค้างเกิน 1 ปี แต่ไม่เกิน 3 ปี
ต้องผ่านการตรวจสภาพรถจาก ตรอ. ก่อนชำระภาษีตามเงื่อนไขของ DLT และต้องชำระภาษีที่ค้างพร้อมเงินเพิ่ม
อ่านเพิ่มเติม
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี




