ค่าซ่อมรถ vs ค่าสินไหม ต่างกันยังไง? รู้ไว้ใช้ให้ถูก ไม่เสียสิทธิ์

ค่าซ่อมรถ vs ค่าสินไหม ต่างกันยังไง? รู้ไว้ใช้ให้ถูก ไม่เสียสิทธิ์

ค่าซ่อมรถ vs ค่าสินไหม ต่างกันยังไง? รู้ไว้ใช้ให้ถูก ไม่เสียสิทธิ์
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ทุกครั้งที่เวลาเกิดอุบัติเหตุ หลายคนมักโฟกัสแค่ “ค่าซ่อมรถ” ให้กลับมาเหมือนเดิม แต่พอเอาเข้าอู่หรือศูนย์ซ่อมแล้วออกมาพบว่าในใบคำสั่งเรียกว่า “ค่าสินไหมทดแทน” ที่ครอบคลุมมากกว่าที่หลายคนคิด 

วันนี้ Sanook Auto มีคำตอบว่าทำไมที่แตกต่างกัน

ค่าสินไหมทดแทน คืออะไร?

ตามกฎหมาย ค่าสินไหมทดแทน คือการทำให้ผู้เสียหาย “กลับมาใกล้เคียงสภาพเดิมก่อนเกิดเหตุ” มากที่สุด ไม่ใช่แค่ซ่อมรถให้วิ่งได้เท่านั้น

  • ค่าซ่อมรถ: ซ่อมให้รถกลับมาใช้งานได้
  • ค่าสินไหม: ชดเชยความเสียหายทั้งหมดที่เกิดขึ้น

สิ่งที่ค่าสินไหมครอบคลุม 

  1. ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ ระหว่างรถซ่อม คุณต้องเสียค่าเดินทาง เช่น แท็กซี่ หรือเช่ารถ สามารถเรียกได้ประมาณ 500 – 1,000 บาท/วัน
  2. ค่าเสื่อมราคารถ รถที่เคยชน ต่อให้ซ่อมดี ราคาขายต่อก็ตก สามารถเรียกค่าเสียหายส่วนนี้ได้
  3. ค่าบาดเจ็บและค่าขาดรายได้ หากมีอาการบาดเจ็บ ค่ารักษาพยาบาล หรือรายได้ที่หายไป สามารถรวมในค่าสินไหมได้ทั้งหมด

 gettyimages-150415680-170667a

ทำไมประกันถึงใช้คำว่า “ค่าสินไหม”

บริษัทประกันใช้คำนี้เพื่อให้ครอบคลุมทุกกรณี ตั้งแต่ชนเล็กน้อยไปจนถึงกรณีรถเสียหายหนัก ส่วนในกรณีที่รถเสียหายจนไม่คุ้มซ่อม (Total Loss) ประกันจะจ่ายเป็น มูลค่ารถทั้งคัน แทนการซ่อม

อย่างไรก็ตาม ถ้าคุณเป็นฝ่ายถูก อย่าเรียกแค่ “ค่าซ่อมรถ” แต่ควรเรียก “ค่าสินไหมทดแทน” เพื่อให้ครอบคลุมค่าเสียหายทั้งหมด โดยเฉพาะค่าเดินทาง ค่าเสียเวลา หรือค่าเสื่อมรถ ซึ่งหลายคนมักลืมเรียก และทำให้เสียสิทธิ์โดยไม่รู้ตัว

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล