ค่าซ่อมรถ vs ค่าสินไหม ต่างกันยังไง? รู้ไว้ใช้ให้ถูก ไม่เสียสิทธิ์

ทุกครั้งที่เวลาเกิดอุบัติเหตุ หลายคนมักโฟกัสแค่ “ค่าซ่อมรถ” ให้กลับมาเหมือนเดิม แต่พอเอาเข้าอู่หรือศูนย์ซ่อมแล้วออกมาพบว่าในใบคำสั่งเรียกว่า “ค่าสินไหมทดแทน” ที่ครอบคลุมมากกว่าที่หลายคนคิด
วันนี้ Sanook Auto มีคำตอบว่าทำไมที่แตกต่างกัน
ค่าสินไหมทดแทน คืออะไร?
ตามกฎหมาย ค่าสินไหมทดแทน คือการทำให้ผู้เสียหาย “กลับมาใกล้เคียงสภาพเดิมก่อนเกิดเหตุ” มากที่สุด ไม่ใช่แค่ซ่อมรถให้วิ่งได้เท่านั้น
- ค่าซ่อมรถ: ซ่อมให้รถกลับมาใช้งานได้
- ค่าสินไหม: ชดเชยความเสียหายทั้งหมดที่เกิดขึ้น
สิ่งที่ค่าสินไหมครอบคลุม
- ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ ระหว่างรถซ่อม คุณต้องเสียค่าเดินทาง เช่น แท็กซี่ หรือเช่ารถ สามารถเรียกได้ประมาณ 500 – 1,000 บาท/วัน
- ค่าเสื่อมราคารถ รถที่เคยชน ต่อให้ซ่อมดี ราคาขายต่อก็ตก สามารถเรียกค่าเสียหายส่วนนี้ได้
- ค่าบาดเจ็บและค่าขาดรายได้ หากมีอาการบาดเจ็บ ค่ารักษาพยาบาล หรือรายได้ที่หายไป สามารถรวมในค่าสินไหมได้ทั้งหมด

ทำไมประกันถึงใช้คำว่า “ค่าสินไหม”
บริษัทประกันใช้คำนี้เพื่อให้ครอบคลุมทุกกรณี ตั้งแต่ชนเล็กน้อยไปจนถึงกรณีรถเสียหายหนัก ส่วนในกรณีที่รถเสียหายจนไม่คุ้มซ่อม (Total Loss) ประกันจะจ่ายเป็น มูลค่ารถทั้งคัน แทนการซ่อม
อย่างไรก็ตาม ถ้าคุณเป็นฝ่ายถูก อย่าเรียกแค่ “ค่าซ่อมรถ” แต่ควรเรียก “ค่าสินไหมทดแทน” เพื่อให้ครอบคลุมค่าเสียหายทั้งหมด โดยเฉพาะค่าเดินทาง ค่าเสียเวลา หรือค่าเสื่อมรถ ซึ่งหลายคนมักลืมเรียก และทำให้เสียสิทธิ์โดยไม่รู้ตัว
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี


.jpg?ip/crop/w350h197/q80/jpg)