เช็กด่วน 5 สัญญาณเตือน "แบตเตอรี่รถยนต์" ใกล้ขิต ก่อนดับกลางทาง!

แบตเตอรี่เป็นอีกหัวใจหลักของรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ โดยเฉพาะมีไว้ติดเครื่องยนต์และเครื่องใช้ไฟฟ้าในรถ แต่มันคือเรื่อง "บิดกุญแจแล้วเงียบ" ในวันที่เรากำลังรีบสุดๆ! ปัญหาแบตเตอรี่หมดสภาพมักจะมาเยือนแบบไม่ทันตั้งตัวเสมอ
คำถามคือ "แล้วเราจะรู้ได้ไงว่าเมื่อไหร่ควรเปลี่ยน?" ต้องรอให้สตาร์ทไม่ติดก่อนเหรอ? วันนี้ Sanook Auto รวมวิธีสังเกตว่าแบตเตอรี่รถยนต์กำลังจะหมดหรือไม่
5 วิธีดูว่าแบตเตอรี่กำลังจะหมด?
ดูที่ "อายุแบตเตอรี่"
กฎเหล็กข้อแรกที่ง่ายที่สุดคือการจำวันที่เปลี่ยน โดยมากแล้วแบตเตอรี่รถยนต์ทั่วไปจะมีอายุการใช้งานประมาณ 1.5 - 2 ปี ขึ้นอยู่กับการใช้งาน ถ้าใช้มานานแม้จะยังสตาร์ทติด แต่ถือว่าเป็น "ระยะอันตราย" ควรหมั่นเช็กน้ำกลั่นสำหรับรุ่นที่เช็คได้ หรือดูที่ไฟของแบตเตอรี่ หากเป็นคนที่นับเวลาก็เตรียมงบเปลี่ยนได้เลย เพราะมันพร้อมจะไปได้ทุกเมื่อ
เสียงสตาร์ท "อืด...เหมือนคนไม่มีแรง"
วิธีต่อมาคือถ้าเป็นเครื่องสันดาบทั่วไปให้ลองสตาร์ดรถก่อนโดยสังเกต 2 เสียงนี้
- ปกติ: บิดปุ๊บ ชึ่งเดียวติด เสียงไดร์สตาร์ทจะหมุนเร็วและแรง
- แบตฯ เสื่อม: จะมีเสียงลากยาวๆ "แชะ... แชะ... แชะ... บรึ้ม" หรือเสียงมอเตอร์หมุนช้าลงอย่างเห็นได้ชัด ถ้าเจออาการนี้อย่าฝืนใช้ต่อครับ รีบเปลี่ยนทันที
ระบบไฟในรถเริ่ม "รวน"
แบตเตอรี่คือแหล่งจ่ายไฟหลัก ถ้ามันเริ่มเก็บไฟไม่อยู่ อาการจะออกทางอุปกรณ์ไฟฟ้า เช่น ไฟหน้าดูหรี่ลงกว่าปกติ โดยคุณต้องสังเกตตอนจอดติดเครื่องเดินเบา หรือลองกดกระจกไฟฟ้าหากกดเลื่อนกระจกขึ้น-ลง แล้วรู้สึกว่ามอเตอร์ทำงานช้าผิดปกติ
สุดท้ายคือไฟในรถหากเปิดไฟในห้องโดยสาร หรือไฟหน้าปัดกระพริบตอนคอมแอร์ทำงาน แสดงว่าแบตเตอรี่เริ่มจะหมดแล้ว
สังเกตด้วยตาเปล่า
หาก 3 วิธีแรกยังชัดไม่พอลองเปิดฝากระโปรงรถดูสภาพแบตเตอรี่บ้างครับ ถ้าเจออาการเหล่านี้ คือต้องเปลี่ยนแล้ว ดังนี้
- แบตฯ บวม: รูปทรงผิดรูป ด้านข้างป่องออกมา เหมือนคนท้อง (อันตรายมาก เสี่ยงระเบิด)
- ขี้เกลือขึ้น: มีคราบสีขาวๆ หรือสีฟ้าเกาะอยู่ที่ขั้วแบตเตอรี่ (บ่งบอกว่ามีการรั่วซึมหรือจ่ายไฟไม่สะดวก)
- ตาแมว (Indicator): แบตฯ แห้งหรือกึ่งแห้งจะมีช่องตาแมวให้ส่องดูสี
- สีเขียว/น้ำเงิน: ไฟเต็ม ปกติ
- สีขาว/ใส: น้ำกลั่นแห้ง (ต้องเติม)
- สีแดง/ดำ: ไฟหมด หรือแบตฯ เสื่อมสภาพ แนะนำว่าต้องเปลี่ยน
สตาร์ทรถบ่อยๆ หรือจอดนานเกินไป
สุดท้ายหากคุณเป็นสายจอด รถที่จอดทิ้งไว้นานๆ โดยไม่ได้สตาร์ท แบตเตอรี่จะคายประจุไฟออกไปเรื่อยๆ จนเสื่อมสภาพเร็วกว่ารถที่ใช้งานทุกวัน รวมถึงขับแค่สั้นๆ ใกล้ๆ แค่นั้นก็อาจจะทำให้ไดชาร์จจ่ายไฟให้แบตเตอรี่ไม่ทันก็จะส่งผลให้อายุแบตเตอรี่สั้นลงได้
สุดท้ายแล้วการเปลี่ยนแบตเตอรี่รถยนต์ราคาหลักพันต้นๆ คุ้มกว่าการต้องมาเสียค่ารถสไลด์ หรือเสียเวลาอันมีค่าแน่นอนครับ หากรถของคุณใช้งานมาเกิน 1 ปีครึ่งแล้ว แนะนำให้เริ่มสังเกตอาการตาม 5 ข้อนี้ไว้ ถ้าเจอเมื่อไหร่... "เปลี่ยนเถอะ เพื่อความสบายใจ" และไม่ตัองหัวเสี่ยระหว่างการเดินทางด้วยนั่นเอง
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี





