ขอบยางประตูรถยนต์เสื่อม ดูยังไง? เผย 5 สัญญาณเตือนที่คนใช้รถไม่ควรมองข้าม

สัญญาณเตือน! ขอบยางประตูรถยนต์เสื่อมสภาพ สังเกตได้ยังไง?
ขอบยางประตูรถยนต์เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยป้องกันน้ำ ฝุ่น และเสียงรบกวนจากภายนอกไม่ให้เข้าสู่ห้องโดยสาร การเสื่อมสภาพของขอบยางจึงส่งผลกระทบโดยตรงต่อความสบายในการขับขี่ หากปล่อยทิ้งไว้อาจทำให้เกิดความเสียหายต่อภายในรถได้ ดังนั้นผู้ใช้รถจึงควรหมั่นสังเกต สัญญาณเตือน ขอบยางประตูรถยนต์เสื่อมสภาพ เพื่อทำการเปลี่ยนหรือซ่อมแซมได้ทันท่วงที
5 สัญญาณสำคัญที่บ่งบอกว่า ขอบยางประตูรถยนต์ ควรเปลี่ยน
เมื่อขอบยางประตูรถยนต์เริ่มเสื่อมสภาพ ผู้ขับขี่สามารถสังเกตอาการผิดปกติได้จากปัจจัยหลัก ๆ ดังต่อไปนี้ ซึ่งเป็นตัวชี้วัดที่ชัดเจนว่าถึงเวลาต้องเปลี่ยนแล้ว:
มีน้ำรั่วซึมเข้าห้องโดยสาร
หากพบน้ำซึมหรือมีหยดน้ำบริเวณขอบประตูขณะฝนตกหรือล้างรถ แสดงว่าขอบยางไม่สามารถทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์แล้ว น้ำที่รั่วซึมเข้ามาอาจสร้างความเสียหายให้กับเบาะนั่งและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ภายในรถได้
เสียงลมหรือเสียงรบกวนจากภายนอกเข้าผิดปกติ
ขณะขับขี่ด้วยความเร็วสูง ถ้ามีเสียงลมดังเข้ามาในห้องโดยสารมากกว่าปกติ นั่นเป็นข้อบ่งชี้ว่าขอบยางได้เสื่อมสภาพจนเกิดช่องว่างขึ้น
สภาพขอบยางเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน
ขอบยางอาจมีลักษณะแข็งกระด้าง หรือนิ่มเกินไป และสูญเสียความยืดหยุ่นไม่เหมือนเดิม รวมถึงรอยปริแตก รอยฉีกขาด หรือไม่คงรูป และไม่สามารถติดสนิทกับตัวรถได้
การเปิด-ปิดประตูมีปัญหา
หากการเปิดประตูยากขึ้น หรือปิดประตูไม่สนิทเหมือนเดิม อาจเป็นผลมาจากขอบยางที่สูญเสียความยืดหยุ่นและการคืนตัว ทำให้เกิดการบิดเบี้ยวหรือหนาผิดปกติในบางจุด
มีกลิ่นจากภายนอกเข้ามาในรถ
หากได้กลิ่นไม่พึงประสงค์จากภายนอกรถเข้ามาในห้องโดยสารง่ายกว่าปกติ ก็เป็นไปได้ว่าการซีลของ ขอบยางประตูรถยนต์ ทำงานได้ไม่ดีเท่าที่ควร การรั่วของกลิ่นยังอาจมาพร้อมกับฝุ่นละอองที่เข้ามาสะสมในห้องโดยสารอีกด้วย
ข้อแนะนำในการดูแล
โดยปกติแล้ว ขอบยางประตูรถยนต์ มีอายุการใช้งานประมาณ 5-10 ปี ขึ้นอยู่กับการดูแลและการใช้งาน เมื่อพบสัญญาณเตือนการเสื่อมสภาพข้างต้น ควรรีบดำเนินการเปลี่ยนทันที การเปลี่ยนขอบยางจะช่วยป้องกันความเสียหายต่อเบาะนั่งและอุปกรณ์ภายในรถได้ดีกว่าการปล่อยทิ้งไว้ ซึ่งจะช่วยให้ห้องโดยสารกลับมาเงียบและสะอาดปราศจากน้ำรั่วซึม
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี



