"ลูกปีนล้อ" คืออะไร และเมื่อไหร่ถึงต้องเปลี่ยน

ในบรรดาชิ้นส่วน "ช่วงล่าง" ของรถยนต์ที่ทำงานหนักตลอดเวลา "ลูกปืนล้อ" คือหนึ่งในชิ้นส่วนที่เรียกว่าทนทานและสำคัญมาก แต่หลายคนสงสัยว่ามันคืออะไรและทำหน้าที่และ และเมื่อไหร่จะต้องเปลี่ยน วันนี้ Sanook Auto เราจะมาไขคำตอบให้หายคาใจ พร้อมแล้ว มาเริ่มกันได้เลย
ลูกปืนล้อ คืออะไร และทำไมมันสำคัญ?
สำหรับลูกปืนล้อที่หลายคนเห็นหน้าตาก็เหมือนกับตลับปืนธรรมดาเป็นวงการ แต่จริงๆ แล้วมีหน้าที่เป็นจุดหมุนระหว่างดุมล้อ กับเพลาขับหรือคอม้า
หน้าที่หลักของมันคือ
- ลดแรงเสียดทาน: ช่วยให้ล้อหมุนได้อย่างอิสระและราบรื่นที่สุด
- รับน้ำหนัก: ต้องรับน้ำหนักทั้งหมดของตัวรถที่กดลงมาที่ล้อนั้นๆ
- รับแรงกระแทก: รองรับแรงกระทำทุกทิศทาง ทั้งการเร่ง, เบรก, การเข้าโค้ง และการกระแทกจากพื้นผิวถนน
หากไม่มีลูกปืนล้อ ล้อรถของคุณก็ไม่สามารถหมุนได้อย่างอิสระครับ

ลูกปืนล้อ "มี" อายุการใช้งาน
สำหรับคำถามนี้ต้องบอกว่า ลูกปืนล้อจัดเป็น "อะไหล่สิ้นเปลือง" (Wear and Tear) ประเภทหนึ่ง เพียงแต่เป็นอะไหล่ที่ถูกออกแบบมาให้มีความทนทานสูงมาก (Heavy Duty)
โดยทั่วไป ผู้ผลิตมักออกแบบให้ลูกปืนล้อมีอายุการใช้งานยาวนาน เฉลี่ยอยู่ที่ 100,000 - 150,000 กิโลเมตร หรือมากกว่านั้น ในรถบางคัน มันสามารถอยู่ได้จน "ตลอดอายุการใช้งาน" ของรถเลยทีเดียว
อย่างไรก็ตาม อายุการใช้งานจริงนั้นไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับ "ปัจจัยทำลายล้าง" ที่มันต้องเผชิญในแต่ละวันครับ
5 ศัตรูตัวฉกาจ ที่ทำให้อายุ "ลูกปืนล้อ" สั้นลง
- น้ำ และ ความชื้น : รถที่ขับลุยน้ำท่วมบ่อยๆ หรือการฉีดน้ำแรงดันสูงอัดเข้าไปที่ดุมล้อโดยตรง มีโอกาสทำให้น้ำเล็ดลอดผ่านซีลเข้าไปผสมกับจาระบีภายใน ทำให้จาระบีเสื่อมสภาพและเกิดสนิม
- แรงกระแทกรุนแรง: การตกหลุมลึกอย่างแรง, การรูดลูกระนาด, การปีนฟุตบาท หรือการเกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนบริเวณล้อ สามารถสร้างความเสียหายให้เม็ดลูกปืนหรือรางวิ่งด้านในได้ทันที
- การดัดแปลงช่วงล่าง: การใส่ล้อที่มีค่าออฟเซ็ตผิดไปจากเดิมมากๆ (ล้อยื่นหรือหุบเกินไป), การใส่ยางหน้ากว้างเกินสเปกโรงงาน หรือการโหลดเตี้ยด้วยช่วงล่างที่แข็งกระด้าง ล้วนเพิ่มภาระ (Load) ให้กับลูกปืนล้อมากกว่าที่มันถูกออกแบบมา
- ฝุ่นและสิ่งสกปรก: หากซีลกันฝุ่นของลูกปืนล้อชำรุด ฝุ่นทรายจะกลายเป็นกระดาษทรายชั้นดีที่เข้าไปบดทำลายชิ้นส่วนภายใน
- การติดตั้งที่ผิดพลาด: ในการเปลี่ยนลูกปืนล้อ หากช่างใช้ "ค้อน" ตอกอัดแทนการใช้ "เครื่องมือไฮดรอลิก" อัดเข้าดุมล้อ แรงกระแทกนั้นสามารถทำให้ลูกปืนตัวใหม่เสียหายได้ทันทีตั้งแต่ยังไม่เริ่มใช้งาน

อาการ "ฟ้อง" เมื่อลูกปืนล้อเริ่มกลับบ้านเก่า
และเมื่อรู้ว่าตัวการที่ให้ลูกปืนล้อมีปัญหาแล้วเรามาดูกันต่อว่าเมื่อลูกปีนล้อใกล้พังจะส่งสัญญาณเตือนคุณก่อน ซึ่งส่วนใหญ่คือ "เสียง"
- เสียงหอน หรือ เสียงคราง (Humming/Groaning): นี่คืออาการคลาสสิกที่สุด คุณจะได้ยินเสียง "หึ่งๆๆๆ" คล้ายเสียงยางบดถนน แต่จะดังขึ้นเรื่อยๆ ตามความเร็วรถ
- เสียงดังขึ้นเมื่อเลี้ยว: จุดสังเกตสำคัญคือ เสียงมักจะดังขึ้นเมื่อเข้าโค้งด้านใดด้านหนึ่ง เช่น "เลี้ยวซ้ายแล้วเสียงดังขึ้น" มักแปลว่าลูกปืนล้อ "ขวา" (ด้านนอกโค้ง) เริ่มมีปัญหา เพราะมันต้องรับภาระน้ำหนักมากขึ้น
- อาการสั่นสะท้าน: อาจรู้สึกได้ว่าพวงมาลัยสั่น หรือสั่นสะท้านขึ้นมาที่พื้นรถ
- พวงมาลัยหลวม: รู้สึกว่าการควบคุมรถไม่กระชับเหมือนเดิม
- ไฟ ABS/TCS โชว์: ในรถรุ่นใหม่ๆ เซ็นเซอร์วัดความเร็วล้อ (Wheel Speed Sensor) ของระบบเบรก ABS และระบบควบคุมการทรงตัว จะติดตั้งอยู่ที่ดุมลูกปืนล้อ เมื่อลูกปืนคลอนหรือแตก มันจะส่งสัญญาณที่ผิดเพี้ยนจนไฟเตือนโชว์
การดูแลลูกปืนล้อ
แล้วถ้าเราจะยืดอายุของลูกปืนล้อในรถยนต์ยุคใหม่ ลูกปืนล้อมักเป็นแบบ "ซีลปิดตาย" (Sealed Unit) ไม่สามารถถอดมาล้างอัดจาระบีใหม่ได้เหมือนรถยุคเก่า การบำรุงรักษาที่ดีที่สุดคือการ "ป้องกัน"
- หลีกเลี่ยงการขับลุยน้ำท่วมขังหากไม่จำเป็น
- ระมัดระวังการขับขี่บนเส้นทางที่ขรุขระ ตกหลุมให้น้อยที่สุด
- หากมีการดัดแปลงล้อหรือช่วงล่าง ต้องยอมรับว่าลูกปืนล้ออาจมีอายุสั้นลง
- เมื่อต้องเปลี่ยน ควรใช้ "อะไหล่แท้" หรือ "อะไหล่ OEM" คุณภาพสูง และเปลี่ยนกับอู่/ศูนย์บริการที่ใช้เครื่องมือที่ถูกต้อง
ดังนั้นแล้วลูกปืนล้อมีความสำคัญและถูกสร้างให้มีอายุการใช้งาน แต่ถูกสร้างมาให้อึดมาก อย่างไรก็ตาม หากคุณเริ่มได้ยิน "เสียงหอน" ปริศนา อย่าชะล่าใจเด็ดขาด เพราะการฝืนใช้ต่อไปจนลูกปืนแตก อาจทำให้ล้อล็อก หรือในกรณีที่เลวร้ายที่สุดคือ "ล้อหลุด" ซึ่งอันตรายถึงชีวิตได้เช่นกัน
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี



