เกียร์ออโต้พัง "โอเวอร์ฮอล์" หรือ "เปลี่ยนมือสอง" ดีกว่ากัน?

เกียร์ออโต้พัง "โอเวอร์ฮอล์" หรือ "เปลี่ยนมือสอง" ดีกว่ากัน?

เกียร์ออโต้พัง "โอเวอร์ฮอล์" หรือ "เปลี่ยนมือสอง" ดีกว่ากัน?
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

หากถึงเวลาเกียร์ออโต้เสียหายจนต้องซ่อมแซมใหญ่ โดยมากแล้วจะมี 2 ทางเลือก คือ การโอเวอร์ฮอล์ และการเปลี่ยนเกียร์มือสอง ซึ่งทั้ง 2 แบบต่างก็มีข้อดีและข้อเสียแตกต่างกันออกไป บทความนี้ Sanook Auto จะมาแนะนำสิ่งที่ต้องทราบของแต่ละวิธีกัน

โอเวอร์ฮอล์เกียร์

การโอเวอร์ฮอล์เกียร์ออโต้ คือ การซ่อมแซมเกียร์ลูกเดิม โดยการรื้อเกียร์ออกมาทั้งหมด ตรวจสอบชิ้นส่วนต่างๆ และเปลี่ยนอะไหล่ที่สึกหรอหรือเสียหาย อาจมีค่าใช้จ่ายตั้งแต่ 20,000 - 50,000 บาท ขึ้นอยู่กับอะไหล่และความยากง่ายในการโอเวอร์ฮอล์

ข้อดีของการโอเวอร์ฮอล์

  • เป็นการซ่อมแซมเกียร์ลูกเดิม ทำให้คุณทราบประวัติการใช้งานของเกียร์
  • หากช่างมีความชำนาญและใช้อะไหล่ที่มีคุณภาพ เกียร์จะกลับมาใช้งานได้ดีเหมือนใหม่
  • สามารถควบคุมคุณภาพของอะไหล่ที่ใช้ซ่อมได้
  • ช่วยยืดอายุการใช้งานของเกียร์ได้นานกว่า

ข้อเสียของการโอเวอร์ฮอล์

  • ค่าใช้จ่ายอาจสูงกว่าการเปลี่ยนเกียร์มือสอง
  • ใช้เวลานานกว่าการเปลี่ยนเกียร์มือสอง
  • ต้องหาอู่ซ่อมที่มีความชำนาญเฉพาะทางจึงจะจบ

เปลี่ยนเกียร์มือสอง

การเปลี่ยนเกียร์มือสอง คือ การนำเกียร์ที่ผ่านการใช้งานแล้วจากรถคันอื่น (แต่เป็นรุ่นเดียวกัน) มาใส่แทนเกียร์ลูกเดิม วิธีนี้ค่าใช้จ่ายจะถูกกว่าการโอเวอร์ฮอล์ เริ่มตั้งแต่ 5,000 - 30,000 บาท

ข้อดีของการเปลี่ยนมือสอง

  • ค่าใช้จ่ายโดยทั่วไปจะถูกกว่าการโอเวอร์ฮอล์
  • ใช้เวลาน้อยกว่าการโอเวอร์ฮอล์
  • จบงานได้ไวกว่า สามารถใช้งานต่อได้ทันที

ข้อเสียของการเปลี่ยนมือสอง

  • ไม่ทราบประวัติการใช้งานของเกียร์มือสอง
  • มีความเสี่ยงที่จะได้เกียร์ที่ใกล้หมดอายุการใช้งาน หรือมีปัญหาซ่อนเร้น
  • ต้องเสี่ยงดวงกับคุณภาพของเกียร์มือสอง
  • เกียร์บางลูกอาจมีปัญหาซ่อนเร้น บางลูกอาจใกล้หมดอายุการใช้งานแล้ว ไม่นานก็ต้องเปลี่ยนใหม่อยู่ดี

"โอเวอร์ฮอล์" กับ "เปลี่ยนมือสอง" แบบไหนดีสุด?

การตัดสินใจเลือกระหว่างการ "โอเวอร์ฮอล์" หรือ "เปลี่ยนเกียร์มือสอง" ขึ้นอยู่กับความต้องการและงบประมาณ หากงบประมาณจำกัด การเปลี่ยนเกียร์มือสองอาจเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่า อีกทั้งยังใช้เวลาในการเปลี่ยนสั้นกว่า (ถ้าอู่มีอะไหล่พร้อม) เหมาะสำหรับรถที่มีอายุมาก หรือมีการใช้งานน้อย

แต่หากงบประมาณไม่ใช่ปัญหา สามารถหาอู่ซ่อมที่มีความชำนาญในการโอเวอร์ฮอล์ได้ การโอเวอร์ฮอล์จะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า เพราะโดยมากแล้วเกียร์จะกลับมามีสภาพสมบูรณ์กว่า ไม่ต้องแบกรับความเสี่ยงว่าเกียร์มือสองถูกใช้งานมากน้อยแค่ไหน

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล