น้ำมันดีเซลยูโร 4 และยูโร 5 แตกต่างกันอย่างไร?

น้ำมันดีเซลยูโร 4 และยูโร 5 แตกต่างกันอย่างไร?

น้ำมันดีเซลยูโร 4 และยูโร 5 แตกต่างกันอย่างไร?
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

น้ำมันดีเซลมาตรฐานยูโร 4 ที่ถูกใช้มาอย่างยาวนานในประเทศไทย และน้ำมันดีเซลยูโร 5 ที่เพิ่งเริ่มนำมาใช้ได้ไม่นาน ทั้งสองชนิดมีความแตกต่างกันอย่างไร บทความนี้ Sanook Auto จะพาไปไขคำตอบกัน

น้ำมันดีเซล Euro 4 และ Euro 5 ต่างกันอย่างไร?

มาตรฐานยูโร 4 และ ยูโร 5 เป็นมาตรฐานที่กำหนดขึ้นเพื่อควบคุมปริมาณมลพิษที่ปล่อยออกมาจากเครื่องยนต์ดีเซล โดยมีเป้าหมายเพื่อลดมลพิษทางอากาศและปกป้องสิ่งแวดล้อม

ความแตกต่างหลักๆ ระหว่างน้ำมันดีเซลยูโร 4 และ ยูโร 5 คือปริมาณกำมะถัน และสาร PAHs

  • น้ำมันดีเซล Euro 4: มีค่ากำมะถันไม่สูงกว่า 50 ppm และมีสารโพลีไซคลิก อะโรมาติก ไฮโดรคาร์บอน (PAHs) ไม่สูงกว่า 11% โดยน้ำหนัก
  • น้ำมันดีเซล Euro 5: มีค่ากำมะถันไม่สูงกว่า 10 ppm และมีสารโพลีไซคลิก อะโรมาติก ไฮโดรคาร์บอน (PAHs) ไม่สูงกว่า 8% โดยน้ำหนัก

กำมะถัน เมื่อถูกเผาไหม้จะเกิดเป็นซัลเฟตและจับกับมลพิษอื่น มีส่วนทำให้เกิดฝุ่น PM 2.5 และ สารโพลีไซคลิก อะโรมาติก ไฮโดรคาร์บอน (PAHs) เป็นสารประกอบไฮโดรคาร์บอน สามารถก่อให้เกิดมะเร็ง และเมื่อเผาไหม้ยังก่อให้เกิดฝุ่น PM 2.5 ได้

ข้อดีของการเปลี่ยนมาใช้น้ำมันดีเซล Euro 5

น้ำมันดีเซลยูโร 5 มีความแตกต่างจากยูโร 4 อยู่ที่ปริมาณกำมะถันที่น้อยกว่าอย่างเห็นได้ชัด ทำให้น้ำมันดีเซลยูโร 5 มีความบริสุทธิ์สูงกว่าและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เมื่อเผาไหม้จะปล่อยมลพิษน้อยกว่า ส่งผลให้ลดปัญหาฝุ่น PM2.5 ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของมลพิษทางอากาศ

นอกจากนี้ น้ำมันดีเซลยูโร 5 ยังช่วยให้เครื่องยนต์ทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดการสึกหรอของชิ้นส่วนเครื่องยนต์ และยืดอายุการใช้งานของรถยนต์ได้อีกด้วย

 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล