เทคนิคเดินทางกับ 'สุนัข-แมว' ให้ปลอดภัย!

เทคนิคเดินทางกับ 'สุนัข-แมว' ให้ปลอดภัย!
S! Auto

สนับสนุนเนื้อหา

     เชฟโรเลตแนะนำการเดินทางด้วยรถยนต์กับ 'สุนัข' และ 'แมว' เนื่องจากเป็นสัตว์เลี้ยงที่ได้รับความนิยมโดยทั่วไป และเมื่อจำเป็นต้องพาขึ้นรถไปด้วย จะมีวิธีอย่างไรให้เดินทางอย่างปลอดภัยและสบายใจ

 

 

     การเดินทางกับสุนัข ควรเตรียมความพร้อมดังนี้

  • ควรผูกสุนัขไว้ตลอดการเดินทางเพื่อความปลอดภัยของทั้งตัวคุณและสุนัขของคุณ เจ้าของสามารถเลือกใช้สายรัดอกสุนัขแบบยึดติดไว้ในรถ กล่องใส่สัตว์เลี้ยงสำหรับเดินทางหรือคอกกั้นภายในรถ
  • สัตว์เลี้ยงทุกตัวมีชีวิตดังนั้นจึงไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ภายในรถเพียงลำพัง รถที่จอดตากแดดจะทำให้ภายในห้องโดยสารร้อนถึงแม้จะเปิดกระจกไว้ก็ตามและทำให้เกิดโรคลมแดดได้
  • สำหรับสุนัขที่มีอาการกระสับกระส่ายหรือเห่าบ่อยครั้ง เจ้าของสามารถให้ของเล่นหรือขนมขบเคี้ยวที่ทำให้สัตว์เลี้ยงไม่รบกวน การกัดหรือเลียของเล่นจะช่วยให้สุนัขลดอาการกระสับกระส่าย และผ่อนคลาย
  • ค้นหาร้านอาหาร โรงแรม สวนสาธารณะ หรือสถานที่ที่ต้อนรับสุนัขระหว่างเส้นทาง

 

 

     การเดินทางกับแมว ควรเตรียมความพร้อมดังนี้

  • ใช้กล่องใส่สัตว์เลี้ยงสำหรับเดินทางหรือคอกกั้นภายในรถ สัตว์เลี้ยงที่ไม่ได้ผูกไว้อาจได้รับบาดเจ็บเมื่อเกิดอุบัติเหตุหรือเป็นอันตรายต่อผู้โดยสารคนอื่น
  • ปล่อยให้แมวทำความคุ้นเคยด้วยการถูไถและปล่อยกลิ่นภายในรถ หรือวางสิ่งของคุ้นเคยอย่างเบาะที่นอน ผ้าห่มหรือผ้าเช็ดตัวของแมวไว้ในรถ
  • ควรนำกระบะทรายแมวขนาดเล็ก ชามใส่อาหารและน้ำที่พับเก็บได้ รวมถึงกล่องปฐมพยาบาล ของแมวใส่ไว้ในรถด้วย นอกจากนี้ยังอาจมีที่ฝนเล็บแมวซึ่งช่วยจะให้แมวผ่อนคลายระหว่างการเดินทาง
  • เพื่อป้องกันอาการขาดน้ำโดยเฉพาะในช่วงหน้าร้อน สามารถใช้ชามน้ำแช่แข็งเพื่อให้แมวได้เลียเพื่อรักษาความเย็นซึ่งถือเป็นทางเลือกที่สะดวกกว่าการใช้น้ำเปล่า

 

     ทั้งนี้  กรมปศุสัตว์ระบุว่าในปี พ.ศ. 2552 ประเทศไทยมีสุนัขที่มีเจ้าของประมาณ 5.5 ล้านตัว และแมวที่มีเจ้าของ 1.6 ล้านตัวทั่วประเทศ พร้อมกับมีการคาดการณ์ว่าจำนวนสัตว์เลี้ยงน่าจะสูงขึ้นมากกว่านี้