“รถยนต์” จากหนังดังที่มูลค่าพุ่งกระฉูด

“รถยนต์” จากหนังดังที่มูลค่าพุ่งกระฉูด
Tonkit360

สนับสนุนเนื้อหา

ปัจจุบันรถยนต์คลาสสิคกลายเป็นรถที่ราคาพุ่งสูงขึ้นตามความต้องการของตลาด โดยเฉพาะคันไหนที่เคยเข้าฉากในภาพยนตร์ดังแล้วยิ่งราคาสูงขึ้นตามไปด้วย รู้หรือไม่ว่า รถยนต์จากหนังดังรุ่นใดที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้นจากราคาเปิดตัวมากที่สุดในโลก

 

อันดับที่ 5 : Volkswagen Beetle Type 1 ปี 1963 จากเรื่อง The Love Bug (Herbie)

ราคาเฉลี่ยปัจจุบัน : 16,493 เหรียญสหรัฐฯ (ราว 5 แสนบาท )
มูลค่าเพิ่มขึ้นจากปี 1963 : 931 เปอร์เซ็นต์

รถเต่าจาก The Love Bug (Herbie)

เพิ่งจะปิดตำนานรถบีทเทิลไปหมาดๆ แต่สำหรับ “รถเต่า” โฟลค์สวาเกนรุ่นนี้ คือรุ่นแรกที่เกิดจากแนวคิดของ อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ที่ต้องการสร้างรถยนต์ราคาถูกให้ประชาชนชาวเยอรมัน จนกลายเป็นรถยนต์สุดคลาสสิคมาจนถึงปัจจุบัน รวมถึงการแปลงโฉมเป็นรถแข่งในหนังเรื่อง The Love Bug (Herbie เวอร์ชั่นแรกปี 1968) ก็ยิ่งทำให้รถสุดคลาสสิครุ่นนี้ราคาเพิ่มขึ้นจากราคาในปี 1963 ถึงกว่า 900 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว

 

อันดับที่ 4 : Dodge Charger ปี 1970 จากเรื่อง The Fast and The Furious

ราคาเฉลี่ยปัจจุบัน : 82,629 เหรียญสหรัฐฯ (ราว 2.5 ล้านบาท)
มูลค่าเพิ่มขึ้นจากปี 1970 : 2,120 เปอร์เซ็นต์

Dodge Charger ของ ‘ดอม’ ใน The Fast and the Furious

รถคู่กายของ“ดอม” โดมินิค โตเรตโต้ หรือ วิน ดีเซล ในภาพยนตร์รถซิ่งตลอดกาลอย่าง The Fast and The Furious แม้จะมีหลากหลายรุ่นสลับกันมาเข้าฉาก แต่คันที่แฟนๆ จดจำได้มากที่สุดคือ Dodge Charger ขุมกำลัง V8 คันนี้ จนทำให้ความนิยมรถรุ่นนี้ในตลาดรถมือสองทั่วโลกคึกคักขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด ส่งผลให้ราคากลางของ Dodge รุ่นนี้ อยู่ที่ 82,629 เหรียญสหรัฐฯ หรือราว 2.5 ล้านบาท

 

อันดับที่ 3 : Ford Mustang GT390 ปี 1968 จากเรื่อง Bullitt

ราคาเฉลี่ยปัจจุบัน : 80,746 เหรียญสหรัฐฯ (ราว 2.4 ล้านบาท)
มูลค่าเพิ่มขึ้นจากปี 1968 : 2,200 เปอร์เซ็นต์

Mustang GT390 ปี จากเรื่อง Bullitt

ฉากไล่ล่าคนร้ายในซานฟรานซิสโก และฉากเบิร์นยาง ของ สตีฟ แม็คควีน พระเอกจากเรื่อง Bullitt ทำให้ Ford Mustang GT390 ขุมกำลัง 5.0 ลิตร 480 แรงม้า กลายเป็นที่ต้องการของเหล่านักเลงรถคลาสสิคในปัจจุบัน โดยเขาใช้ขับไล่ล่าคนร้ายในรถ Dodge Charger ปัจจุบันรถคันจริงในเรื่อง Bullitt ราคาสูงถึง 4 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือราว 120 ล้านบาท ส่วนราคามือสองของรุ่นนี้หาซื้อกันได้ในราคา 80,746 เหรียญสหรัฐฯ หรือราว 2.4 ล้านบาท

 

อันดับที่ 2 : Shelby Mustang GT500 ปี 1967 จากเรื่อง Gone in 60 Seconds

ราคาขายเฉลี่ยปัจจุบัน : 178,200 เหรียญสหรัฐฯ (ราว 5.4 ล้านบาท)
มูลค่าเพิ่มขึ้นจากปี 1967 : 4,134 เปอร์เซ็นต์

Mustang GT500 ที่ขับโดย นิโคลัส เคจ

ฉากที่ นิโคลัส เคจ เหยียบคลัทช์ กดคันเร่ง กระชากเกียร์ ในรถ Shelby Mustang GT500 หนีตำรวจใน Gone in 60 Seconds กลายเป็นฉากที่เพิ่มมูลค่าให้กับ Shelby Mustang GT500 อีกมหาศาล เพราะก่อนหน้านี้ รถสปอร์ต 400 แรงม้าคันนี้ก็ถือเป็นหนึ่งในรถที่ราคาสูงอยู่แล้วในตลาด โดยรถคันที่ใช้เข้าฉากถูกประมูลไปในราคา 1 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือราว 30 ล้านบาท ส่วนใครที่อยากหารุ่นนี้มาขับ ราคามือสองอยู่ที่ 178,200 เหรียญสหรัฐฯ หรือราว 5.4 ล้านบาท ซึ่งมูลค่าเพิ่มขึ้นจากในปี 1967 ถึงกว่า 4,000 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว

 

อันดับที่ 1 : Aston Martin DB5 ปี 1963 จากเรื่อง James Bond : Goldfinger

ราคาขายเฉลี่ย : 620,230 เหรียญสหรัฐฯ (ราว 18.6 ล้านบาท)
มูลค่าเพิ่มขึ้นจากปี 1963 : 11,154 เปอร์เซ็นต์

Aston Martin DB5 รถสุดคลาสสิคของเจมส์ บอนด์

พูดถึง เจมส์ บอนด์ คงต้องนึกถึงรถสปอร์ตสายพันธุ์อังกฤษอย่าง Aston Martin ที่เป็นยานพาหนะคู่กายในหนัง 007 ทุกๆ ภาค ซึ่งรุ่นที่มีมูลค่าพุ่งสูงที่สุดในโลกคือ Aston Martin DB5 ที่ ฌอน คอนเนอรี่ ขับในภาค Goldfinger ปี 1964 โดยเฉพาะฉากเปิดตัวที่มีอุปกรณ์ไฮเทคติดตั้งอยู่ในรถมากมาย โดยในปี 2018 ที่ผ่านมา Aston Martin มีการผลิตรถที่สร้างขึ้นตามแนวคิดของ DB5 จาก Goldfinger เพียง 25 คันในโลก ราคาคันละ 3.6 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือราว 108 ล้านบาท ส่วนราคา DB5 มือสองในตลาดตอนนี้สูงถึง 620,230 เหรียญสหรัฐฯ หรือราว 18.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากในวันที่รถคันนี้เปิดตัวในปี 1963 ถึง 11,154 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว

ติดตามSanook! Auto