การขับรถตกหลุมบ่อยๆ ก่อให้เกิดผลเสียกับตัวรถอย่างไรบ้าง?

การขับรถตกหลุมบ่อยๆ ก่อให้เกิดผลเสียกับตัวรถอย่างไรบ้าง?

      คนใช้รถใช้ถนนส่วนใหญ่คงทราบดีว่า ถนนในบ้านเรามักมีสภาพไม่ค่อยดีนัก เพราะต้องเจอทั้งหลุมบ่อ ฝาท่อที่ไม่เรียบกับพื้นถนน รวมถึงพื้นผิวถนนที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง ซึ่งล้วนแต่บั่นทอนอายุการใช้งานของช่วงล่างให้เสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติ เราไปดูกันว่าหากขับรถตกหลุมเหล่านี้บ่อยๆ จะก่อให้เกิดความเสียหายต่อตัวรถอย่างไรบ้าง

1.ช่วงล่างเสื่อมสภาพไว

      ช่วงล่างเป็นชิ้นส่วนที่รองรับแรงสะเทือนจากล้อโดยตรง แม้ว่ารถแต่ละคันจะถูกออกแบบมาให้ช่วงล่างมีความทนทานสูงอยู่แล้ว แต่หากขับตกหลุมอยู่บ่อยๆ ก็จะมีผลให้ช่วงล่างเสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติได้ ซึ่งชิ้นส่วนที่มักได้รับผลกระทบ เช่น

     - ลูกหมากเริ่มหลวมตัว ทำให้มีอาการโยกคลอน เมื่อขับผ่านถนนขรุขระ จะได้ยินเสียง "กุกๆ" มาจากช่วงล่าง
     - โช้คอัพเสื่อมไว อาจมีน้ำมันรั่วซึมออกมาจากกระบอกโช้คอัพ เป็นอาการที่แสดงว่าโช้คอัพเสื่อมแล้ว บางคันอาจพบอาการยางรองโช้คแตก ทำให้มีเสียงกุกกักขณะเบรกหรือออกตัว

100

2.ล้อและยางเสียหาย

      หากตกหลุมอย่างรุนแรง อาจทำให้ล้อแม็กคด เมื่อขับด้วยความเร็วสูงจะทำให้รถมีอาการสั่น บางคันอาจพบอาการยางบวม ปริ ซึ่งเป็นอันตรายหากขับขี่ด้วยความเร็วสูง

3.ทำให้รถมีเสียงดังรอบคัน

      การขับรถตกหลุมบ่อยๆ นอกจากจะทำให้ช่วงล่างเสียหายแล้ว ยังส่งผลต่อโครงสร้างความแข็งแรงของตัวถังได้ เนื่องจากจุดยึดต่างๆ มีการบิดตัวได้มากขึ้น ส่งผลให้เมื่อขับรถตกหลุม จะมีอาการสะเทือนไปทั้งคัน พร้อมทั้งมีเสียงดังน่าคำราญ

      เมื่อรู้แบบนี้แล้ว หากจำเป็นต้องขับรถผ่านถนนขรุขระ ก็ควรชะลอความเร็วให้เหมาะสม เพื่อป้องกันปัญหาที่เกิดขึ้นครับ