ยางรถยนต์ของคุณ วิ่งได้เร็วสุดแค่ไหน

ยางรถยนต์ของคุณ วิ่งได้เร็วสุดแค่ไหน

ยางรถยนต์ของคุณ วิ่งได้เร็วสุดแค่ไหน
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

     ปัจจัยสำคัญที่จะทำให้รถยนต์วิ่งได้อย่างเต็มสรรถนะ นอกจากเครื่องยนต์อันทรงประสิทธิภาพแล้ว “ยางรถยนต์” ถือเป็นหัวใจสำคัญของรถทุกคัน เพราะมันคืออุปกรณ์ชิ้นเดียวในรถยนต์ที่ต้องสัมผัสกับพื้นถนน ฉะนั้นคนใช้รถทุกคนควรมีความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับยางรถยนต์ในรถของคุณ

200

     รู้หรือไม่ว่า ยางรถยนต์ในรถที่คุณใช้ในชีวิตประจำวัน แท้จริงแล้ว มันสามารถรับน้ำหนักได้มากที่สุดเท่าใด และสามารถทำให้รถความเร็วสูงสุดได้แค่ไหน รวมถึงรหัสมากมายบนแก้มยางมันบ่งบอกอะไรเราบ้าง Tonkit360 มีคำตอบมาฝากกัน

 

ถอดรหัสลับบนแก้มยาง

     ตัวเลขและรหัสตัวอักษรภาษาอังกฤบนแก้มยาง ที่เราจะมองเห็นได้ชัดเจนที่สุด นอกจากยี่ห้อและโลโก้ของยางซึ่งเป็นภาษาอังกฤษแล้ว เรามักจะเห็น ตัวเลขและรหัสดังตัวอย่างเช่น 225/50/R17 เด่นตระหง่านอยู่บนแก้มยาง ซึ่งตัวเลขและตัวอังกฤษดังกล่าวมีความหมายดังต่อไปนี้

 

204

 

215 คือ ความกว้างของยาง มีหน่วยเป็นมิลลิเมตร ซึ่งเป็นส่วนเดียวที่ยางสัมผัสกับพื้นถนน

50 คือ ความสูงของแก้มยาง จริงๆแล้วมีหน่วยเป็นเปอร์เซนต์ ยิงตัวเลขเปอร์เซนต์น้อย แก้มยางก็จะยิ่งเล็กลงเท่านั้น

R คือ ชนิดของยางที่ย่อมาจาก เรเดียล (Radial) ซึ่งมีคุณสมบัติเบื้องต้น คือทนทานที่สุด และทำให้รถประหยัดน้ำมันมากที่สุด ซึ่งในปัจจุบันนี้ ยางรถยนต์นั่งส่วนใหญ่ล้วนเป็นยาง เรเดียลแทบจะทั้งหมดแล้ว

17 คือขนาดของเส้นผ่าศูนย์กลางของล้อ มีหน่วยเป็นนิ้ว หรือที่เรารู้จักกันในคำว่า “ขอบล้อแม็กซ์” นั่นเอง ยิ่งตัวเลขมาก ล้อแม็กซ์ก็จะยิ่งใหญ่ตามไปด้วย

98 คือ ตัวเลขดัชนีในการรับน้ำหนักของยางต่อยาง 1 เส้น (ในตารางดัชนีระบุว่า 98 สามารถรับน้ำหนักได้ 750 กิโลกรัม ต่อยาง 1 เส้น)

H คือรหัสความเร็วสูงสุดในยางรถยนต์เส้นนั้นๆ (ในตารางรหัสความเร็วสูงสุดระบุว่ายางเส้นนี้สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ไม่เกิน 210 กิโลเมตรต่อชั่วโมง)

 

ตาราง “เลขดัชนี” การรับน้ำหนักของยางแต่ละเส้น

Load Index Load In KG
88 560
89 580
90 600
91 615
92 630
93 650
94 670
95 690
96 710
97 730
98 750
99 775

 

รหัสความเร็วสูงสุดในยางรถยนต์

Speed Symbol KM/HR
N 140
P 150
Q 160
R 170
S 180
T 190
U 200
H 210
V 240
Z 240
W 270
Y 300

 

     ทั้งนี้ข้อควรระวังคือ อย่าเลือกใช้ยางที่ความสามารถในการทำความเร็วที่ต่ำกว่าความเร็วสูงสุดที่รถรุ่นนั้นๆทำได้ และที่สำคัญควรใช้ยางชนิดเดียวกันมีระหัสตัวเลขทุกอย่างเหมือนกันทั้ง 4 เส้นในรถคันเดียวกัน

เปลี่ยนล้อแม็กซ์ให้ใหญ่ขึ้นทำให้รถวิ่งเร็วขึ้นจริงหรือ

     อีกหนึ่งประเด็นที่หลายคนยังสงสัย เมื่อเห็นผู้ใช้รถบางราย เปลี่ยนล้อแม็กซ์และยางใหม่แบบยกชุด ทั้งที่เพิ่งจะถอยรถออกมาจากโชว์รูม การเปลี่ยนล้อแม็กซ์ (ขอบแม็กซ์ที่จะเริ่มจาก 18 ,19 ไปจนถึง 20) รวมถึงเปลี่ยนยางให้ยาง มีความกว้างหน้ายางมากขึ้น และแก้มยางเล็กลงจะมีผลต่อการขับขี่อย่างไรบ้าง

201

ส่วนของแก้มยาง คือจุดที่สามารถมองเห็นจากด้านข้าง

     คำตอบคือ หากแม็กซ์ใหญ่ขึ้น สิ่งที่จะตามมาโดยอัตโนมัติ คือ หน้ายางจะกว้างขึ้น และแก้มยางจะเล็กลง ผลดีที่ตามมาคือ ผิวยางจะสัมผัสกับพื้นถนนมากขึ้น มีผลต่อการเกาะถนนที่ดีขึ้น แต่ไม่ได้มีผลต่อความเร็วแต่อย่างใด เพราะล้อแม็กซ์และยางที่ใหญ่ขึ้น ทำให้น้ำหนักมากขึ้น นอกจากจะไม่เร็วขึ้นแล้ว ยังทำให้รถกินน้ำมันเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วยนั่นเอง

 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook