เปิดผลงาน "Elon Musk" ผู้สร้างรถไฟฟ้า Tesla ปฏิวัติยานยนต์โลก

เปิดผลงาน "Elon Musk" ผู้สร้างรถไฟฟ้า Tesla ปฏิวัติยานยนต์โลก

     หากพูดถึงรถยนต์ไฟฟ้า หลายคนคงนึกถึงแบรนด์ "Tesla" ที่กลายมาเป็นผู้นำตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในตลาดโลก

101

Elon Musk / Twitter @elonmusk

 

     Elon Musk ผู้ดำรงตำแหน่ง CEO ของเทสล่า ได้รับการกล่าวถึงอย่างมากจากกรณียื่นความช่วยเหลือให้กับทีมหมูป่า 13 ชีวิต ที่ติดอยู่ในถ้ำหลวง เนื่องจากเขายังเป็นซีอีโอของบริษัท SpaceX และ The Boring Company ที่เคยส่งรถสปอร์ต Tesla Roadster ไปยังอวกาศ, ริเริ่มทำอุโมงค์จราจรใต้ดิน รวมถึงระบบขนส่งมวลชน Hyperloop อีกด้วย

103

     สำหรับผลงานแจ้งเกิดของ Elon Musk ในฐานะ CEO ของ Tesla นั่นคือ "Tesla Roadster" ซึ่งเป็นรถยนต์สปอร์ต 2 ที่นั่งขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า ถูกเปิดตัวเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2008 ก่อนจะหยุดผลิตในปี 2012

     Tesla Roadster เจเนอเรชั่นแรก ถูกติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่แบบลิเธียม-ไอออน สามารถขับเคลื่อนได้เป็นระยะทางกว่า 320 กิโลเมตรต่อการชาร์จแต่ละครั้ง และยังทำความเร็วได้มากกว่า 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งถือเป็นรถไฟฟ้าที่ผลิตและวางจำหน่ายในระดับ Mass Production ที่วิ่งได้เร็วและไกลที่สุดในขณะนั้น อีกทั้งยังสามารถเร่งความเร็วจาก 0-96 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 3.7 วินาทีเท่านั้น

     ทั้งนี้ Tesla Roadster โฉมแรกสามารถทำยอดขายไปได้ทั้งสิ้น 2,450 คัน ในกว่า 30 ประเทศทั่วโลก ขณะที่เวอร์ชั่นพวงมาลัยขวาเริ่มผลิตตั้งแต่ปี 2010 เป็นต้นมา

114

     แต่รถยนต์เทสล่าที่สร้างชื่อเสียงและผลประกอบการให้พุ่งกระฉูด ก็คือ Tesla Model S นั่นเอง

     Tesla Model S ถูกเปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี 2012 และยังคงวางจำหน่ายจนถึงปัจจุบัน ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นรถเก๋งที่มีสมรรถนะเทียบเท่ากับซูเปอร์คาร์ แถมยังฉีกหน้าค่ายรถยนต์หรูจากเยอรมนีทั้งรุ่น BMW M5, Mercedes-AMG E63 และ Audi RS6 ที่ถูกม้ามืดอย่าง Tesla Model S เทียบชั้นได้อย่างสมศักดิ์ศรี

     ปัจจุบัน Tesla Model S มีให้เลือกทั้งหมด 3 รุ่น แบ่งตามกำลังมอเตอร์ไฟฟ้า ได้แก่ 75D, 100D และ P100D โดยในรุ่น P100D ซึ่งมีสมรรถนะมากที่สุด สามารถทำอัตราเร่ง 0-96 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 2.5 วินาที ทำระยะทางวิ่งได้มากกว่า 500 กิโลเมตร ส่งกำลังด้วยระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ AWD แถมยังจัดวางที่นั่งแบบ 5+2 ที่นั่ง นั่นหมายความว่ารถคันนี้สามารถรองรับผู้โดยสารได้ถึง 7 ที่แบบสบายๆ (ที่นั่งแถวที่ 3 เป็นแบบหันหน้าไปทางท้ายรถ)

113

     แต่ใช่ว่าทุกคนจะสามารถซื้อ Tesla Model S ได้ เพราะในสหรัฐอเมริกาเอง รถรุ่นนี้มีราคาจำหน่ายเริ่มต้นราว 2,360,000 บาท ในรุ่น 75D และราว 4,090,000 บาท ในรุ่น P100D (ยังไม่รวมอ็อพชั่นต่างๆ) ทำให้มันกลายเป็นรถยนต์หรูที่เศรษฐีมีอันจะกินเท่านั้นถึงจะมีสิทธิ์ครอบครองได้ (ลองคิดดูว่าถ้าเจอกำแพงภาษีบ้านเราราคาจะพุ่งไปขนาดไหน)

110

     นั่นจึงทำให้ Tesla ต่อยอดด้วยการเปิดตัวรุ่นเล็กที่เรียกว่า Model 3 ซึ่งมีราคาจำหน่ายเริ่มต้นราว 1,160,000 บาท แต่กระนั้น รถรุ่นนี้ก็ยังมีสมรรถนะเหนือชั้นกว่ารถทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นอัตราเร่ง 0-96 กม./ชม. ใน 3.5 วินาที ระยะทางวิ่งเกือบ 500 กิโลเมตรต่อการชาร์จแต่ละครั้ง รวมถึงฟีเจอร์ขับขี่ "กึ่ง" อัตโนมัติล้ำๆ อย่าง Autopilot อีกด้วย ทำให้ยอดจองทะลุกว่า 500,000 คันในปัจจุบัน และรายชื่อท้ายๆ อาจต้องรอจนถึงปี 2020 กว่าจะถึงวันส่งมอบรถจริง

106

     ไม่เพียงเท่านั้น Tesla ยังลุยตลาดรถเอสยูวี Model X ที่ใช้พื้นฐานจากรุ่น Model S รวมถึงรถสปอร์ต Tesla Roadster เจเนอเรชั่นที่ 2 ที่พัฒนาให้สามารถทำอัตราเร่ง 0-96 กม./ชม. ในเวลาเพียง 1.9 วินาที และทำความเร็วสูงสุดถึง 400 กม./ชม. อีกทั้งยังถูกติดตั้งชุดขับจรวดขนาดเล็กถึง 10 จุดรอบคัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเร่ง, เข้าโค้ง และเบรก ให้เหนือกว่ารถทั่วไปอีกต่างหาก

105

     เหล่านี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของผลงานสุดอัจฉริยะของ Elon Musk ที่ได้ปฏิวัติอุตสาหกรรมยานยนต์โลกให้พุ่งไปข้างหน้าราวกับติดจรวดจนยากที่ใครจะตามทัน