บุกป่าฝ่าดงไปกับ Chevrolet Colorado 2014 ใหม่ ควบพลังดีเซล 200 แรงม้า!

บุกป่าฝ่าดงไปกับ Chevrolet Colorado 2014 ใหม่ ควบพลังดีเซล 200 แรงม้า!
S! Auto

สนับสนุนเนื้อหา

     Chevrolet Colorado คันที่ผมได้มีโอกาสไปทดลองขับบนเส้นทางกรุงเทพฯ-กาญจนบุรี เป็นรุ่นใหม่ที่ถูกติดตั้งเครื่องยนต์ดีเซลดูราแม็กซ์เจเนอเรชั่นที่ 2 ที่เชฟโรเลตบอกว่านี่คือรถกระบะที่ให้กำลังมากที่สุดในประเทศไทย

     ซึ่งเครื่องยนต์ดูราแม็กซ์ตัวใหม่นี้ เป็นตัวเดียวกับที่ติดตั้งอยู่ใน Trailblazer รุ่นล่าสุด และเรียกว่าเป็นจุดเด่นของโคโลราโดใหม่เลยก็ว่าได้ เพราะเป็นเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.8 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 200 แรงม้าที่ 3,600 รอบต่อนาที และให้แรงบิดสูงสุดถึง 500 นิวตันเมตร ที่รอบเพียง 2,000 รอบต่อนาที ซึ่งดูจากตัวเลขถือว่ามีกำลังมากที่สุดในกลุ่มรถกระบะด้วยกันทั้งหมด

     รูปลักษณ์ภาพนอกของโคโลราโดใหม่ เรียกว่าแทบไม่แตกต่างตัวก่อน จะมีก็คงเป็นตัวหนังสือ DURAMAX ที่แปะไว้บริเวณข้างประตูคู่หน้าเท่านั้น และสีส้ม Orange Rock ใหม่สะดุดตามาให้เป็นทางเลือก ไฟหน้าในรุ่นท็อป (LTZ) เป็นแบบโปรเจคเตอร์พร้อมปรับระดับสูงต่ำได้ พร้อมไฟท้ายแบบ LED

     ส่วนภายในเชพโรเลต โคโลราโด 2014 ใหม่ มีจุดเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดเจน ก็คือระบบ MyLink ที่มาพร้อมหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว ที่ถูกติดตั้งอยู่ในเชพโรเลตรุ่นอื่นๆด้วย ซึ่งสามารถเล่น CD, DVD, MP3 พร้อมเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนได้ สามารถสนทนาแบบแฮนด์ฟรี (ฟังก์ชั่นนี้ใครแอบมีบ้านน้อยอาจคิดหนัก เพราะคุยทีได้ยินกันทั้งรถ) นอกจากนั้น ยังมีเบาะไฟฟ้า 6 ทิศทางฝั่งคนขับมาให้ด้วย สามารถปรับตำแหน่งเบาะได้ค่อนข้างละเอียดตามสรีระที่แตกต่างกันไป

     อุปกรณ์ส่วนใหญ่ที่ติดตั้งมากับรถ ถือว่าเอาใจลูกค้ากลุ่มที่ต้องการความทันสมัย เช่น อุปกรณ์ MyLink ที่ใช้งานได้หลากหลาย หรือระบบครูซคอนโทรล ซึ่งอาจดูเกินความจำเป็นของผู้ใช้รถกระบะส่วนใหญ่ในบ้านเราไปหน่อย แต่มีให้ก็ดีกว่าไม่มีล่ะกันน่า

     เริ่มต้นมุ่งหน้าออกจากกรุงเทพสู่จังหวัดกาญจนบุรี คันแรกที่ผมได้ทดลองขับเป็นรุ่น 2.8 C-Cab หรือรุ่นสี่ประตู ที่มาพร้อมเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ ความประทับใจแรกคือพละกำลังของเครื่องยนต์ ที่พาโคโลราโดใหม่พุ่งทะยานออกจากจุดหยุดนิ่งได้อย่างรวดเร็ว เพียงอึดใจเดียวก็สามารถแตะความเร็วระดับ 120 กม./ชม.ได้อย่างสบายๆ แถมยังรู้สึกว่ายังไปได้อีกเยอะ การเร่งแซงบนถนนสองเลน แทบไม่ต้องลุ้นเลยว่าจะพ้นรถที่สวนมาหรือไม่ ซึ่งต้องยกความดีให้แรงบิดกว่า 440 นิวตันเมตร ที่มาตั้งแต่รอบเพียง 2,000 รอบต่อนาที เรียกว่ากดคันเร่งลงไปเท่าไหร่ พละกำลังก็ไหลมาเทมาเท่านั้น

     นอกจากนั้น ช่วงล่างยังถือว่าทำได้ดีตามสไตล์ของเชฟโรเลต ที่เซ็ทมาอย่างกลางๆ ให้ความกระด้างเล็กน้อย ขณะที่ความนุ่มนวลก็พบได้อยู่เหมือนกัน แต่สิ่งสำคัญคือการเกาะถนนที่ทำได้ดีแม้ขณะเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง นอกจากนั้น โคโลราโดใหม่ยังมีระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว ESP แบบรถเก๋ง ซึ่งทำให้รู้สึกมั่นได้เวลาใส่โค้งแรงๆ

     มาถึงช่วงขับขี่แบบออฟโรดกันบ้าง ซึ่งถือว่าเป็นความประทับใจที่สุดของทริปเลยก็ว่าได้ เนื่องจากกำลังเครื่องยนต์อันมหาศาลที่อยู่ปลายเท้าผมนั้น สามารถพาโคโลราโดฝ่าฟันทั้งแอ่งทั้งเนินได้อย่างสบายๆ ช่วงขึ้นเนินชันก็เพียงแต่เติมคันเร่งเข้าไปเล็กน้อยเท่านั้น ย้ำว่าเล็กน้อย! ไม่ต้องเร่งแบบกระโชกโฮกฮากให้ผู้โดยสารหวั่นใจ ตัวรถก็เคลื่อนตัวผ่านเนิน แอ่ง บ่อ หลุมต่างๆได้อย่างง่ายดาย นอกจากนั้น ก็ได้ถือโอกาสทดลองใช้ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางชัน (Hill Descent Control) ที่ช่วยประคองเบรคให้เพื่อให้รถเคลื่อนที่ลงเนินอย่างช้าๆโดยไม่ต้องแตะเบรค ช่วยให้ผู้ขับสามารถใช้สมาธิบังคับพวงมาลัยได้เต็มที่

     หลังเดินทางจากออกมาจากป่าแล้ว ปลายทางถัดไปคือ ศูนย์อนุรักษ์ช้าง 'บ้านช.ช้างชรา' ที่เชฟโรเลตจัดกิจกรรมเล็กๆน้อยๆ เพื่อให้สื่อมวลชนได้ลองนำโคโลราโดไปบรรทุกอาหารให้ช้างไทยแสนน่ารักทั้งหลาย ซึ่งก็คือ "ต้นกล้วย" โดยคันที่บรรทุกน้ำหนักสูงสุดในทริปนี้ก็ปาเข้าไปกว่า 900 กิโลกรัม (แม้จะบรรทุกกันอย่างทุลักทุเลดังภาพข้างล่าง) แต่ก็สามารถบรรทุกน้ำหนักเป็นระยะทางหลายกิโลเมตรได้สบายๆ

    ขากลับผมได้มีโอกาสทดลองขับรุ่นเกียร์อัตโนมัติอัตราทด 6 สปีด เครื่องยนต์ 2.8 ลิตร ซึ่งให้แรงบิดสูงสุดอยู่ที่ 500 นิวตัน-เมตร วิ่งตรงกลับสู่กรุงเทพฯ พบว่าอัตราเร่งดูอืดกว่ารุ่นเกียร์ธรรมดาเล็กน้อย ทำให้การเร่งแซงแต่ละครั้งต้องเติมคันเร่งกันลึกกว่ารุ่นเกียร์ธรรมดาหน่อย แต่การเปลี่ยนเกียร์ให้ความนุ่มนวลดี คันเกียร์สามารถเลือกปรับเป็นแบบธรรมดาได้ด้วยเช่นกัน

    แม้ว่า Chevrolet Colorado ใหม่นี้ ยังคงรูปลักษณ์หน้าตาภายนอกเดิมเอาไว้ แต่ของดีกลับอยู่ข้างใน ทั้งอ็อพชั่นภายในรถที่เพิ่มขึ้นมา ระบบความปลอดภัยแบบล้นๆ พร้อมขุมพลังจากเครื่องยนต์ดูราแม็กซ์ใหม่ ที่ทำให้โคโลราโดโดดเด่นขึ้นกว่าที่เคยเป็น

     ที่เหลือก็เพียงแค่ใจ ว่าคุณจะลุยกับมันไปได้ไกลแค่ไหนเท่านั้น!

 

     ราคา Chevrolet Colorado 2014 ใหม่ที่ใช้ในการทดสอบ:

     รุ่น 2.8L 4WD C-Cab LTZ Z71 เกียร์อัตโนมัติ   -   998,000 บาท

     รุ่น 2.8L 4WD C-Cab LTZ Z71 เกียร์ธรรมดา   -   925,000 บาท

 

     ขอขอบคุณ: บริษัท เชฟโรเลต เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นอย่างสูง สำหรับคาราวานทดสอบในครั้งนี้

     เรื่อง/เรียบเรียง: Oat Sanook!Auto