“โตโยต้า ยาริส” อีโคคาร์มาทีหลังแต่เจ๋งกว่า

“โตโยต้า ยาริส”  อีโคคาร์มาทีหลังแต่เจ๋งกว่า
S! Auto

สนับสนุนเนื้อหา

     มาที่หลังสุดแต่ก็ไม่ทำให้แฟนๆค่ายยักษ์ใหญ่ต้องผิดหวังกับการเปิดตัวที่ล่าช้าไปกว่า 3 เดือน  สำหรับ “โตโยต้า ยาริส ใหม่”  ที่ต้องปรับแต่งจนเข้าที่เข้าทางมาตราฐานโครงการอีโคคาร์  โดยการปรับเครื่องยนต์ให้เล็กลง


     ต้องปรับความเข้าใจกันก่อนว่ายาริส โฉมใหม่ 2013 นั้นไม่มีความเกี่ยวข้องกับยาริสโฉมเก่าเลย  เริ่มตั้งแต่ โครงสร้างทางวิศวกรรม ขุมพลัง และระบบขับส่งกำลัง โดยมิติตัวถังยาว 4,155 มม. (ยาวขึ้น 365 มม.) ระยะฐานล้อ 2,550 มม. (ยาวขึ้น 90 มม.) กว้าง 1,700 มม. (เพิ่มขึ้น 5 มม.) และสูง 1,475 มม. (ลดลง 45 มม.)

     ด้านเครื่องยนต์ยก 1NZ-FE ขนาด 1.5 ลิตร 109 แรงม้าออกไป แล้วหันใช้บล็อกใหม่ รหัส 3NR-FE ขนาด 1.2 ลิตร 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว Dual VVT-i หรือวาล์วไอดี-ไอเสียแปรผัน ให้กำลังสูงสุด 86 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 108 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่อง CVT-i และไม่มีเกียร์ธรรมดาให้เลือก  ที่พิเศษก็คือไทยเป็นประเทศเดียวในโลก ที่ได้ใช้ยาริสเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.2 ลิตร เพราะตัวที่ผลิตเพื่อส่งออกยังใช้เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร

     สำหรับเส้นทางที่ทีมงานได้ทดลองขับนั้นเป็นเส้นทางจากจังหวัดภูเก็ต-กระบี่ ระยะทางประมาณ 170 กิโลเมตร  รูปลักษณ์ของ ยาริส ใหม่ดูเผินๆ คล้ายเอ็มพีวีมากกว่าแฮทช์แบ็ก  มีจุดเด่นที่ลูกเล่นของการตกแต่งบริเวณกันชนหน้าด้วยเส้นสีเมทัลลิก  แวบแรกที่ก้าวเข้าไปนั่งในห้องโดยสารอาจจะต้องร้องออกมาว่า นี่มันวิออสชัดๆ  เพราะแผงคอนโซลและชุดมาตรวัดใช้ร่วมกันนั่นเอง  พวงมาลัยและหัวเกียร์หุ้มหนังสะดวกสบายด้วยระบบ Smart Entry และปุ่มสตาร์ตเครื่องยนต์ หน้าจอ MID แสดงข้อมูลการขับได้หลายหลาย ทั้งอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยและ Real Time ความเร็วเฉลี่ย, ระยะทางที่ขับได้ด้วยเชื้อเพลิงที่มีอยู่ในถัง ทั้งนี้ ตัวท็อปเกรด G จะมีระบบ Smart Entry ปุ่ม Push Start พร้อมสวิตช์ควบคุมเครื่องเสียงบนพวงมาลัยมาให้ด้วย

     ขณะที่พื้นห้องโดยสารราบเรียบไม่มีอุโมงค์ให้เกะกะ ในภาพรวมหากเทียบกับยาริสรุ่นเดิม ผู้เขียนว่าพื้นที่ด้านหลังขยับขยายได้มากกว่าจริง และถ้าเทียบกับอีโคคาร์คู่แข่ง ต้องบอกว่า ยาริส กว้างขวางกว่า การเก็บเสียงภายในห้องโดยสารอยู่ในระดับใช้ได้

     ด้านระบบความปลอดภัย ถือว่าโตโยต้าจัดเต็มตั้งแต่รุ่นล่าง (เกรด J Eco ไปจนถึงเกรด G) ด้วยถุงลมนิรภัยคู่หน้า (คนขับ-ผู้โดยสาร), ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก (ABS), ระบบกระจายแรงเบรก (EBD), ระบบเสริมแรงเบรก (BA) รวมถึงเข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบดึงกลับอัตโนมัติ และเบาะนั่งคู่หน้าแบบ WIL - Whiplash Injury Lessening ช่วยรองรับกระดูกต้นคอการชนจากด้านหลัง

     การพัฒนามีทั้งในส่วนโครงสร้างตัวถัง ช่วงล่าง เครื่องยนต์ และเกียร์ที่โตโยต้าเรียกว่า “ซูเปอร์ ซีวีที-ไอ” (Super CVT-i) ซึ่งมากับทอร์คคอนเวอร์เตอร์ และล็อกอัพคลัชต์ ช่วยให้การส่งกำลังมีประสิทธิภาพมากขึ้น  เพราะจะแปรผันอัตราทดตามน้ำหนักในการกดคันเร่ง ถ้าเป็นการแซงที่ไม่เร่งรีบมากก็กดคันเร่งลงไปส่วนหนึ่ง เกียร์จะเปลี่ยนลงต่ำให้ 1 จังหวะ และถ้าเป็นการแซงแบบฉุกเฉินก็กดคันเร่งมิด รอบจะตวัดขึ้นสูง อัตราเร่งก็จะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังมีตำแหน่งเกียร์ S สำหรับการขับแบบสปอร์ตอีกด้วย  อย่างไรก็ตาม สมรรถนะการขับขี่จากเครื่องยนต์ 1.2 ลิตร  เรี่ยวแรงไม่ได้ตอบสนองทันใจเท่าที่คาดไว้ตั้งแต่แรก

     สำหรับช่วงล่างของ “ยาริส ใหม่” น่าจะสปอร์ตกว่า วีออสนิดๆ เพราะรู้สึกถึงความแข็ง และการรองรับที่หนึบแน่น อย่างตลอดเส้นทางที่เป็นโค้งซ้าย-ขวา ขึ้น-ลง เนิน ใช้ความเร็ว 80-120 กม./ชม. ยังมั่นใจ  พวงมาลัยแบบแรคแอนด์พิเนียน ผ่อนแรงด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า ไม่เบาหวิวพร้อมให้การควบคุมที่กระชับ  ด้านอัตราบริโภคน้ำมันจากการขับขี่ในลักษณะดังกล่าวยาริสามารถทำตัวเลขได้ 14-15 กิโลเมตรต่อลิตร

     สรุปแล้วโตโยต้า ยาริส ใหม่เป็นการนำรถในกลุ่ม B-Segment มาวางเครื่องยนต์ขนาดเล็กลง เพื่อให้อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงผ่านข้อกำหนดของอีโคคาร์ โดยมีข้อได้เปรียบในด้านความแข็งแรงของโครงสร้าง ความกว้างขวางของห้องโดยสาร รวมทั้งให้อุปกรณ์มาตรฐานที่ครบครัน ช่วงล่างนุ่มนวลมั่นคงรองรับกำลังจากเครื่องยนต์ได้อย่างมั่นใจ แม้ราคารุ่นทอปจะโดดจากคู่แข่งไปพอสมควร เชื่อว่ายังคงได้รับความสนใจ  แต่จะ "ใช่" หรือไม่ขนาดไหนต้องไปลองเอง......