Chevrolet Trailblazer 2.8 ดูราแม็กซ์ แรงจริง ลุยไกลถึงมัณฑะเลย์

Chevrolet Trailblazer 2.8 ดูราแม็กซ์ แรงจริง ลุยไกลถึงมัณฑะเลย์
S! Auto

สนับสนุนเนื้อหา

     แม้ทางเชพโรเลตเอง จะส่ง “Trailblazer” พีพีวีสัญชาติอเมริกัน เข้าสู่ตลาดเมืองไทยสักระยะหนึ่งแล้ว คราวนี้เทรลเบลเซอร์ มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซลดูราแม็กซ์เจเนอเรชั่นใหม่ ที่ได้รับการปรับปรุงในหลายๆส่วน ให้มีความเงียบมากขึ้น ลดการสั่นสะเทือน และที่สำคัญคือ แรงขึ้น แต่ประหยัดน้ำมันกว่าเดิม


     Trailblazer คันที่เชพโรเลตมอบหมายให้ Sanook!Auto ได้ทดลองขับ เป็นรุ่น 2.8 LTZ 4WD ที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซลดูราแม็กซ์ขนาด 2.8 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 200 แรงม้า ที่ 3,600 รอบ/นาที และแรงบิดมหาศาลถึง 500 นิวตันเมตร ที่มาในรอบเพียง 2,000 รอบ/นาทีเท่านั้น ซึ่งหากดูตามตัวเลขแล้ว ถือว่าเครื่องยนต์  Duramax 2.8 ลิตร ให้สมรรถนะสูงที่สุดในรถระดับเดียวกัน ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติแบบ 6 สปีด พร้อมระบบขับเคลื่อน  4 ล้อ ที่สามารถปรับผ่านการหมุนปุ่มบริเวณใกล้กับคันเกียร์

     นอกจากนั้น ในรุ่น 2.8 LTZ ยังถูกติดตั้งด้วยอุปกรณ์เพื่อความบันเทิง MyLink ที่พบได้ในเชฟโรเลตรุ่นใหม่ๆ สั่งงานผ่านหน้าจอทัชสกรีนขนาด 6.5 นิ้ว เพื่อการดูหนังฟังเพลง นอกจากนั้นยังมีระบบนำทางสำหรับประเทศไทย และสามารถแสดงภาพท้ายรถขณะถอยหลังได้อีกด้วย โดยระบบมายลิงค์สามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนได้ ทั้ง iOS และ Android เพื่อฟังเพลงในสมาร์ทโฟน หรือจะใช้งานโทรศัพท์ผ่านลำโพงของรถก็ได้เช่นเดียวกัน ทั้งนี้ เทรลเบลเซอร์ 2.8 LTZ ถูกติดตั้งลำโพงถึง 9 ตัวด้วยกัน

     เส้นทางการทดสอบครั้งนี้ เชพโรเลตนำเราไปยัง เมืองย่างกุ้ง ประเทศพม่าเลยทีเดียว โดยจะเริ่มออกตัวตั้งแต่เมืองย่างกุ้ง ไปจนถึงเมืองมัณฑะเลย์ รวมระยะทางกว่า 1,000 กิโลเมตร

     ผู้ใช้งานรถระดับ PPV นั้น มักมีจุดประสงค์คือเพื่อใช้เดินทางกันเป็นครอบครัว ซึ่งเบาะนั่งแถว 2 ของเทรลเบลเซอร์ แม้ว่าดูเผินๆอาจมีขนาดเล็ก แต่เมื่อลองนั่งก็พบว่ามันสามารถให้การรองรับแผ่นหลังได้ดี พนักพิงศีรษะสามารถปรับสูง-ต่ำได้ เบาะสามารถปรับเอน ช่วยเพิ่มความสบายเมื่อต้องเดินทางไกลๆ ช่องแอร์เพดานสำหรับผู้โดยสารแถวที่ 2 และ 3 สามารถปรับความแรงลมได้ โดยมีสวิชต์ปรับความแรงลมแยกต่างหาก ซึ่งแม้ว่ารถทดลองขับของเรานั้น จะไม่ติดฟิล์มกรองแสง แต่ดูเหมือนความร้อนจะไม่ใช่ปัญหาเลยตลอดการเดินทาง เพราะแอร์เย็นจริงๆ

    เส้นทางในพม่านั้น มีลักษณะขรุขระเล็กน้อยตลอดทาง ซึ่งอาจเป็นเพราะการซ่อมถนนแบบเทยางมะตอยกลบหลุมเอา มีหลุมขนาดใหญ่บ้างเป็นบางช่วง ซึ่งจากการโดยสารบริเวณแถวสอง ปรากฏว่ามีอาการกระเด้งบ้างจากสภาพถนนที่ไม่ค่อยดีนักตลอดเส้นทาง แต่ก็ไม่ถึงกับแข็งหรือออกอาการตึงตังเหมือนที่พบใน SUV บางรุ่น ระบบแอร์ให้ความเย็นได้ดี ห้องโดยสารให้ความรู้สึกโปร่ง โล่ง นั่งสบาย พื้นที่ช่วงขากว้าง ซึ่งตลอดการเป็นผู้โดยสารกว่า 637 กิโลเมตร จากเมืองย่างกุ้งไปยังเมืองพุกาม เทรลเบลเซอร์ตอบโจทย์ตรงนี้ได้ดีทีเดียว

     วันที่สองผู้เขียนจึงได้มีโอกาสประจำการอยู่หลังพวงมาลัยของเทรลเบลเซอร์ ที่มาพร้อมความแรงระดับ 500 นิวตันเมตร แม้ว่าคันของผู้เขียนจะมีสื่อมวลชนร่วมโดยสารอีกกว่า 3 ท่าน พร้อมสัมภาระเต็มท้ายรถ แต่การออกตัวหรือเร่งแซงถือว่าทำได้ดีทีเดียว เพราะเท้าขวาสามารถเรียกใช้งานแรงบิด 500 นิวตันเมตรได้ในรอบเครื่องต่ำเพียง 2,000 รอบ/นาทีเท่านั้น ไม่ต้องนั่งลุ้นเวลาเร่งแซง ความเร็วตลอดเส้นทางไม่ต่ำกว่า 90 กม./ชม. มีบางช่วงที่เป็นทางตรง ต้องใช้ความเร็วถึง 160 กม.ชม.ก็ยังให้ความมั่นใจได้ดีพอควรสำหรับรถประเภท PPV

     จากที่เดิมรู้สึกว่าการโดยสารด้านหลังค่อนข้างกระเด้ง แต่เมื่อได้เป็นผู้ขับกลับทำให้รู้สึกมั่นใจเวลาเข้าโค้ง เมื่อต้องสาดโค้งแรงๆ อาจออกอาการโยนตัวบ้างเล็กน้อย แต่ก็ถือว่าทำได้ดีกว่าคู่แข่งอยู่โขแล้ว รุ่น 2.8 LTZ ยังถูกติดตั้งด้วยระบบ ESC เพื่อป้องกันการลื่นไถลขณะเข้าโค้ง ระบบ Traction Control  สำหรับป้องกันล้อหมุนฟรี และวงจรเพิ่มแรงดันเบรค HBA & PBA เพื่อให้สามารถหยุดรถได้สั้นลงหากเกิดเหตุไม่คาดฝัน

     นอกจากนั้นยังมีระบบ Hill Descent Control (HDC) เพื่อควบคุมความเร็วขณะลงเนิน และ Hill Start Assist (HAS) เพื่อช่วยออกตัวบนทางลาดชัน ซึ่งถือเป็นระบบมาตรฐานของรถ PPV ในสมัยนี้ไปแล้ว


    ช่วงล่างสามารถดูดซับแรงกระเทือนได้ดีตลิดเส้นทาง ปุ่มต่างๆถูกจัดวางได้อย่างลงตัว สามารถใช้งานได้ง่าย อย่างระบบแอร์ที่ใช้หน้าจอดิจิตอลขนาดใหญ่ สามารถเลือกปรับได้โดยไม่ต้องละสายตาจากถนนมากนัก ส่วนระบบ MyLink ที่ใช้หน้าจอแบบสัมผัส อาจะต้องใช้สายตามองขณะสั่งงานนิดหน่อย จะใช้มือลูบๆคลำๆเหมือนปุ่มจริงๆก็ยากหน่อย ซึ่งเป็นธรรมชาติของหน้าจอสัมผัสอยู่แล้ว แต่การเปลี่ยนเพลง เปลี่ยนคลื่นวิทยุ หรือเพิ่ม-ลดเสียง ก็ทำได้ง่ายๆผ่านปุ่มที่พวงมาลัย

     Chevrolet Trailblazer 2.8 Duramax กว่าสิบคันบนการทดสอบครั้งนี้ สามารถพาเราเดินทางจากเมืองย่างกุ้ง ไปยังเมืองมัณฑะเลย์ บนระยะทางกว่า 1,000 กิโลเมตรอย่างสบายๆ แม้ว่าต้องเผชิญกับสภาพถนนขรุขระของพม่าตลอดเส้นทาง


     เรียกได้ว่า “ใจถึง ก็ไปถึง” จริงๆ