เริ่มแล้ว! มาตรการยกรถทันที 10 เส้นทาง

เริ่มแล้ว! มาตรการยกรถทันที 10 เส้นทาง
S! Auto

สนับสนุนเนื้อหา

     วันนี้ (21 ต.ค.) ดีเดย์เริ่มบังคับใช้มาตรการยกรถ หากพบฝ่าฝืนจอดรถบนถนน 10 สายหลัก โดยไม่ล็อคล้อ แถมปรับเป็นจำนวนเงินสูงสุดตามกฏหมายกำหนดทันที นอกจากนั้นเจ้าของรถยังต้องเสีย ค่าธรรมเนียมการยกรถและค่าฝากรถอีกด้วย


     ถนนที่อยู่ในมาตรการยกรถทั้ง 10 สายดังกล่าว ได้แก่

1. ถนนลาดพร้าว ตั้งแต่แยกลาดพร้าว-แยกแฮปปี้แลนด์

2. ถนนพระราม 4 ตั้งแต่แยกหัวลำโพง-แยกพระราม 4

3. ถนนสุขุมวิท ถนนเพลินจิต ถนนพระราม1 ตั้งแต่แยกบางนา-แยกพงษ์พระราม

4. ถนนรัชดาภิเษก ถนนอโศกดินแดง ถนนอโศกมนตรี ตั้งแต่แยกประชานุกูล-แยกรัชดาพระราม 4

5. ถนนรามคำแหง ถนนพระราม9 ถนนจตุรทิศ ตั้งแต่แยกคลองเจ๊ก-แยกรามคำแหง-ถนนจตุรทิศ

6. ถนนพหลโยธิน ถนนเกษตร-นวมินทร์  ตั้งแต่อนุสาวรีย์ชัยฯ-สะพานใหม่ และแยกเกษตรศาสตร์-แยกนวมินทร์

7. ถนนสาทรเหนือและใต้ตลอดสาย

8. ถนนราชดำเนิน สะพานพระปิ่นเกล้าฯ ถนนบรมราชชนนี และถนนคู่ขนานลอยฟ้า ตั้งแต่ ลานพระราชวังดุสิต-แยกผ่านพิภพฯ-จนสุดเขตกรุงเทพมหานคร

9. ถนนเพชรบุรี  ตั้งแต่แยกอุรุพงษ์-แยกคลองตัน

10. ถนนวิภาวดีรังสิต ตลอดสาย

 

     โดยหากผู้ใดฝ่าฝืนจอดรถบนถนนดังกล่าวนี้ รถยนต์จะถูกยกไปยังสน.ในพื้นที่ทันที และต้องเสียค่าปรับตั้งแต่ 500 ไปจนถึง 1,000 บาท แถมยังต้องเสียค่าธรรมเนียมการยกรถและค่าฝากรถอีกต่างหาก

     โดยรถยนต์ขนาด 4 ล้อ ต้องเสียค่าธรรมเนียมยก 500 บาท กับค่าฝากรถอีก 200 บาทต่อวัน หากเป็นรถบรรทุก 6 ล้อ ต้องเสียค่ายก 700 บาท และค่าฝากรถอีก 300 บาทต่อวัน และรถบรรทุกขนาด 10 ล้อขึ้นไป ค่าปรับ 1,000 บาท และค่าฝากรถอีก 500 บาทต่อวัน

     ทั้งนี้ กองบังคับการตำรวจจราจร(บก.จร.) แจ้งคำแนะนำผ่านเว็บไซต์ หลังการเริ่มใช้มาตรการยกรถแทนการล็อคล้อตามแผนพัฒนาแก้ไขปัญหาจราจรว่า 10 เส้นทางหลักที่มีการบังคับใช้มาตรการยกรถ เริ่ม 21 ต.ค. 2556 ดังนี้ กรุณาปฏิบัติตามกฎหมายจราจรโดยเคร่งครัด, กรณีถูกเคลื่อนย้ายรถให้รีบติดต่อสถานีตำรวจพื้นที่โดยทันที, เมื่อชำระค่าปรับหยุด/จอดรถผิดกฎหมาย ค่าเคลื่อนย้าย และค่าเก็บรักษารถ ทั้งสามส่วนเรียบร้อย จึงสามารถรับรถคืนได้ หากไม่มาติดต่อขอรับรถภายในกำหนด 3 เดือน เจ้าหน้าที่ตำรวจมีอำนาจนำรถขายทอดตลาด, นอกจากมาตรการการเคลื่อนย้ายรถแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจยังใช้มาตรการ ในการบันทึกภาพผู้กระทำผิด ส่งหมายเรียกและใบสั่งไปยังเจ้าของ หรือ ผู้ครอบครองรถ อีกส่วนหนึ่งด้วย, สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หมายเลขโทรศัพท์ 1197


  
(ขอบคุณภาพและเนื้อหาจากมติชนออนไลน์)