First Impression: Honda Civic Type R 2017 ใหม่ ซิ่งไกลถึงประเทศญี่ปุ่น

First Impression: Honda Civic Type R 2017 ใหม่ ซิ่งไกลถึงประเทศญี่ปุ่น
S! Auto

สนับสนุนเนื้อหา

     Honda Civic Type R ใครก็รู้อยู่แล้วว่านี่คือรถสปอร์ตสายพันธุ์แรงภายใต้ชื่อและบอดี้รถบ้านอย่างซีวิค ซึ่งคราวนี้เป็นโอกาสอันดีที่ Sanook! Auto ได้เข้าร่วมทดสอบขับขี่ Civic Type R รุ่นปี 2017 ใหม่ล่าสุด ที่กำลังจะถูกเปิดตัวและวางจำหน่ายในเร็ววันนี้

     การทดสอบ Honda Civic Type R 2017 ใหม่ล่าสุดนี้ เป็นส่วนหนึ่งของงาน Honda Global Journalist Meeting ที่พาสื่อมวลชนจากทั่วโลก มาเยี่ยมชมความก้าวหน้าด้านการวิจัยและพัฒนาของฮอนด้า ซึ่งมีเทคโนโลยีใหม่ๆ รอการเปิดตัวในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีขับขี่อัตโนมัติ Automated Drive หรือระบบถุงลมนิรภัยสำหรับมอเตอร์ไซค์รุ่นเล็ก รวมถึงเทคโนโลยีรถยนต์พลังงานฟิวเซลที่เคยเป็นที่พูดถึงอย่างมากในช่วงหนึ่ง โดยเราจะนำเสนอในอีกบทความให้ได้ชมกันอย่างจุใจครับ

22

     สำหรับ Honda Civic Type R โมเดลใหม่ล่าสุดนั้น ปัจจุบันถูกนำมาจัดแสดงในงานมอเตอร์โชว์และงานแสดงสำคัญๆทั่วโลก โดยมีกำหนดเตรียมส่งมอบในเร็ววันนี้ทั้งที่อังกฤษและอเมริกา ซึ่งคันที่เราเคยนำมาฝากจากสนามนูร์เบอร์กริง (คลิกชมภาพที่นี่) ก็ยังติดเพลท R-0000 ที่แสดงว่ายังเป็นล็อตก่อนวางจำหน่ายจริง

     Honda Civic Type R 2017 ใหม่ มีรหัสว่า FK8 จัดว่าเป็นเวอร์ชั่นสมรรถนะสูงของ Civic รุ่นปกติ โดยพัฒนาขึ้นบนตัวถังเดียวกับ Civic Hatchback 2017 ในปัจจุบัน ซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 20 ปีที่นำเอาโฉมแฮทช์แบ็คกลับเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย หลังจากที่รุ่นก่อนหน้าจะถูกวางจำหน่ายเฉพาะตลาดยุโรป ซึ่งเป็นฐานสำคัญของรถรูปทรงแอทช์แบ็คนั่นเอง

203

     ฮอนด้า ซีวิค ไทพ์อาร์ ใหม่ ถูกพัฒนาขึ้นบนแพล็ตฟอร์มใหม่ล่าสุดของฮอนด้า ที่เน้นพัฒนาให้มีน้ำหนักเบาลงกว่าเดิม เพื่อสมรรถนะการขับขี่ที่คล่องตัวมากขึ้น อันสะท้อนมาจาก Civic โฉมซีดานและแฮทช์แบ็คที่เราเคยทดสอบในประเทศไทยมาก่อนหน้านี้ ว่ามันดีขึ้นอย่างน่าเหลือเชื่อจริงๆ

     ในรุ่น Type R ถูกติดตั้งเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบชาร์จ 4 สูบ ขนาด 2.0 ลิตร i-VTEC หัวฉีดไดเร็คอินเจคชั่น ซึ่งถูกยกมาจากเวอร์ชั่น Type R ของรุ่นที่แล้ว แต่ปรับจูนให้มีกำลังสูงสุดเพิ่มขึ้นเป็น 320 แรงม้า (PS) จากเดิม 310 แรงม้า ที่ 6,500 รอบต่อนาที ขณะที่แรงบิดสูงสุดเท่าเดิมอยู่ที่ 400 นิวตัน-เมตร ที่ 2,500 – 4,000 รอบต่อนาที ส่งกำลังไปยังล้อคู่หน้าด้วยเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ (จากที่ก่อนหน้านี้เคยมีข่าวลือว่า Civic Type R จะถูกเปลี่ยนไปใช้เกียร์แบบ CVT ซึ่งนี่ก็พิสูจน์แล้วว่าไม่จริง!)

     Civic Type R ใหม่ ยังมีโหมดการขับขี่ให้เลือกทั้งหมด 3 รูปแบบ ได้แก่ Comfort, Sport และ +R ซึ่งระบบดังกล่าวจะปรับการทำงานของคันเร่ง, พวงมาลัย และช่วงล่าง เพื่อรองรับสภาพการขับขี่ที่แตกต่างกันไป ซึ่งแน่นอนว่าในโหมด +R ก็จะเน้นการขับขี่ในสนาม ที่ต้องการช่วงล่างแน่นหนึบกว่าปกติ และพวงมาลัยที่ให้ความหนืดมากขึ้นด้วย

211_1

     ดีไซน์ภายนอกของ Civic Type R 2017 ใหม่ ถูกแต่งเติมบอดี้พาร์ทรอบคันให้ดูดุดันกว่ารุ่นแฮทช์แบ็คปกติ ไม่ว่าจะเป็นกันชนหน้าที่ออกแบบให้มีช่องดักลมขนาดใหญ่, Front Lip สีดำตกแต่งด้วยเส้นสีแดง, โป่งล้อที่ยื่นนูนออกมาทั้ง 4 ล้อ เพื่อรองรับระยะห่างระหว่างล้อคู่หน้าและหลังที่เพิ่มขึ้นจากรุ่นปกติ, ขณะที่ด้านหลังโดดเด่นด้วยสปอยเลอร์ขนาดใหญ่บนฝากระโปรง, ครีบจัดอากาศขนาดเล็กเหนือประตูท้ายที่ช่วยให้อากาศไหลเวียนไปบรรจบกับสปอยเลอร์อย่างพอดิบพอดี ช่วยเพิ่มแรงกดด้านท้ายขณะวิ่งด้วยความเร็วสูง พร้อมทั้งกันชนท้ายที่ออกแบบให้มีดีไซน์ใกล้เคียงกับด้านหน้า, ตกแต่งขอบประตูด้วยสีดำเงา ติดตั้งล้ออัลลอยสีดำขนาด 20 นิ้ว

     จุดเด่นสำคัญอีกอย่างก็คือปลายท่อไอเสียแบบ 3 ท่อ ที่ถูกจัดเรียงไว้ตรงกลางของตัวรถ ซึ่งไม่เพียงแต่มีหน้าที่ปล่อยไอเสียออกไปเท่านั้น แต่ท่อไอเสียขนาดเล็กตรงกลางยังมีหน้าที่สร้างแรงดันภายในท่อเพื่อช่วยให้มีเสียงนุ่มนวลมากขึ้น ไม่ดังจนเกินไป โดยยังคงสามารถระบายไอเสียในปริมาณที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพมากที่สุดต่อเครื่องยนต์

200

เริ่มต้นทดสอบ Honda Civic Type R 2017 ใหม่ บนสนามจริง!

     รูปแบบการทดสอบ Civic Type R ใหม่ครั้งนี้ เป็นการขับวนในสนามจำนวน 2 รอบ ซึ่งแต่ละรอบก็มีระยะทางไม่ยาวนัก รอบละประมาณ 1 นาทีเท่านั้นเอง ซึ่งสื่อมวลชนทางทั่วโลกที่เข้าร่วมทดสอบในครั้งนี้ก็จะได้สัมผัสรถคันนี้ในรูปแบบเดียวกันทั้งหมด

     หลังจากที่เข้าไปนั่งในตำแหน่งผู้ขับขี่ของ Civic Type R ใหม่ ก็สัมผัสได้ถึงขุมพลังมหาศาลที่รอพร้อมใช้งานอยู่ตลอดเวลา เสียงท่อไอเสียคำรามให้ได้ยินเบาๆ การตกแต่งภายในด้วยโทนสีดำ-แดงช่วยเรียกอารมณ์สปอร์ตเพิ่มขึ้นเป็นอย่างดีทีเดียว

218

     ในรอบแรกเราทดสอบขับด้วยโหมด Comfort ปกติ เครื่องยนต์เทอร์โบชาร์จ 2.0 ลิตร เรียกว่าไม่มีอาการ Lag ให้เห็นเลยแม้แต่น้อย ทันทีที่กดคันเร่งลงไป แรงบิดกว่า 400 นิวตัน-เมตร ก็ถูกเรียกขึ้นมาใช้งานอย่างเต็มกำลัง ตัวรถพุ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วทันใจ ขณะที่ระยะคันเกียร์ให้ความกระชับดีมาก การเปลี่ยนเกียร์จาก 1 ไป 2 จาก 2 ไป 3 สามารถทำได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ (น่าเสียดายที่ระยะทางของสนามทำให้เราเปลี่ยนเกียร์สูงสุดได้แค่เกียร์ 3 เท่านั้น)

     ด้านช่วงล่างถือว่าน่าชมเชยเป็นอย่างยิ่ง ด้วยการเซ็ทช่วงล่างที่เน้นความหนึบ แต่ก็ไม่รู้สึกถึงความแข็งกระด้างตึงตังอย่างที่คาดหวังไว้แต่แรก ให้การเกาะถนนหนึบหนับ รู้สึกถึงความเป็นหนึ่งเดียวกันของตัวถังทั้งคัน ถือว่าเป็นรถที่ขับได้สนุกมาก แม้ว่าเราจะใช้ความเร็วไม่สูงนักก็ตาม

208

     เมื่อวนมาถึงรอบที่ 2 ทางวิศวกรที่นั่งอยู่ข้างผู้เขียน ก็เปลี่ยนจากโหมด Comfort มาเป็นโหมด +R ซึ่งทันทีที่กดปุ่มลงไป จะรู้สึกได้ว่าคันเร่งให้การตอบสนองทันใจมากขึ้น พวงมาลัยให้ความหนืดขึ้นเล็กน้อย รวมถึงช่วงล่างที่หนึบขึ้น ช่วยลดอาการโยนตัวขึ้นอีกนิด แม้ว่าโหมด Comfort จะถือว่าโยนตัวน้อยมากๆแล้วก็ตาม

     แทบไม่แปลกใจเลยว่าทำไม Honda Civic Type R 2017 ใหม่ ถึงสามารถทำสถิติรถยนต์ขับเคลื่อนล้อหน้าที่ทำเวลาได้ดีที่สุดบนสนามนูร์เบอร์กริง ประเทศเยอรมนี ด้วยเวลาเพียง 7.43.80 นาทีเท่านั้น ซึ่งไม่ใช่เรื่องธรรมดาเลย

232

     ยังมีรถปริศนาอีกคันที่แม้ว่าจะดูคล้าย Civic ซีดาน แต่บอกเลยว่ามันอเมซซิ่งมาก!

     การทดสอบครั้งนี้ไม่ได้มีเฉพาะ Civic Type R เท่านั้น แต่ยังมีรถยนต์ปริศนาที่ครอบด้วยบอดี้ของ Civic โฉม 4 ประตูสีดำด้านคันนี้ ซึ่งฝ่าย R&D ของฮอนด้าตั้งใจให้สื่อมวลชนได้ทดลองขับ เพื่อสำรวจความรู้สึกทีได้หลังการขับขี่สำหรับนำไปพัฒนารถรุ่นใหม่ของฮอนด้าในอนาคต ซึ่งเราเองก็ยังบอกไม่ได้ว่าจะถูกนำไปใช้ในรถรุ่นไหนกันแน่ อาจจะเป็นซีวิครุ่นใหม่ หรืออาจเป็นโมเดลอื่นไปเลยก็เป็นได้

     รถ Civic Dynamic Study คันสีดำด้านคันนี้ แม้ว่าภายนอกจะดูเหมือน Civic ที่วางจำหน่ายในบ้านเรา แต่ภายใต้ฝากระโปรงมีการปรับจูนและเปลี่ยนชิ้นส่วนบางอย่างให้ต่างไปจากรุ่นปกติ โดยทางฮอนด้าเองไม่ได้บอกแต่แรกว่ารถคันนี้มีสเป็คเป็นแบบไหน หรือเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้าง

233

     การทดสอบ Civic รุ่นพิเศษคันนี้ ใช้สนามเดียวกับที่เราทดสอบ Civic Type R นั่นแหละ โดยภายนอกและภายในของรถคันนี้เหมือนกับ Civic รุ่นปกติแทบทุกประการ แต่ทันทีที่เริ่มออกตัว ก็สัมผัสได้ถึงความแตกต่าง!

     อัตราเร่งของ Civic คันนี้ ให้ความรู้สึกใกล้เคียงกับเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 1.5 ลิตรที่วางอยู่ในบ้านเรา แต่สิ่งที่ต่างออกไปก็คือจังหวะการเปลี่ยนเกียร์ที่ไม่ได้สมูธแบบ CVT แต่เป็นการเปลี่ยนเกียร์แบบขั้นบันไดเหมือนกับเกียร์อัตโนมัติทอร์คคอนเวอร์เทอร์ ที่มีความรวดเร็วฉับไวแบบเกียร์ Dual-clutch ซึ่งการเปลี่ยนเกียร์ที่ให้ความรู้สึกกระชากนิดๆแบบนี้ ช่วยเพิ่มความสนุกสนานในการขับขี่ขึ้นอย่างชัดเจน ประกอบกับเครื่องยนต์เทอร์โบและช่วงล่างอันน่าชมเชยของแพล็ตฟอร์มนี้ แสดงให้เห็นถึงแนวทางการพัฒนาของฮอนด้าที่น่าจะกลายเป็นก้าวกระโดดครั้งสำคัญ เพื่อฉีกกรอบของรถฮอนด้าอย่างที่เคยเป็นมา ไปสู่รถรุ่นใหม่ที่เอาใจคนรักความสนุกสนานในการขับขี่อย่างจริงจังเสียที

     อย่างที่กล่าวไปว่า ปัจจุบันยังไม่มีแผนแน่ชัดว่า Honda Dynamic Study คันนี้ จะถูกพัฒนาไปในรูปแบบใด แต่ก็มั่นใจว่าจะกลายเป็นรถที่ขับสนุกมากที่สุดคันหนึ่งในตลาดอย่างแน่นอน

219

     อย่างไรก็ดี เราคงยังไม่เห็นรถทั้งสองรุ่นนี้บนถนนบ้านเราในเร็ววันนี้แน่ (และอาจจะไม่ได้เห็นมันเลยด้วยซ้ำ!) แต่ก็หวังว่าฮอนด้าเองจะนำเทคโนโลยีดีๆทั้งหมดทีนำเสนอในครั้งนี้ มาปรับใช้ให้ผู้บริโภคชาวไทยได้สัมผัสกันในระยะเวลาอันใกล้นี้ครับ

     214

 

     ขอขอบคุณคณะผู้บริหารและฝ่ายประชาสัมพันธ์ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ทุกท่าน ที่ให้เกียรติเชิญเข้าร่วมงานในครั้งนี้

 

ติดตามSanook! Auto