เผยภาพ 2017 Honda CR-V ใหม่ คันจริงสวยไม่เบา

เผยภาพ 2017 Honda CR-V ใหม่ คันจริงสวยไม่เบา
S! Auto

สนับสนุนเนื้อหา

     ทวิตเตอร์สื่อรถยนต์ Motorweek ชื่อดังแห่งสหรัฐฯ เผยภาพ 2017 Honda CR-V เจเนอเรชั่นใหม่ขณะจอดอยู่ริมถนน เผยให้เห็นดีไซน์รอบคันชัดเจน

     2017 ฮอนด้า ซีอาร์-วี เจเนอเรชั่นที่ 5 ใหม่ล่าสุด ถูกเปิดตัวเมื่อกลางเดือนตุลาคมที่ผ่านมาที่สหรัฐอเมริกา ซึ่งได้ตำแหน่งเป็นรถเอสยูวีขายดีที่สุดในอเมริกาเหนือกว่า 20 ปี สามารถทำยอดขายได้กว่า 4 ล้านคันนับตั้งแต่เปิดตัวเมื่อปี 1997 เป็นต้นมา

     Honda CR-V ใหม่ ถูกออกแบบให้ดูผู้ใหญ่มากขึ้น ด้วยดีไซน์ไฟหน้าแบบ LED ที่ดูเฉียบคม เชื่อมต่อกับกระจังหน้าแบบ Active Shutter Grille สามารถเปิด-ปิดช่องรับลมได้อัตโนมัติ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านอากาศพลศาสตร์ที่ความเร็วสูง เส้นสายกันชนหน้าดูคล้าย BR-V ที่เปิดตัวไปก่อนหน้านี้ ขณะที่ไฟท้ายแบบ LED ออกแบบให้เป็นรูปตัว L ติดตั้งประตูท้ายแบบไฟฟ้า มาพร้อมล้ออัลลอยสีทูโทนขนาด 18 นิ้ว

     ซีอาร์-วี ใหม่ ยังคงใช้แพล็ตฟอร์มร่วมกับซีวิคเช่นเคย จึงมาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบความจุ 1.5 ลิตร บล็อกเดียวกับที่วางอยู่ในซีวิค ให้กำลังสูงสุด 190 แรงม้า ขณะที่รุ่นรองในตลาดสหรัฐฯ มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน 2.4 ลิตร i-VTEC ไม่มีระบบอัดอากาศ (ซึ่งเป็นแนวทางเดียวกับซีวิคที่ใช้เครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร เป็นรุ่นล่างแทนในตลาดสหรัฐฯ) ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT มีให้เลือกทั้งระบบขับเคลื่อนแบบ 2 ล้อ และ 4 ล้อ

     ภายในห้องโดยสารติดตั้งพวงมาลัยหุ้มหนังแบบ 3 ก้านที่ยกมาจากรุ่นซีวิค เบาะนั่งหุ้มหนังสีครีม ตัดด้วยแผงคอนโซลสีดำแทรกด้วยลายไม้ ติดตั้งหน้าจออินโฟเทนเม้นท์แบบสัมผัสขนาด 7 นิ้ว ออกแบบให้ลอยตัวเหนือแผงคอนโซล พร้อมปุ่มควบคุมระบบเสียงแบบหมุนแทนที่แบบสไลด์ รองรับระบบ Apple CarPlay และ Android Auto ได้ รวมถึงระบบนำทาง Honda Satellite-Linked ที่พัฒนาร่วมกับ Garmin ในตลาดสหรัฐฯ

     จุดเด่นสำคัญอีกอย่างคือการติดตั้งระบบความปลอดภัย Honda Sensing ไว้มากที่สุด ตัวอย่างเช่น ระบบป้องกันการชนด้านหน้าสามารถตรวจจับคนเดินถนนได้ (CMBS with FCW), ระบบเตือนและป้องกันอุบัติเหตุเมื่อออกนอกเลนโดยไม่ตั้งใจ (RDM with LWD), ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติและตามคันหน้าที่ความเร็วต่ำ (ACC and LKAS) เป็นต้น

     ส่วนบ้านเราคาดว่าจะถูกเปิดตัวในอีกไม่นานนี้เช่นกัน

 

     ที่มาภาพ Twitter @MotorWeek