รีวิว Thairung Transformer II ใหม่ ฮีโร่พันธุ์ไทย ดีขึ้นกว่าที่เคย

รีวิว Thairung Transformer II ใหม่ ฮีโร่พันธุ์ไทย ดีขึ้นกว่าที่เคย

รีวิว Thairung Transformer II ใหม่ ฮีโร่พันธุ์ไทย ดีขึ้นกว่าที่เคย
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

     ก่อนหน้านี้เราเคยนำเสนอบททดสอบรถตรวจการณ์สัญชาติไทย TR Transformer โฉมแรกกันไปแล้ว ปรากฏว่าได้รับกระแสตอบรับดีเกินคาด จนทำให้กลายเป็นรีวิวที่มียอดวิวสูงที่สุดของ Sanook! Auto เลยทีเดียว

     มาวันนี้เราเลยไม่พลาดที่จะร่วมทดสอบ TR Transformer II โฉมใหม่ล่าสุด ที่ไม่เพียงปรับปรุงหน้าตาให้ดูหล่อเหล่าขึ้นเท่านั้น แต่ยังขับดีขึ้น น่าใช้ขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

 

     TR Transformer II ใหม่ ถูกเปิดตัวเมื่อเดือนมีนาคม 2559 ที่ผ่านมา ปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์ให้ดูทันสมัยมากขึ้น ชูไฮไลท์ตัวถังสีเหลือง-แดงดูคล้ายกับซูเปอร์ฮีโร่ 'ไอรอนแมน' ทำให้ ทรานฟอร์เมอร์ ทู กลายเป็นที่จดจำนับตั้งแต่นั้นมา

     TR Transformer II ใหม่ ยังคงใช้โครงสร้างตัวถังเดิมแบบเดียวกับรุ่นแรก แต่มีการปรับดีไซน์ด้านหน้า-ท้ายให้ดูโฉบเฉี่ยวมากขึ้น ขณะที่หัวใจสำคัญก็คือเครื่องยนต์และแชสซีส์ ถูกยกมาจาก โตโยต้า ไฮลักซ์ รีโว่ ใหม่ จากเดิมที่ยกมาจากวีโก้ ดังนั้น บุคลิกการขับขี่ของ Transformer II จึงเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน ด้วยพละกำลังที่เพิ่มขึ้น และช่วงล่างที่เหมาะกับการโดยสารมากขึ้นด้วย

 

     ปัจจุบัน TR Transformer II มีวางจำหน่ายทั้งหมด 3 โมเดล 6 รุ่นย่อย โดยแบ่งออกเป็น รุ่น 5 ที่นั่ง, รุ่น Max 9 ที่นั่งหลังคาสูง และรุ่น Maxi 11 ที่นั่งหลังคาสูง ซึ่งแต่ละโมเดลจะมีเครื่องยนต์ดีเซลให้เลือก 2 ขนาด ได้แก่ 2.4 ลิตร เกียร์อัตโนมัติ พร้อมระบบขับเคลื่อนสองล้อ 2WD และ 2.8 ลิตร เกียร์ธรรมดา พร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ 4WD

     หากพูดง่ายๆ คือ รุ่นเครื่องยนต์ 2.4 ลิตร จะมีเฉพาะเกียร์อัตโนมัติ และระบบขับเคลื่อนสองล้อเท่านั้น ขณะที่รุ่นเครื่องยนต์ 2.8 ลิตร ก็จะมีเฉพาะเกียร์ธรรมดา และระบบขับเคลื่อนสี่ล้อเท่านั้นอีกเหมือนกัน ขุมพลังทั้ง 2 แบบมีให้เลือกในทั้ง 3 โมเดล ขึ้นกับความต้องการใช้งานของแต่ละคน ว่าเน้นการโดยสารมากน้อยขนาดไหน

 

     โดยคันที่เราได้รับกุญแจในครั้งนี้ ถือเป็นไฮไลท์ของขบวนทดสอบเลยก็ว่าได้ เพราะมันคือ TR Transformer II รุ่น 5 ที่นั่ง เครื่องยนต์ 2.4 ลิตร เกียร์อัตโนมัติ ที่โดดเด่นด้วยสีภายนอกแบบไอรอนแมน เล่นเอาคนเดินผ่านไปผ่านมาต้องหันมองควับกันเป็นแถว

     ก่อนจะเริ่มขับทดสอบกัน เรามาดูก่อนว่า TR Transformer II รุ่น 5 ที่นั่ง จะมีฟีเจอร์อะไรใหม่ๆ มาให้บ้าง

 

     ภายนอกติดตั้งไฟหน้าโปรเจคเตอร์ดีไซน์ใหม่แบบ Bi-Xenon ที่สามารถสลับไฟสูง-ต่ำได้ด้วยชุดโคมเดียวกัน พร้อม Daytime Running Light และไฟเลี้ยวแบบ LED ที่ติดตั้งไว้ในชุดเดียวกัน อีกทั้งยังมีเซ็นเซอร์ควบคุมการเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติตามสภาพแสงภายนอกด้วย

     กระจังหน้าถูกออกแบบให้มีขนาดใหญ่ พร้อมตะแกรงซี่แนวนอน ติดตั้งไฟตัดหมอกบริเวณกันชนหน้า ซึ่งตัวกันชนถูกออกแบบให้มีส่วนปลายเชิดขึ้น จากเดิมที่เป็นกันชนทรงยาวปกติ

 

     ตัวถังด้านข้างยังคงยกมาจากรุ่นเดิม ซึ่งมีดีไซน์ตามฉบับคลาสสิก เน้นความเหลี่ยมสัน บึกบึน โป่งล้อนูนออกมาชัดเจน ติดตั้งกระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยวในตัว สามารถปรับ-พับด้วยไฟฟ้า ขณะที่ด้านท้ายยังคงดีไซน์เดิมไว้เช่นกัน แต่มีจุดต่างบริเวณปลายกันชน ที่ออกแบบให้ส่วนปลายมีลักษณะเชิดขึ้นขึ้นเช่นเดียวกับด้านหน้า  ติดตั้งล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว

     ในรุ่น 5 ที่นั่ง จะมาพร้อมประตูท้ายแบบเปิดออกข้างขนาดใหญ่ พร้อมติดตั้งล้ออะไหล่ไว้กับประตูท้าย ทำให้สามารถเปิดบานประตูได้ในจังหวะเดียว ไม่ต้องมาคอยเปิดทีละส่วนเหมือนกับรถโฟร์วีลสมัยก่อน ที่ติดตั้งล้ออะไหล่ไว้แยกกับบานประตู

 

     ซึ่งการติดตั้งล้ออะไหล่เอาไว้บนประตูท้ายนั้น ยุคนี้หลายคนคงมองว่าเชย ไม่ทันสมัย แต่สำหรับดีไซน์ของทรานฟอร์เมอร์ ทู ที่เน้นรูปทรงเหลี่ยมสันสไตล์คลาสสิก กลับดูเข้ากันเป็นอย่างดี โดยเฉพาะเมื่อเป็นล้อสีเหลือง ตัดกับตัวถังรถสีแดง ที่เราได้ขับกันในครั้งนี้

     เหนือฝาประตูท้ายติดตั้งกล้องมองหลังสำหรับแสดงภาพด้านท้ายขณะเข้าเกียร์ถอยหลัง ซึ่งล้ออะไหล่ที่ว่าอาจบดบังทัศนวิสัยของตัวกล้องไปบ้าง แต่ก็ไม่ถึงกับเป็นปัญหาแต่อย่างใด ทุกรุ่นมาพร้อมกุญแจรีโมทแบบพับได้ พร้อมระบบ Immobilizer ป้องกันกุญแจผีมาให้

 

     ห้องโดยสารภายในยกแผงคอนโซลมาจากรีโว่ทั้งหมด ซึ่งปุ่มควบคุมต่างๆถูกจัดวางให้ใช้งานง่ายตามสไตล์โตโยต้า ติดตั้งหน้าจอเครื่องเสียงระบบสัมผัสขนาด 7 นิ้ว พร้อมระบบนำทาง รองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth รวมถึงมีพอร์ต USB/AUX ให้อย่างละ 1 ช่อง รวมถึงใช้แสดงภาพจากกล้องมองหลังเมื่อเข้าเกียร์ถอยหลัง ซึ่งหน้าตาการทำงานของระบบเครื่องเสียงเหมือนกันกับรีโว่เป๊ะไม่ผิดเพี้ยน

     ขยับลงมาเป็นสวิตช์ควบคุมเครื่องปรับอากาศอัตโนมัติ สามารถปรับอุณหภูมิขึ้นลงได้ทีละ 0.5 องศาเซลเซียส ซึ่งความเย็นเรียกว่าหายห่วง เพราะยกระบบทำความเย็นมาจากโตโยต้าทั้งหมด

 

     ระบบทำความเย็นด้านหลังของรุ่น 5 ที่นั่ง จะอยู่บริเวณห้องเก็บสัมภาระด้านท้าย ซึ่งแม้ว่าจะไม่ได้เป่าไอเย็นเข้าสู่ผู้โดยสารโดยตรง แต่ก็ช่วยให้ห้องโดยสารด้านหลังเย็นลงอย่างชัดเจน ข้างกันเป็นช่องจ่ายกระแสไฟขนาด 12 โวลต์อีก 1 ตำแหน่ง ขณะที่ระบบแอร์เพดาน จะมีเฉพาะรุ่น Max 9 ที่นั่ง และ Maxi 11 ที่นั่งเท่านั้น

     ใต้แผงคอนโซลติดตั้งช่องจ่ายไฟขนาด 12 โวลต์จำนวน 2 ช่อง พอร์ต USB สำหรับระบบเครื่องเสียง 1 ช่อง และปุ่มควบคุมระบบปรับอากาศสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง มาพร้อมที่วางแก้วให้ 2 ตำแหน่ง

 

     คันเกียร์ถูกยกมาจากรีโว่เช่นกัน โดยในรุ่นเกียร์อัตโนมัติจะมีปุ่มเลือกโหมด ECO และ PWR มาให้ด้วย เช่นเดียวกับรุ่นเกียร์ธรรมดาที่มีระบบ iMT มาให้ด้วย ซึ่งระบบดังกล่าวจะช่วยปรับรอบให้สัมพันธ์กับตำแหน่งเกียร์ขณะโยกคันเกียร์โดยอัตโนมัติ เพื่อช่วยลดอาการกระตุกที่อาจเกิดขึ้นขณะเปลี่ยนเกียร์ธรรมดา โดยเฉพาะกับมือใหม่ที่ยังขับเกียร์ธรรมดาไม่คล่อง

     ฝั่งผู้ขับติดตั้งพวงมาลัยแบบ 3 ก้าน ที่ยังคงปะโลโก้สามห่วงของโตโยต้าไว้ ติดตั้งปุ่มควบคุมเครื่องเสียง และปุ่มควบคุมหน้าจอ MID ขนาด 4.2 นิ้ว ที่ติดตั้งรวมไว้กับชุดมาตรวัดความเร็วแบบเรืองแสง บริเวณเสาเอคู่หน้าติดตั้งมือจับมาให้ เช่นเดียวกับมือจับบริเวณเสากลาง สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง เพื่อให้การขึ้น-ลงสะดวกขึ้น

 

     เหนือศีรษะติดตั้งไฟส่องแผนที่ พร้อมกล่องเก็บแว่นตามาให้ ขณะที่แผงคอนโซลด้านหน้าฝั่งผู้โดยสาร ยังมีกล่องเก็บความเย็น ที่ดึงเอาไอเย็นจากระบบแอร์มาไหลเวียน เหมาะสำหรับการแช่เครื่องดื่มให้เย็นอยู่ตลอดเวลา

     เบาะนั่งคู่หน้าเป็นแบบปรับมือ เบาะแถวที่ 2 สามารถปรับเอนได้ รวมถึงสามารถปรับพับเรียบได้ สำหรับการขนสัมภาระขนาดใหญ่

 

     ห้องโดยสารของ Transformer II รุ่น 5 ที่นั่ง ถือว่ากว้างขวางมากแม้ว่าจะไม่ใช้รุ่นหลังคาสูงแบบตัว 9 ที่นั่งหรือ 11 ที่นั่ง ด้วยการออกแบบภายนอกรูปทรงเหลี่ยม จึงทำให้พื้นที่ภายในเยอะเป็นพิเศษโดยเฉพาะพื้นที่เหนือศีรษะ ที่กว้างชนิดที่ว่าต้องยื่นมือกันเกือบสุดแขนเพื่อเปิดที่บังแดด หรือจับราวเหนือศีรษะ เป็นต้น

 

     อย่างที่กล่าวไปว่าขุมพลังของ Transformer II ยกมาจาก ไฮลักซ์ รีโว่ ทั้งหมด โดยคันที่เราขับเป็นเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.4 ลิตร DOHC VN Turbo และ Intercooler ให้กำลังสูงสุด 150 แรงม้า (PS) ที่ 3,400 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 400 นิวตัน-เมตร ที่ 1,600 – 2,000 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ขับเคลื่อนแบบ 2WD

     ขณะที่รุ่นเครื่องยนต์ดีเซล 2.8 ลิตร DOHC VN Turbo และ Intercooler ให้กำลังสูงสุด 177 แรงม้า (PS) ที่ 3,400 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 450 นิวตัน-เมตร ที่ 1,600 – 2,400 รอบต่อนาที มีให้เลือกเฉพาะเกียร์ธรรมดา 6 สปีด พร้อมระบบ iMT พ่วงด้วยระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ 4WD

 

     ด้านระบบความปลอดภัยก็ถูกยกมาจากรีโว่เช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นถุงลมนิรภัย 3 ตำแหน่ง ประกอบด้วยฝั่งคนขับ ฝั่งผู้โดยสาร และถุงลมช่วยลดอาการบาดเจ็บบริเวณหัวเข่าฝั่งคนขับ ติดตั้งระบบเบรก ABS รวมถึงไฟตัดหมอกครบทั้งด้านหน้าและหลัง

     แม้ว่าภายนอกแล้ว Transformer II จะดูเหมือนเป็นการปรับไมเนอร์เชนจ์ เพราะยังคงใช้ตัวถังร่วมกับรุ่นก่อนหน้านี้ แต่ด้านโครงสร้างวิศวกรรมถือว่าปรับเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด เพราะถูกยกเอาเครื่องยนต์และแชสซีส์มาจากรีโว่ใหม่ทั้งหมด จึงเรียกได้ว่าเป็นรถรุ่นใหม่ ที่ถูกครอบเอาไว้ด้วยตัวถังเดิม แต่มีการปรับรูปลักษณ์หน้าตาให้ดูทันสมัยขึ้นตามสมัยนิยม

 

     เส้นทางที่เราใช้ทดสอบในครั้งนี้ คือ กรุงเทพฯ – จันทบุรี – ระยอง รวมระยะทางทั้งสิ้นกว่า 300 กิโลเมตร โดยมีจุดเริ่มต้นอยูที่โชว์รูมไทยรุ่ง สาขาบางนา กม.6.5 แห่งล่าสุดของไทยรุ่งนั่นเอง

     ผลจากการยกแชสซีส์และเครื่องยนต์มาจากรีโว่นั้น ทำให้ฟีลลิ่งการขับขี่ของ Transformer II เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ทั้งเครื่องยนต์ที่แรงขึ้น และช่วงล่างที่นุ่มนวลขึ้นกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด

     อัตราเร่งของ Transformer II ใหม่ ดีขึ้นกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด ด้วยแรงบิดสูงสุด 400 นิวตัน-เมตร ที่รอบเครื่องยนต์ตั้งแต่ 1,600 – 2,000 รอบต่อนาที ทำให้ตัวรถมีบุคลิกกระฉับกระเฉงขึ้นกว่าเดิมอย่างชัดเจน คันเร่งที่ให้ความรู้สึกเบาเท้าขึ้น ไม่ต้องเค้นกันหนักหน่วงเหมือนแต่ก่อน

 

     ขณะที่พวงมาลัยให้ความรู้สึกที่เป็นธรรมชาติมากขึ้น รอบวงพวงมาลัยจับได้กระชับมือ แต่ต้องยอมรับว่าการใช้งานในเมืองอาจไม่คล่องแคล่วอย่างที่คิด ด้วยตัวถังที่มีขนาดใหญ่ และน้ำหนักที่มากกว่ารีโว่อย่างชัดเจน หากจะมุดไปตามการจราจรก็คงต้องอาศัยความแม่นยำในการกะระยะเพิ่มขึ้นสักเล็กน้อย แต่ก็ไม่ถึงกับเป็นปัญหาแต่อย่างใดนะครับ เพียงแต่คงต้องขับขี่จนชินไปสักระยะ ขณะที่การขับขี่ทางไกลถือว่าหายห่วง เพราะน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น มีส่วนช่วยให้ขับขี่ได้อย่างมั่นใจเพิ่มขึ้นด้วย

     ช่วงล่างถูกปรับปรุงให้นุ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด นั่งสบายมากขึ้น แต่สำหรับการโดยสารตอนหลังยังติดอาการกระด้างอยู่บ้างนิดหน่อยเมื่อผ่านพื้นผิวขรุขระ แต่ก็ถือว่าดีขึ้นกว่ารุ่นเดิมเยอะ

     อีกจุดหนึ่งคือการดีไซน์ตัวถังภายนอกให้มีลักษณะเหลี่ยมทั้งคัน รวมถึงกระจกบังลมหน้าที่ออกแบบให้ตั้งชัน ดังนั้นเมื่อใช้ความเร็วตั้งแต่ 100 กม./ชม.เป็นต้นไป จะเริ่มรู้สึกถึงอาการต้านลมให้เห็นบ้างแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเสียงลมจากด้านหน้า และตัวรถที่มีอาการหน่วงๆ เวลาเจอลมพัดเข้ามาแรงๆ

 

     ขณะที่การไต่ความเร็วตั้งแต่ 100 กม./ชม.ขึ้นไป ทำได้ช้ากว่าที่คาดหวังสักเล็กน้อย แต่ก็ไหลไปเรื่อยๆจนสามารถแตะความเร็ว 140 กม./ชม. ได้ไม่ยากเย็นนัก ซึ่งหากใจรักดีไซน์ภายนอกลักษณะเช่นนี้ คงต้องยอมรับข้อจำกัดด้านอากาศพลศาสตร์ของตัวรถนี้ด้วยเช่นกัน

     การโดยสารเบาะหลังของ Transformer II ค่อนข้างสะดวกสบาย ด้วยพนักพิงที่สามารถปรับเอนได้ เหมาะสำหรับการเดินทางไกลๆ ตัวเบาะมีขนาดใหญ่ รองรับผู้โดยสาร 3 คนได้อย่างสบายๆ ขณะที่ช่วงล่างจะมีอาการแข็งให้รู้สึกบ้าง แต่ก็ไม่ถึงกับน่ากังวลแต่อย่างใด ถือว่าอยู่ในระดับเดียวกับ SUV/PPV หลายรุ่นในตลาดขณะนี้

 

     ขณะที่ขากลับนั้น ผู้เขียนได้มีโอกาสลองขับรุ่นเครื่องยนต์ 2.8 ลิตร 5 ที่นั่ง เกียร์ธรรมดา ก็พบว่าเครื่องยนต์ที่ใหญ่กว่า ประกอบกับเกียร์แบบแมนนวล 6 สปีด ช่วยให้ตัวรถดูกระฉับกระเฉงขึ้นไปอีก อัตราเร่งจัดจ้านกว่าเครื่องยนต์ 2.4 ลิตร เกียร์ออโต้อย่างชัดเจน รวมถึงอัตราทดที่มีถึง 6 จังหวะ ช่วยให้การขับขี่ด้วยความเร็วสูงนั้น ไม่ต้องเค้นรอบจัดเหมือนสมัยก่อน

     ดังนั้น ถ้าใครคาดหวังด้านสมรรถนะที่จัดจ้าน ขอแนะนำรุ่นเครื่องยนต์ 2.8 ลิตร เกียร์ธรรมดา เป็นตัวเลือกน่าจะเหมาะสมกว่า โดยยังคงอ็อพชั่นภายในเหมือนกับรุ่น 2.4 ลิตรแทบทุกประการ ต่างกันเพียงเครื่องยนต์, ระบบเกียร์ และระบบขับเคลื่อนแบบสี่ล้อเท่านั้น

 

     สรุป TR Transformer II ถูกปรับปรุงใหม่ให้น่าใช้ยิ่งขึ้น เครื่องยนต์ที่แรงขึ้น และช่วงล่างที่นุ่มนวลกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด ทำให้มันกลายเป็นรถที่เหมาะกับการโดยสารมากขึ้นกว่ารุ่นแรก ขณะที่ดีไซน์ภายนอกก็ถูกปรับปรุงใหม่จนเรามองว่ามันหล่อเหลาเอาการทีเดียวล่ะ ยิ่งได้ตัวถังสีแดง-เหลืองอย่างคันที่เราขับแล้วล่ะก็ ผู้คนภายนอกต่างหันมามองเป็นสายตาเดียวกัน บางคนถึงกับหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูป จนกลายเป็นรถที่โดดเด่นที่สุดบนท้องถนนเลยก็ว่าได้


ราคาจำหน่าย TR Transformer II รุ่น 5 ที่นั่ง ใหม่ มีดังนี้

  • 2.4 2WD AT ราคา 1,465,000 บาท
  • 2.8 4WD MT ราคา 1,555,000 บาท

 

     ขอขอบคุณ ผู้บริหารและทีมงานฝ่ายประชาสัมพันธ์ บริษัท ไทยรุ่งยูเนี่ยนคาร์ จำกัด (มหาชน) ให้ให้เกียรติเชิญเข้าร่วมทดสอบในครั้งนี้ และคอยดูแลความสะดวกแก่ทีมงานเป็นอย่างดี

 

 

อัลบั้มภาพ 65 ภาพ

อัลบั้มภาพ 65 ภาพ ของ รีวิว Thairung Transformer II ใหม่ ฮีโร่พันธุ์ไทย ดีขึ้นกว่าที่เคย

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล